แสงแดดยามเช้าส่องตาทำให้หมวดสืบศักดิ์ขยี้ตางัวเงียตื่นรีบปลุกหัวหน้าที่ยังนอนหลับอยู่ “สารวัตร สารวัตรครับ” “อืมมมม...อะไรหมวด” อิทธิฤทธิ์รับคำอย่างเกียจคร้าน “จ่าบุญส่งกับจ่าดำเกิงไม่รู้ไปไหนครับ....สารวัตร” หมวดศักดิ์หน้าเสียเมื่อสองจ่าที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนดันมาหายตัวไป ก่อนที่อิทธิฤทธิ์จะพูดอะไรยามร่างหนาก็ผลักประตูห้องขังเข้ามา “มึงสองคนตามกูมา” มันสั่งเสียงราบเรียบ ทั้งคู่สบตากันเดินตามยามอย่างว่าง่ายไม่นานก็มาถึงห้องโถงห้องเดิมที่พวกมันจัดงานวันเกิดให้เขา ไอ้เสกกับพวกอยู่กันครบพร้อมด้วยจ่าดำเกิงกับจ่าบุญส่งที่ยืนอยู่มุมห้อง จ่าดำเกิงมองหน้าผู้บังคับบัญชาหนุ่มด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน คิดถึงคำพูดของจ่าบุญส่งเมื่อคืนหลังจากที่สารวัตรอิทกับหมวดศักดิ์หลับใหลไม่ได้สติ “มึงคิดว่าแผนหมวดศักดิ์จะได้ผลรึวะ.ไอ้เกิง” จ่าบุญส่งเอ่ยถาม “กูไม่รู้แต่ก็น่าลอง...ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” จ่าดำเกิงตอบเพื่อน “กูว่าพวกเราจะพากันตายหมู่ซะมากกว่า ลำพังพวกเราสี่คนไม่มีทางเอาชนะพวกแม่งได้หรอกเชื่อกูเหอะ” จ่าบุญส่งเสนอความคิด “แล้วมึงจะทำยังไง มีแผนอะไรที่ดีกว่านี้รึไง” จ่าส่งชะงักแป๊บนึงก่อนโพล่งออกมา “กูว่ามึงกับกูไปสวามิภักดิ์พ่อเลี้ยงกันดีกว่า นอกจากจะไม่ตายโหงแล้วยังจะได้ล่อตูดแน่น ๆ ของสารวัตรกับหมวดเป็นของแถมอีกต่างหาก” จ่าส่งพูดโน้มน้าว “จะดีหรือวะไอ้ส่ง....กูสงสารสารวัตร” จ่าบุญส่งรีบพูดย้ำเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักลังเล “แล้วมึงไม่สงสารตัวเองรึไง สำหรับกู...นาทีนี้กูห่วงตัวกูเองมากกว่า..กูห่วงมึงนะไอ้เกิง” จ่าส่งพูดจริงจัง จ่าดำเกิงมองเพื่อนซี้ในใจว้าวุ่นคิดไม่ตก ใจนึงก็ห่วงสารวัตรแต่ใจที่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองมีมากกว่า สุดท้ายก็พยักหน้ารับคำบอกเพื่อนรักเสียงแผ่ว “เอาอย่างมึงว่าก็แล้วกัน” ในห้องโถงพ่อเลี้ยงเสกสองมือไข้วหลังเดินไปเดินมาอยู่หน้าสองนายตำรวจที่ยืนอยู่กลางห้อง “มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าพวกมึงกำลังคิดทำอะไรอยู่ แผนมึงคงจะสำเร็จอยู่หรอก....ถ้า.....” มันหยุดกวาดตาไปยังจ่าสองคน สองนายตำรวจมองหน้ากันเลิ่กลั่กจ้องจ่าดำเกิงกับจ่าบุญส่งที่ยืนอวดร่างเปลือยตาไม่กระพริบ “กูต้องขอบใจลูกน้องมึงจริง ๆ ที่เอาความลับมาบอกกู อ้อ....มึงรู้ไหมว่าพวกมันขอแลกกับอะไร กูจะบอกให้เอาบุญ...พวกมันขอเป็นลูกน้องกูเพื่อจะได้มีเอี่ยวได้ล่อตูดพวกมึงไง” ไอ้เสกหัวเราะฮา ๆ อิทธิฤทธิ์หน้าแดงคิดไม่ถึงว่าลูกน้องที่เขาไว้ใจจะหักหลังเพื่อแลกกับความสุขบนเรือนร่างเขา “มึงจะรออะไรอยู่วะ แสดงให้กูเห็นซิว่ามึงอยากเป็นลูกน้องกูมากขนาดไหน” ไอ้เสกพูดขึ้นมาลอย ๆ จ่าบุญส่งกับจ่าดำเกิงรู้ว่าพ่อเลี้ยงเสกหมายถึงอะไร จ่าบุญส่งรีบเดินส่ายฅวยฝังมุกที่แข็งโด่เข้าหาสองนายตำรวจหนุ่มที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ทันทีโดยมีจ่าดำเกิงเดินตามหลังอย่างไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ท่อนฅวยกลับผงาดง้ำ คำพูดที่เปรียบเหมือนคำพิพากษาของไอ้เสกทำให้นายตำรวจมือปราบอย่างเขาสะดุ้ง จ่าบุญส่งรีบกดหัวเขาพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ อิทธิฤทธิ์มองหน้าลูกน้องที่แก่คราวพ่อด้วยสายตาเลื่อนลอย เหตุการณ์พลิกผันจนเขาตั้งรับไม่ทันสายตายังคงเพ่งที่หน้าของอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา สองหูได้ยินเสียงจากใจที่บอบช้ำย้ำเตือนตลอดเวลา “นายมาไกลเกินกว่าจะคิดแก้ไขอะไรแล้วนายอิท” และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่แวบเข้ามาในหัวสมองก่อนขาแข็งแรงของเขาจะค่อย ๆ ทรุดลงตามแรงมือของลูกน้องทรยศ จนวินาทีที่ปากเขาสัมผัสกับหัวฅวยฝังมุกที่คุ้นเคยเขารู้ทันทีว่าประตูสู่อิสรภาพของเขาได้ถูกปิดตายอย่างถาวร เหลียวมองหมวดศักดิ์ที่ถูกจ่าดำเกิงเอาฅวยแข็งถูไถใบหน้าคมสัน ก่อนสูดลมหายใจลึกหันกลับมาเผชิญหน้าฅวยฝังมุกที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งก่อนครอบปากลงบนหัวฅวยใหญ่แล้วเริ่มดูด “ซี้ดส์ เสียวฅวยจริง ๆ เลย...สารวัตร” จ่าบุญส่งสูดปากครางร่างผอมสั่นสยิว นายตำรวจหนุ่มกล้ำกลืนความอัปยศพร้อมฅวยฝังมุกเข้าปาก ความรู้สึกเดียวที่แจ่มชัดในหัวสมองคือความเสียวจากเม็ดมุกที่กำลังครูดผนังลำคอไปมา ยิ่งจ่าส่งกระเด้าเย็ตแรงขึ้นเท่าไหร่เขาก็เพิ่มแรงดูดเป็นสองเท่า แถมลากลิ้นเลียทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมเลยไปถึงกระโปกดำสองใบจนจ่าบุญส่งครางไม่เป็นภาษาจับหัวเขาแน่นโยกเอวเสียบฅวยลึกยันคอหอยฉึก ๆ สองจ่าคู่หูก้มหน้าก้มตาประเคนท่อนฅวยเข้าใส่ปากผู้บังคับบัญชาอย่างเมามันท่ามกลางสายตาหื่นหลายคู่ที่จับจ้องอยู่ แค่คิดว่าจะได้เย็ตเจ้านายเก่าเพื่อเอาใจเจ้านายใหม่ยิ่งทำให้ทั้งคู่เงี่ยนเป็นพิเศษ ทั้งสองผลัดกันเย็ตสองปากอุ่นอย่างทั่วถึง เมื่อสาแก่ใจแล้วจ่าบุญส่งก็เปลี่ยนเป็นนอนหงายโชว์ฅวยแข็งตั้งเป็นลำพยักเพยิดให้อดีตผู้บังคับบัญชารูปหล่อนั่งคร่อมหย่อนรูตูดครอบหัวฅวยอย่างแม่นยำ ฅวยใหญ่ชำแรกผ่านรูเข้าไปทันที “อืมมม” อิทธิฤทธิ์กัดปากแน่นเสียงครางลอดผ่านไรฟันออกมาแบบยั้งไม่อยู่ จ่าบุญส่งใช้สองมือจับเอวเขายกขึ้นเป็นเป้านิ่งก่อนกระดกเอวกระเด้าฅวยสวนขึ้นฉับ ๆ จนฅวยยาวจมหายไปทั้งลำ “ซี้ดส์...อูยยยยย..” คู่เย็ตต่างวัยครางพร้อมกันด้วยความเสียวสุดขีด อิทธิฤทธิ์ถูกจ่าลูกน้องจับเย็ตอย่างเมามันโยกร่างกำยำเด้งขึ้นเด้งลงเหนือท่อนฅวยยาวใหญ่ที่มุดเข้าออกรูตูดเสียงดังฟุบฟับ ๆ เม็ดมุกที่เบียดครูดกับเนื้ออ่อนภายในทำให้เขาครางกระเส่า “ซี้ดส์...” จ่าบุญส่งกระเด้งเอวยกตูดกระเด้าอย่างเร่งร้อนจับเอวสารวัตรหนุ่มไว้แน่นหมุนฅวยฝังมุกคว้านรูตูดที่บวมเป่งดึงออกมาจนเกือบหลุดก่อนจับเอวหมุนกลับสวนทางท่อนฅวยที่เสยกลับเข้าไปเต็มเหนี่ยว “อึ๋ยสสสส์....อูยยยย จ่า...หูยยยยเสียวววววผมมมมเสียวววว” อิทธิฤทธิ์หน้าเบ้ร้องลั่นลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่ตามลำพังเหมือนเมื่อคืน ชายหนุ่มครางไม่หยุดผวากอดจ่าบุญส่งพร้อมกดกระแทกตูดใส่ลำฅวยใหญ่ที่เย็ตสวนขึ้นมาจนฅวยตัวเองที่แข็งเต็มที่กระดกฟาดหน้าท้องจ่าบุญส่งปั๊ก ๆ ฝ่ายจ่าดำเกิงก็กำลังบดอัดบั้นท้ายหมวดศักดิ์ที่คลานสี่ขาด้วยฅวยแข็งยกขาเล็กน้อยขย่มเย็ตรูตูดที่อ้าอมฅวยใหญ่จนมิดด้าม “ซี้ดส์....เสียววววว...จ่า..เย็ตแรงอีกจ่า...แรงงงง ๆ” หมวดศักดิ์ครางเสียวสุดหัวใจกระตุ้นจ่าดำเกิงให้เร่งเผด็จศึก จ่าดำเกิงกัดฟันกรอดทุ่มเทพละกำลังเท่าที่มีใส่รูตูดหมวดหนุ่มไม่ยั้งครางหายใจแทบไม่ทัน “อา...ๆๆ...หา.หา..ๆ ๆ ๆๆ” ซอยตูดสาวฅวยที่ลื่นเป็นมันกดทีเดียวมิดด้ามจนกระโปกคู่งามแก่วงไหวฟาดกับง่ามตูดสั่นสะท้าน หมวดศักดิ์สะดุ้งเฮือกแหงนหน้าครางหลับตาปี๋ ทั้งสี่คนเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่ไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากความมันส์ตรงหน้า เสียงครางจากความสุขเสียวผสานกับเสียงฅวยเสียดสีเนื้อนุ่มที่คับแน่นดังระงม จ่าคู่หูตะบี้ตะบัน***ตูดแน่นของสองผู้บังคับบัญชาอย่างไม่รู้เหนื่อย จ่าบุญส่งเย็ตท่าเดิมสักพักก็จับสารวัตรหนุ่มให้นอนหงายเกร็ง***ฝังมุกที่ยังคาอยู่กระแทกเต็มแรง “อาว์...ซี้ดส์” อิทธิฤทธิ์ครางน้ำตาเล็ด จ่าดำเกิงเห็นดังนั้นรีบจับขาหมวดศักดิ์ที่ยังอยู่ท่าหมาขึ้นทำให้หมวดหนุ่มต้องใช้สองแขนเดินแทนขา จ่าดำเกิงรวบขาแกร่งของหมวดไว้กับเอวกระเด้าฅวยใหญ่ที่ยังคารูอยู่ยึก ๆ เย็ตไปเดินไปหาคู่จ่าส่งกับสารวัตรที่กำลังเย็ตกันอย่างออกรส จ่าบุญส่งกระหน่ำ***ฅวยฝังมุกใส่รูสารวัตรอย่างรุนแรงและรวดเร็วเม็ดมุกครูดเบียดผ่านเนื้ออ่อนจนร้อนจี๋ก่อนพลิกนอนหงายให้ชายหนุ่มกลับมาอยู่ด้านบนแต่หันหน้าออกทางปลายตีน ใช้สองมือจับขาอ่อนเขายกขึ้นเผยให้เห็นฅวยที่เสียบเสยทะลวงรูตูดมุดเข้ามุดออกจนเนื้อแดงปลิ้นไปปลิ้นมาตลอดเวลา ส่วนจ่าดำเกิงที่เดินเย็ตหมวดศักดิ์พักใหญ่ก็ปล่อยขาเขาให้เป็นอิสระก่อนกระซิบที่ข้างหูหมวดหนุ่ม หมวดสืบศักดิ์ตาเป็นประกายตะลีตะลานลุกจากพื้นเดินเข้าหาหัวหน้าที่กำลังถูกจ่าลูกน้องระดมเย็ตอยู่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงคุกเข่าจ่อฅวยแข็งปั๋งเข้าใส่รูตูดที่มี***จ่าบุญส่งเสียบอยู่ อิทธิฤทธิ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจพยายามส่ายเอวหนีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเมื่อฅวยใหญ่ยังปักตรึงอยู่ รู้สึกแปลกชอบกลที่จะโดนหมวดศักดิ์***เป็นครั้งแรกพอ ๆ กับหมวดหนุ่มที่เสียวจนน้ำแทบแตกเมื่อจะได้เย็ตหัวหน้ารูปหล่อเป็นครั้งแรกเช่นกัน หมวดหนุ่มโน้มตัวจับหัวไหล่หัวหน้าหนุ่มไว้แล้วกระดกเอวกระเด้ายึก ๆ สี่ห้าทีบวกกับแรงถีบจากจ่าดำเกิงที่ใช้ตีนยันตูดกลมของเขาอีกแรง ในที่สุดรูตูดที่เคยโดนของใหญ่อย่างอาเดและนองยี แถมโดนสองจ่ารุมมาแล้วของอิทธิฤทธิ์ก็เปิดทางให้ฅวยหมวดหนุ่มเสียบเข้าไปอีกอันจนได้ ทั้งคู่แหงนหน้าสูดปากพร้อมกัน “ซี้ดส์...อูย...” เม็ดมุกที่ครูดรูตูดอยู่แล้วเมื่อโดนเบียดจากฅวยอีกอันยิ่งหมุนวนควานรูเขาไม่หยุดหย่อน สำหรับหมวดศักดิ์เม็ดมุกที่บดอัดเข้ากับฅวยแข็งก็เพิ่มความเสียวให้เขาจนร่างสั่นสะท้าน ยังไม่ทันที่หมวดศักดิ์จะเริ่มเย็ตจ่าดำเกิงที่ยืนคุมเชิงอยู่รีบประกบเข้าข้างหลังเสียบฅวยเข้าไปในรูตูดหมวดหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าทันที ก่อนกระแทกหนักหน่วงส่งผ่านความเสียวจากรูตูดหนึ่งไปอีกรูตูดหนึ่งในคราวเดียว อิทธิฤทธิ์ที่อยู่ตรงกลางครางหงิงเมื่อโดนถล่มรูเย็ตจากด้านล่างโดยฅวยฝังมุกจนแอ่นโย้ขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่จ่าดำเกิงกระเด้า***ตูดหมวดศักดิ์แรงทำเอาสารวัตรรูปหล่อผวาเฮือกรู้สึกเหมือนถูกเย็ตด้วยฅวยสามอันพร้อม ๆ กัน ภาพการเย็ตที่แสนเร้าใจสร้างความเงี่ยนง่านให้แก่พวกไอ้เสกจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ต้องยืนชักว่าวเร่งอารมณ์จน***ทุกอันแข็งโด่รอโอกาสที่จะทะลวงรูตูดสองนายตำรวจอีกครั้ง ไอ้เสกยิ้มกวาดตามองลูกน้องที่กำลังเงี่ยนสุดขีดก่อนหันหน้ากลับมายังสารวัตรรูปหล่อที่ตอนนี้โดนจ่าบุญส่งจับเปลี่ยนให้อยู่ในท่าลิงอุ้มแตง เสียบฅวยทะลวงรูตูดจนเนื้อแดงปลิ้นก่อนส่งสัญญาณให้เพื่อนซี้เข้าประกบเสียบฅวยอีกอันเข้าไป สองมือจ่าบุญส่งจับเอวเขาแน่นในขณะที่จ่าดำเกิงใช้สองมือประคองแก้มตูดกลมแน่นก่อนทะลวง***ประกบแน่นกับ***ฝังมุกของจ่าบุญส่งแล้วเย็ตเข้าไปพร้อม ๆ กันถามเย้า “มันส์ไหมสารวัตร ซี้ดส์..รูตูดเย็ตมันส์จริง ๆ” เท่านั้นเองอิทธิฤทธิ์ก็ผวาวูบสติแตกร้องลั่น “ซี้ดส์...จ่า..อูยเสียวววว...โอยมันนนนส์ ..เย็ตแรง ๆ จ่าผมเสียวววว” พวกมันกดกระแทกเย็ตสองฅวยบุกทะลวงรูตูดนายตำรวจหนุ่มอย่างไร้ความปรานีกะโชว์เจ้านายใหม่ถึงความเต็มใจที่จะขอเข้าร่วมแก๊งค์ด้วยลีลาการ***ขั้นเทพ ส่วนหมวดศักดิ์ตอนนี้อยู่ท่าคลานสี่ขากำลังโดนนองยีขย่มเย็ตจ้องมองสารวัตรอิทธิฤทธิ์ที่โดนประกบเย็ตโดยจ่าทั้งสองด้วยใจเต้นระทึกและในทันใดเขาก็ร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ “อย่า..ไม่มมมมมมม่” เมื่อเห็นไอ้สงกับไอ้แมนที่มีปืนกระชับแน่นในมือเดินย่างสามขุมเข้าหาสามคู่เย็ตที่ต่างหลับตาดื่มด่ำกับความเสียวสุดขีดโดยไม่รู้ว่ามัจจุราชกำลังจะมาเยือน
เสียงร้องดังของหมวดสืบศักดิ์ทำให้จ่าคู่หูและอิทธิฤทธิ์ลืมตามองแต่ช้าไปไอ้สงกับไอ้แมนจ่อปืนเข้ากับขมับทั้งคู่แล้วลั่นไก “ไมมมมมม่..อย่า ...อย่า....” ทั้งสามร้องเสียงหลง “ปัง...ปัง” เสียงปืนดังสะท้านแก้วหูลูกกระสุนทะลุผ่านสมองของจ่าบุญส่งกับจ่าดำเกิงเกือบจะพร้อมกัน เลือดสีแดงสดสาดกระจายเต็มหน้าอิทธิฤทธิ์ที่กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สองจ่าสะท้านเฮือกเอวกระดกยึก ๆ ราวกับเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้าย ฅวยใหญ่ที่เสียบคาตูดกระตุกถี่ ๆ ก่อนระเบิดน้ำเงี่ยนใส่รูตูดเขาปรี๊ด ๆ พร้อมกับวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่าง อิทธิฤทธิ์ร่วงลงพื้นดังตุ๊บเมื่อจ่าบุญส่งกับจ่าดำเกิงล้มลง เขานั่งคุดคู้ตัวสั่นปล่อยให้น้ำฅวยสีขาวขุ่นที่ล้นทะลักรูตูดไหลหยดเป็นทางสองมือกุมหัวร้องเพ้อซ้ำ ๆ เหมือนคนเสียสติ “ไม่..ๆๆๆๆๆๆ” เหม่อมองดูร่างลูกน้องที่นอนตายตาเบิกโพลงเลือดไหลนองเต็มพื้น เขาสะดุ้งเฮือกร้อง “อ๊ากก...อือ ๆ ๆ.....ๆๆๆ..ไม่..ไม่..ไม่” เมื่อซางแปจิกผมเขากระชากหน้าให้หงายขี้นเผชิญกับพ่อเลี้ยงเสกที่ยืนถอกฅวยอยู่ มันแสยะยิ้มจ้องฅวยที่ยังแข็งโด่ของเขาไม่วางตา อิทธิฤทธิ์เองก็รู้สึกงงแม้จะเสียใจและตกตะลึงที่ลูกน้องที่เขารักและไว้ใจเพิ่งถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาแต่เขากลับอยู่ในอารมณ์เงี่ยนเต็มที่จนกลายเป็นตัวตลกในสายตาพวกมัน อาจเป็นอารมณ์ที่ยังค้างจากการถูกสองจ่ารุมเย็ตก็ได้ เขาบอกตัวเองมองดูไอ้เสกที่ยังคงชักว่าวไม่หยุด “ทำไมต้องฆ่าสองคนนั่น..” จู่ ๆ อิทธิฤทธิ์ก็ถามเสียงแผ่วแบบไม่ต้องการคำตอบจริง ๆ “...ที่มันสองคนต้องตายก็เพราะมึง ถ้ามึงไม่คิดแผนชั่ว ๆ นั่น...แล้วคนอย่างพวกมันกูไม่เลี้ยงให้เปลืองข้าวสุกหรอก มันทรยศมึงได้ มันก็ทำกับกูได้” ไอ้เสกอธิบาย เขาอยากจะเถียงว่าแผนดังกล่าวไม่ใช่ความคิดเขาแต่ก็ฝืนไว้เขาจะโบ้ยความผิดให้ลูกน้องไม่ได้ “กูไม่รู้จะสะใจหรือสมเพชมึงดี...ไอ้อิท” ไอ้เสกส่ายหัวพูดต่อ ยิ้มหยันมองดูสภาพที่น่าทุเรศของเขา “ ถึงไอ้สองคนนั่นจะต่ายห่าไปแล้วแต่มึงไม่ต้องห่วง ตรงนี้ยังมีฅวยใหญ่อีกหลายอันพอจะช่วยให้มึงหายเงี่ยนได้” พ่อเลี้ยงชั่วพูดยั่ว ฅวยใหญ่กระดกหงึก ๆ อิทธิฤทธิ์เหลือบมองดูศพของจ่าทั้งสองแว่บนึงก่อนเบือนสายตาไปยังหมวดศักดิ์ที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอย่างสิ้นหวัง “ เดี๋ยวรอให้พวกกูหายเงี่ยนก่อนแล้วค่อยชำระคดีกับมึงสองคน” ไอ้เสกพูดขึ้นลอย ๆ จากนั้นเสียงตวาดของซางแปกับนองยีพม่าสองพ่อลูกก็ดังขึ้น “พวกมึงรอ***อะไรวะ รีบมาแดกฅวยกูนี่” สองนายตำรวจที่เพิ่งโดนคาดโทษจากไอ้เสกมองหน้ากันเลิ่กลั่กเหลือบมองดูศพของสองจ่าคู่หูและเหมือนกับนัดกันทั้งคู่ก็ลนลานรีบคลานเข่าเข้าหาพวกมันที่ยืนเรียงหน้ากระดานก่อนจะกระจายล้อมพวกเขาไว้ตรงกลาง ฅวยใหญ่อันแล้วอันเล่าทะลวงปากของทั้งคู่ดังฟุบฟับผสานเสียงครางเมื่อลิ้นอ่อนสองอันตวัดเลียหัวฅวยอุ่นซอกซอนชอนไชรอยหยักจนทั่วก่อนเลียพวงกระโปกยานเลยไปถึงร่องตูดรกขนดำทะมึน อิทธิฤทธิ์และสืบศักดิ์คลานเข่าสวนกันไปมาดูดอมท่อนฅวยใหญ่เสียงจ๊วบจ๊าบจนครบทุกดุ้น ก่อนจะถูกจับให้อยู่ในท่าพร้อมเย็ตหันหน้าชนกันคลานสี่ขาโดยมีฅวยซางแปตั้งโด่อยู่ตรงกลาง ไอ้เสกเข้าประกบหลังอิทธิฤทธิ์ทันที ส่วนไอ้แมนยึดเอวหมวดศักดิ์แน่นอัดท่อนเนื้อใหญ่เข้าไปในรูตูดมิดลำ หมวดหนุ่มแหงนหน้าสูดปากดังเมื่อโดนจู่โจมอีกครั้ง เนื้ออ่อนรอบรูเปิดอ้าอมดุ้นฅวยไอ้แมนจนบวมตุ่ย อิทธิฤทธิ์ก็โดนไอ้เสกใช้สองนิ้วแหกรูตูดออกกว้างถุยน้ำลายใส่จนเปียกชุ่มก่อนเสียบฅวยแข็งพรวดเดียวจนหน้าท้องแกร่งเป็นลอนกระแทกกับแก้มตูดดังป๊าบ “ซี้ดสสสสส์” สารวัตรมือปราบครางหงิงผวาจูบฅวยซางแปที่อยู่ตรงหน้าเต็มรัก แรงกระเด้าจากไอ้แมนและไอ้เสกที่ระดมใส่รูตูดทั้งคู่ช่วยให้ฅวยซางแปที่ถูกประกบจูบอยู่สองด้านถอกหน้าถอกหลังเป็นจังหวะ พวกมันเร่งกระแทกเย็ตเร็วและแรงไม่มีความปรานีใด ๆ ให้กับนายตำรวจทั้งสอง อิทธิฤทธิ์กับหมวดศักดิ์เองก็กำลังเสียวสุดขีดจากการถูกเย็ตแบบไม่ให้หายใจหายคอ ร้องครางพร้อมกันดังระงม “อูยยย....ซี้ดส์...เสียววววว...เย็ตแรงงงงอีกกก....อูย..พ่อเลี้ยงครับเย็ตตูดผมมมแรงงงง ๆ” อิทธิฤทธิ์ครางลั่นด้วยความเสียวอย่างหมดอายไม่ห่วงศักดิ์ศรีใด ๆ อีกแล้วแอบหวังลึก ๆ ว่าการยอมแพ้อย่างหมดรูปของเขาจะทำให้ความโกรธของไอ้เสกลดลงบ้าง “เอาเลยครับคุณเสก..รูตูดผม....เป็นของพ่อเลี้ยงแล้วเย็ตตตตตตแรงง ๆ โอยยย.....เย็ตตตเลยครับบบบ...พ่อเลี้ยง.ซี้ดสสส์...” เขายังครางไม่หยุด ไอ้เสกยิ้ม***มคิดในใจ “ มันสายไปแล้ว..ไอ้อิทธิฤทธิ์” ความรักที่มันเคยมีให้นายตำรวจรูปหล่อถูกทำลายลงอย่างย่อยยับเหลือแต่ความแค้นที่ฝังแน่นในใจ “ กูจะตอบแทนมึงอย่างสาสมให้สมกับที่มึงไม่เคยหลาบจำคิดวางแผนจะกำจัดกู ” คิดพลางกระดกเอวเสียบท่อนฅวยให้มุดทะลวงรูตูดที่สั่นสะท้านเร็วจนมองไม่ทัน มันเย็ตอยู่นานก่อนตัวเกร็งกระตุกวูบน้ำ***สีขาวขุ่นพุ่งปรี๊ดเข้าไปดับความเสียวที่อบอวลอยู่ในรูตูดที่ร้อนฉ่า ไอ้เสกถอนฅวยออกเปิดทางให้ไอ้สงเข้าแทนที่ มันเสียบเสยฅวยแข็งที่น้ำจวนออกอยู่รอมร่อเข้าไปกระเด้าเย็ตสักพักน้ำเงี่ยนที่ขังอยู่เต็มกระโปกก็ระเบิดใส่รูตูดเขาจนล้นทะลักออกมาเลอะง่ามขาที่สั่นพั่บ ๆ ส่วนไอ้แมนก็เร่งกระเด้งเอวเย็ตหมวดศักดิ์ถี่ยิบไม่นานก็ตามไอ้สงไปติด ๆ ฉีดน้ำเงี่ยนใส่รูหมวดหนุ่มเต็มแรงครางระงมเมื่อน้ำหยดสุดท้ายผ่านปลายฅวยออกมา หมวดศักดิ์ไม่ทันได้พักตูดไอ้เดชก็เข้ามาแทนจับเอวเขาตั้งท่าทะมัดทะแมงยัดดุ้นฅวยยักษ์ใส่รูตูดที่อ้าอยู่ทันที ซางแปเมื่อเห็นรูตูดสารวัตรรูปหล่อว่างลงมันรีบเข้าประกบบั้นท้ายงามก่อนบรรจงจ่อหัวฅวยที่แข็งจวนระเบิดกระเด้าพรวดเดียวก็ส่งฅวยทั้งดุ้นจมหายอัดหมอยหยาบหงิกงอกับรูตูดบวมแดงที่ทั้งเสียวทั้งคันทำเอาสารวัตรหนุ่มเพ้อ “ซี้ดส์....” เขาเหลียวหลังเผชิญหน้ากับพม่าซาดิสม์ด้วยสายตาวิงวอน “เย็ตตตตแรง ๆ ซางแปเย็ต...ผมแรงงงง ๆ...ฅวย...ซี้ดส์..***.เย็ตมันส์..ซี้ดส์...อาวววว์..อูย” “เงี่ยนมากนะมึง..ได้เลย...ถ่างขาออก เดี๋ยวกูจะเย็ตตูดมึงให้ฉีกเลย..ไอ้สัตว์” ซางแปสบถสะใจตบตูดเขาเต็มแรง อิทธิฤทธิ์ครางตาลอยคำพูดหยาบเถื่อนของมันยิ่งทำให้เขาเงี่ยนสุดขีด น้ำเมือกเหนียวใสไหลออกจากปลายฅวยแข็งเป็นทาง เขากัดฟันแน่นค่อย ๆ ถ่างขาออกตามคำสั่งเปิดทางให้ซางแปซอยตูดกระเด้าเย็ตอย่างลืมตาย ฅวยใหญ่เบียดเนื้อแดงปลิ้นตามดุ้นเนื้อที่มุดทะลวงเข้าออกอย่างเมามัน พม่ารุ่นใหญ่ส่ายเอวบดฅวยหมุนควงเป็นวงกะสอนนายตำรวจรุ่นลูกให้จำไปจนวันตาย มันเอื้อมมือกำพวงกระโปกเขาไว้คลึงเคล้นไปมายกขาข้างหนึ่งยันพื้นยึดเป็นที่มั่นสาวฅวยยาวออกเกือบสุด และโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยมันโหย่งตูดกระแทกท่อนฅวยแหวกขนตูดเปิดเป็นทางเบียดหัวฅวยฝังเข้าไปในรูจนแน่นตื้อพร้อมกับกระชากลูกกระโปกเขาเต็มแรง “ อ๊ากกกกกกกก........ซี้ดส์....อูยยยยย...” อิทธิฤทธิ์ร้องลั่นหน้าสั่นดิกรู้สึกเหมือนไฟฟ้าวิ่งจากลูกกระโปกแผ่ซ่านเสียววาบไปทั่วแผ่นหลัง ทั้งเจ็บทั้งเสียวอย่างบอกไม่ถูก มือซางแปยังเกาะกุมกระโปกเขาไม่ปล่อย มันกระตุกไข่เขาเป็นจังหวะตามแรงเย็ตสอดรับกับท่อนฅวยที่มุดเข้าออกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นองยียืนดูพ่อตัวเองสอนบทเซ็กส์ให้ตำรวจหนุ่มด้วยความเงี่ยน มันถอกฅวยใหญ่จนน้ำเมือกกระจายก่อนเดินจ่อฅวยไปที่ปากสารวัตรมือปราบดันทีเดียวกระโปกยานก็ฟาดเข้ากับคางเขาดังผัวะ “อ๊บบบบ” อิทธิฤทธิ์ครางเมื่อโดนจู่โจมสองทาง แรงเสียดสีจากเนื้อเบียดเนื้อทั้งรูตูดและช่องปาก ทำให้ความรู้สึกเดิม ๆ แวบเข้ามาในสมอง ปากและรูตูดที่เปรียบเหมือนตั๋วชั้นหนึ่งที่เขาเคยคาดหวังว่าจะพาเขาสู่อิสรภาพได้ถูกฉีกจนขาดกระจุย เป็นการตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของเขาอีกครั้งที่ไม่มีอะไรให้หวังอีกแล้วนอกจากความมืดมน สองพ่อลูกชาวพม่าวนเวียนกระหน่ำเย็ตนายตำรวจไทยอย่างต่อเนื่อง ซางแปกดตูดเขาให้ต่ำลง ลุกขึ้นคร่อมเสียบฅวยแข็งจนมิดด้ามโขยกเย็ตอย่างรุนแรง บดอัดดุ้นเนื้ออย่างบ้าคลั่งก่อนตัวเกร็งกระตุกฉีดน้ำฅวยใส่รูตูดเขาเหมือนเขื่อนแตก ถอน***ที่อ่อนตัวออกสลับให้นองยีเข้าแทนที่ พม่าหนุ่มกดฅวยใหญ่ทีเดียวรูตูดที่ลื่นเป็นมันก็อ้าอมท่อนเนื้อจนหมดลำ มันโยกเอวกระเด้าเย็ตนายตำรวจรูปหล่ออย่างเมามันโน้มตัวไปบนร่างแกร่งขบติ่งหูเขาเบา ๆ เพื่อเพิ่มความเสียว ได้ผลอิทธิฤทธิ์ครางอือ ๆ หันหน้าเผยอปากรับลิ้นอุ่นนุ่มของมันดูดปากเสียงดังแลกน้ำลายกันจนไหลยืด ก่อนเด็กหนุ่มใช้สองมือโอบเอวเขาไว้ค่อย ๆ เปลี่ยนท่าเป็นนอนหงายให้เขานอนทับร่างคร่อมฅวยใหญ่ที่ยังเสียบคาอยู่ มันใช้สองแขนล๊อคแขนเขาไว้ รัดร่างกำยำให้แนบกับตัวมันงอเข่าเล็กน้อยแล้วกระดกเอ็วกระเด้าเย็ตแบบไม่ยั้ง ฅวยใหญ่เสียบทะลวงรูตูดเขาถี่ยิบเสียงดังสวบสาบผสานเสียงคราง “เฮอ...เฮอ...อาว์..ซี้ดส์...เฮอ..” ที่ทั้งคู่ครางระงม พ่อเลี้ยงเสกที่ยืนดูอยู่ทนไม่ไหวเดินเข้ามายืนค้ำร่างเขาที่กำลังโดนนองยีจัดหนักอยู่ ยกตีนเหยียบไปที่ใบหน้าหล่อเหลาลูบไปมาก่อนแหย่ตีนแหวกริมฝีปากยัดหัวแม่โป้งบดขยี้ปากสวยจนเสียรูป อิทธิฤทธิ์ไม่มีทางเลือกเขาอมนิ้วตีนจนเต็มปากสายตาจ้องหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ตอนนี้มีอำนาจเหนือเขาอย่างเต็มภาคภูมิ นองยีที่นอนโยกเอวกระเด้าอยู่เลื่อนมือแบะต้นขาเขาออกขยิบตาให้อาเดที่เงี่ยนจนฅวยแทบระเบิดให้เข้ามามอบความเป็นผัวให้สารวัตรรูปหล่ออีกคน อาเดรีบคุกเข่าประกบเบียดหัวฅวยที่เปียกเยิ้มถูไถระหว่างร่องรูที่แคบเล็กกับฅวยใหญ่ของนองยี กระแซะทีละน้อยจนหัวฅวยผ่านเข้าไปได้ “ ซี้ดส์....ๆๆๆๆ” เสียงครางของสามคู่เย็ตดังสะท้อนห้องขัง ด้วยความเงี่ยนที่เกินพิกัดอาเดกัดฟันกรอดกระเด้าฅวยใส่รูตูดไม่หยุด และในที่สุดอิทธิฤทธิ์ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าโคตรฅวยสองดุ้นได้ทะลวงเข้าไปในร่างเขาสำเร็จเมื่อรูตูดขยายกว้างออกเหมือนถูกฉีกดังแควกแถมทั้งเสียวทั้งคันจนสุดทนเมื่อกระจุกหมอยของอาเดบดขยี้กับเนื้ออ่อนที่ถูกปลิ้นออกมาจากแรงเบียด นี่เป็นอีกครั้งที่ความเสียวพุ่งทะยานเลยความเสียวใด ๆ ที่เขาเคยได้รับสองฅวยใหญ่ฝังแน่นจนเขาไม่กล้าขยับปล่อยให้สองเด็กหนุ่มรุ่นลูกจับมือกันกระหน่ำเย็ตเขาอย่างเผ็ดร้อน สองฅวยยาวผลัดกันกระทุ้งจุดกระสันต์ที่อยู่ลึกภายในตลอดเวลากระตุ้นอารมณ์เงี่ยนเขาจนกระเจิดกระเจิง ***แข็งเขาถูกถูไถไปกับหน้าท้องแบนราบของอาเดก็ยิ่งเร้าอารมณ์เขาให้พุ่งสูงขึ้นจนน้ำแทบแตกก่อนจะถูกจับให้เปลี่ยนท่าอีกครั้ง อาเดจับเขาให้ยืนขึ้นประกบหลังเสยฅวยดังสวบจนมิดลำใช้มือหนึ่งกอดอกส่วนอีกมือยกขาเขาขึ้นเปิดช่องให้นองยีเสียบฅวยเบียดเข้ามาจนมิดด้าม อิทธิฤทธิ์ที่ร้ายกาจตอนนี้โดนสองเด็กหนุ่มหนึ่งกะเหรี่ยงหนึ่งพม่าจับเย็ตในท่ายืนขาเดียว เหมือนเดิมจุดเสียวยังคงถูกจู่โจมไม่หยุดหย่อน นองยีกับอาเดผลัดกันเสียบท่อนฅวยใส่รูตูดเขาอย่างมีชั้นเชิงไม่เปิดโอกาสให้จุดกระสันต์ได้หยุดพักแม้แต่น้อย ทั้งสามคนครางกระเส่า “อูย..เฮอ ๆๆๆ...ซี้ดส์...โอยยยยย...อูย..นองยียยยี...อาเดดดดเย็ตต...ซี้ดส์” อิทธิฤทธิ์ครางร้องเรียกคู่เย็ตดังระงมสั่นสยิวเมื่อน้ำใกล้แตก “ผมเย็ตมันส์ไหมสารวัตร...ซี้ดส์”อาเดที่ไม่ค่อยพูดคงจะเงี่ยนสุดขีดถึงกับเอ่ยปากถามเขา “ซี้ดส์ กระเด้าเย็ตแรงงอีก...อาเด..ซี้ดส์มันส์อยูย...เย็ตแรง ๆ” อิทธิฤทธิ์ร้องขอแบบหมดอาย นองยีกับอาเดยิ้มสบตากันวูบก่อนเกร็งฅวยเสยพร้อม ๆ กัน สองหัวฅวยใหญ่เบียดอัดจุดเสียวแทบแหลกสลาย ก่อนอิทธิฤทธิ์กระตุกวูบตาเหลือกลาน “อูยยยย....ซี้ดส์...เสียวววววโอยย...อาเด.นองยียยยี..อ๊ากกก..เย็ตต ..น้ำ ๆๆแตกกกแล้ววววว.....ซี้ดส์” เขาครางด้วยความเสียวสุดชีวิตหัวใจแทบวายก่อน***แข็งที่กระดกไปมาจะกระตุกฉีดน้ำเงี่ยนขาวข้นเป็นสาย ตอบสนองกับน้ำเงี่ยนของอาเดกับนองยีที่พุ่งใส่จุดเสียวเขาอย่างรุนแรงพร้อมกัน อีกมุมห้องหมวดศักดิ์ที่โดนไอ้เดชกระหน่ำเย็ตก็ถึงจุดสุดยอดเหมือนกันหมวดหนุ่มครางลั่นน้ำ***พุ่งปรี๊ด ๆ ไปในอากาศก่อนตกกระจายเหมือนห่าฝน ตอนนี้ทั้งห้องดังไปด้วยเสียงหอบหายใจดังฟืดฟาด ก่อนเสียงไอ้เสกจะดังทำลายบรรยากาศ “เอาละ ทีนี้ก็ถึงเวลาชำระคดีกับมึงสองคนแล้ว....เอาเข้ามา” สิ้นเสียงไอ้เสกยามหน้าเดิมก็เดินยกถาดสแตนเลสเข้ามา อิทธิฤทธิ์กับสืบศักดิ์สองนายตำรวจมองหน้ากันเห็นบนถาดมีเข็มฉีดยาอยู่อันหนึ่ง ทั้งคู่งงเหมือนไก่ตาแตกก่อนไอ้เสกจะพูดขึ้น “มึงต้องรับผิดชอบ จากการที่มึงร่วมกันวางแผนเพื่อจัดการกู กูมีเกมจะให้มึงเล่น เกมนี้ไม่ใช่เล่นเพื่อความสนุกอย่างเดียวแต่มันเดิมพันมึงด้วยชีวิตผู้แพ้หนึ่งเดียวจะได้รับการลงโทษ” มันพูดปรายตาไปยังเข็มฉีดยาที่บรรจุน้ำอยู่เต็มหลอด “นี่คือเฮโรอีนบริสุทธิ์ที่จะมอบให้กับผู้แพ้” ไอ้เสกพูดหัวเราะสะใจ อิทธิฤทธิ์กับสืบศักดิ์อ้าปากค้างด้วยความตกใจก่อนอิทธิฤทธิ์จะมีสติโพล่งออกไป “แต่...ๆ แต่ผมไม่ได้ต้นคิดเรื่องแผนการนะครับบ...พ่อเลี้ยง” เขาพูดเสียงสั่นเอาตัวรอดไม่คิดถึงอะไรอีกแล้วถ้าเขาโดนฉีดด้วยยาเสพติดชีวิตเขาก็จบสิ้น หมวดศักดิ์มองหน้าหัวหน้าที่เขาเคยเคารพด้วยความผิดหวังแต่ก่อนที่จะพูดอะไร ไอ้เสกก็พูดขึ้นก่อน “จึ๊ ๆๆๆ...มึงทำให้กูผิดหวังจริง ๆ ไอ้อิท..กฏข้อหนึ่งของการเป็นหัวหน้าก็คือมึงต้องรับผิดชอบแทนลูกน้องไม่ว่ามึงจะผิดหรือไม่ก็ตาม ” พ่อเลี้ยงชั่วสั่งสอน อิทธิฤทธิ์ฟังนิ่งจำนนต่อเหตุผลใจเขาเต้นระทึกฟังไอ้เสกพูดต่อ “เกมที่พวกมึงต้องเล่นมีสามเกมด้วยกัน กติกาคือชนะสองในสาม ผู้แพ้ก็อย่างที่กูบอก เฮโรอีนในเข็มนั่นจะถูกฉีดเข้าไปที่หัวฅวยเป็นรางวัล...ขอให้มึงโชคดี” ยามร่างหนาที่ถือถาดประกาศเสียงดังฟังชัด... ” เกมที่หนึ่ง”
ประสบการณ์ ต่าง ๆ รวบรวมมาที่นี้ที่เดียว (เกย์)
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
สารวัตรอิทธิฤทธิ์ผจญภัย 5
พ่อเลี้ยงเสก สุริยะนอนผิวปากอยู่บนเตียงนุ่มในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ คิดถึงอนาคตที่นายตำรวจที่มันทั้งรักทั้งแค้นจะกลายเป็นทาสกามสนองอารมณ์ให้กับมันทั้งกายและใจอย่างมีความสุข เตรียมหาเซ็กส์เกมรูปแบบใหม่ ๆ ตามเว็บไซด์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติให้กับชีวิตใหม่ของทาสหล่ออย่างสารวัตรอิทธิฤทธ์ด้วยความกระตือรือล้นเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ ........................................... อีกด้านหนึ่งสี่นายตำรวจถูกพากลับมายังห้องขังด้วยความอ่อนเพลีย ต่างคนต่างเงียบราวกับว่าความเงียบจะทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลือนหายไปเหมือนหมอกควัน บรรยากาศหนักอึ้งชวนอึดอัดทำให้หมวดศักดิ์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จ่าดำเกิงชิงพูดเสียก่อน “ผมต้องขอโทษสารวัตรจริง ๆ นะครับ ที่...ที่ทำอย่างนั้น” ถึงไม่พูดทุกคนก็รู้ว่าจ่าดำเกิงหมายถึงอะไร “ไม่ต้องขอโทษหรอกจ่า ผมรู้ว่าจ่าไม่เป็นตัวของตัวเอง เป็นเพราะฤทธิ์ยาต่างหาก” อิทธิฤทธิ์โพล่งออกไป “ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่ควรจะล่วงเกินผู้บังคับบัญชานะครับ” จ่าดำเกิงพูดต่อน้ำเสียงจริงจัง “มันไม่มียศมีศักดิ์อะไรหรอกจ่าตอนที่ต่างคนต่างแก้ผ้านะ” พอคำพูดหลุดจากปาก จ่าบุญส่งที่นิ่งฟังอยู่หรี่ตามองสารวัตรหนุ่มตาเป็นประกายเช่นเดียวกับอิทธิฤทธิ์ก็รู้สึกไม่ถูกต้องในคำพูดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ต้องปล่อยเลยตามเลย หมวดศักดิ์เองก็มีความคิดเป็นของตัวเองเขามองจ่าบุญส่งกับจ่าดำเกิงก่อนจ้องหน้าผู้บังคับบัญชาพูดน้ำเสียงขึงขัง “ผมว่าพวกเรามีทางรอดแล้วครับ..หัวหน้า” สายตาทุกคู่จับจ้องหน้าหมวดหนุ่มพร้อมคำถามมากมาย หมวดศักดิ์พูดต่อ “ตอนนี้เรามีจ่าสองคนเพิ่มขึ้นมาก็เท่ากับเรามีโอกาสมากขึ้น ผมว่าพวกมันต้องมีทีเผลอบ้างละ จากประสบการณ์ของพวกเราผมว่าถ้าร่วมมือกันเราอาจจะชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบนะครับสารวัตร แผนของผมมีอย่างนี้” หมวดศักดิ์เขยิบล้อมวงเข้ามาอธิบายแผนการด้วยเสียงเบาเหมือนกระซิบ อิทธฤทธิ์ฟังนิ่ง ส่วนจ่าดำเกิงตบขาดังฉาด “นั่นสิครับ ทำไมผมคิดไม่ถึงนะ ผมเห็นด้วยกับหมวดร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างน้อยก็ได้ลอง” ใจจริงอิทธิฤทธิ์นั้นหมดความคิดที่จะต่อสู้นานแล้วแต่เมื่อทุกคนเห็นด้วยกับความคิดหมวดก็จำต้องยอมรับมติอย่างไม่ค่อยกระตือรือล้นเท่าไหร่นัก หลังจากทำความเข้าใจกับแผนการเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันนอนคนละมุม จะมีก็แต่จ่าคู่หูที่นอนขดตัวอยู่ใกล้กัน ภายในห้องขังค่อนข้างมืดมีเพียงแสงจากหลอดไฟไม่กี่แรงเทียนที่อยู่ตรงปลายทางเดินทำให้พอมองเห็นอะไรได้บ้างเท่านั้น อิทธิฤทธิ์ยังไม่หลับหัวสมองเขาว้าวุ่นสับสนไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พลันได้ยินเสียงแผ่วเบาเหมือนคนคุยกันเขาเงี่ยหูฟัง แม้จะเบาแต่ในความเงียบก็พอจะจับใจความได้ “ไอ้เกิง..ไอ้เกิง” เสียงจ่าบุญส่งเรียกเพื่อนซี้ “อะไรวะ” จ่าดำเกิงถามน้ำเสียงงัวเงีย “กูเงี่ยน” จ่าบุญส่งบอกเสียงสั่น “เออ..ไอ้นี่....เงี่ยนแล้วมาบอกกูทำไม..หรือว่ามึงหน้ามืดคิดจะ...มึงอย่าคิดบ้า ๆ กับกูนะไอ้เพื่อนเฮงซวย” จ่าดำเกิงด่าเพื่อนรัก ถึงทั้งคู่จะซี้ปึ๊กแค่ไหนจ่าดำเกิงก็ไม่เคยรู้ว่าจ่าบุญส่งเป็นเสือใบตัวฉกาจ นักโทษพวกลักเล็กขโมยน้อยที่ถูกขังบนโรงพักต่างเสียตูดให้กับจ่าหื่นแทบทุกรายเพื่อแลกกับความสะดวกสบายเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้แต่สารวัตรหนุ่มรูปหล่อก็โดนจ่าที่แก่คราวพ่อเก็บเอาไปว่าวจนน้ำแตกหลายต่อหลายครั้ง “ไม่ใช่มึง...กูหมายถึงโน่น” จ่าส่งโบ้ยปากไปทางสารวัตรที่นอนฟังใจเต้นตึกตัก “สารวัตร! มึงพูดเบา ๆ สิวะไอ้ส่ง เดี๋ยวสารวัตรได้ยิน” จ่าดำเกิงเตือน “ได้ยินก็ดีสิวะ กูจะได้ไม่ต้องพูดมาก” จ่าบุญส่งพูดไม่สนใจ “มึงจะทำแบบนั้นไม่ได้นะโว้ยไอ้ส่ง อย่าลืมว่าสารวัตรนะดีกับพวกเราแค่ไหน” จ่าดำเกิงพูดเตือนสติ “กูก็ไม่ได้เถียงว่าสารวัตรไม่ดีซะหน่อย กูแค่เงี่ยนเมื่อหัวค่ำมึงก็เห็นอย่างที่กูเห็นว่าสารวัตรนะเงี่ยนขนาดไหน แหกปากร้องให้ไอ้เด็กเวรนั่นตะบัน***จนน้ำแตก.... กูว่าไม่แน่นะไอ้เกิง....สารวัตรอาจจะกำลังฝันให้กูล่อตูดอยู่ก็เป็นได้” จ่าบุญส่งพูดเลียปากแผล็บ ๆ “มึงนี่ท่าจะบ้า แค่คิดมึงก็ผิดแล้วไอ้ส่ง นอน ๆ ๆ” จ่าดำเกิงพูดตัดบทพลิกตะแคงหันหลังให้เพื่อนรักก่อนหลับไป “มึงอย่ามาขอแบ่งกูก็แล้วกัน” จ่าส่งพึมพำก่อนเอนตัวลงนอน อิทธิฤทธิ์ลืมตาโพลงรูตูดขมิบวาบ ๆ เสียววูบในท้องน้อยเมื่อคิดถึงคำพูดของจ่าบุญส่งที่คิดจะล่อตูดเขา พยายามข่มตาให้หลับก็หลับไม่ลง จู่ ๆ หัวไหล่รู้สึกเย็นวาบ เขาทะลึ่งตัวขึ้นตามสัญชาติญาณเห็นจ่าบุญส่งนั่งประจันหน้าอยู่ “สา..ส...รวัตรครับ” จ่าบุญส่งพูดตะกุกตะกัก “มีอะไรหรือจ่า....จะปรึกษาเรื่องแผนพรุ่งนี้ใช่ไหม” อิทธิฤทธิ์พูดเฉไฉทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าลูกน้องจะเอาอะไร “คือ....ผะ..ผะ...ผมเงี่ยนนะครับสารวัตร” จ่าบุญส่งพูดโพล่งออกไปแบบวัดดวง “จ่า” สารวัตรหนุ่มร้องเสียงแหบปากคอแห้งผาก “ผมรู้ว่าสารวัตรก็เงี่ยน” หนุ่มใหญ่จู่โจมตรง ๆ “ถ้าผมเป็นสารวัตรผมจะทำตามที่ใจเรียกร้อง” จ่าบุญส่งพูดชี้นำเมื่อเห็นหัวหน้าที่อ่อนวัยกว่านิ่งอึ้งพร้อมกับกดไหล่ลง อิทธิฤทธิ์สบตาผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นพ่อนิ่งก่อนเลื่อนตัวลงตามแรงกด ต่ำลง ๆ จน***ฝังมุกที่แข็งโด่เต็มที่ส่ายโงนเงนห่างจากหน้าไม่ถึงนิ้ว เขาหายใจลึกรวบรวมสติก่อนแลบลิ้นช้อนไปใต้ท่อนลำเกร็งลิ้นกระดกขึ้นลงจนหัว***เด้งตาม “ซี้ดส์...อูวววววว์” จ่าบุญส่งครางเอนราบไปกับพื้นแอ่นเอวให้ผู้บังคับบัญชาหนุ่มใช้ลิ้นตวัดเลียหัว***จนชุ่มด้วยน้ำลาย จ่าส่งที่เก๋าเกมกัดฟันฝืนสู้กับความเสียวเด้งเอวสวน***ฝังมุกใส่ปากอุ่นเป็นการตอบโต้ “เลียลูกกระโปกด้วย...สารวัตร” จ่าอาวุโสสั่งเสียงสั่นราวเป็นไข้ อิทธิฤทธิ์ครางฟังไม่ได้ศัพท์จับ***ฝังมุกงัดขึ้นแนบหน้าฉกลิ้นเลียใต้พวงกระโปกดำตามคำสั่งแถมลากลิ้นเลยไปถึงร่องตูดเม้มปากงับเอาขนตูดดึงจนรูตูดแอ่นแต้ก่อนเกร็งลิ้นแหย่เข้าไปในร่องรูสีคล้ำ เท่านั้นเองจ่าบุญส่งก็ครางลั่นจนหมวดสืบศักดิ์สะดุ้งตื่น หมวดหนุ่มมองหนังสดตรงหน้าด้วยอารมณ์เงี่ยนที่เริ่มคุกรุ่น หัว***ร้อนวูบวาบแหวกผ่านหนังหุ้มปลายออกมาพร้อมน้ำเมือกปริ่มรู ลุกเดินอ้อมหลังโน้มตัวทาบไปกับร่างสารวัตรหนุ่มใช้แขนโอบอกแกร่งแนบหน้าจูบไซร้ซอกคอสูดกลิ่นเหงื่อเข้าเต็มปอดก่อนเขยิบเข้าหา***ฝังมุกหวังช่วยหัวหน้าเขาอีกแรง จ่าบุญส่งนอนกัดฟันกระทบกันกึก ๆ ผงกหัวมองดูสองนายตำรวจผลัดกันใช้ปากบริการเขาอย่างถึงใจ ***ที่มีอยู่อันเดียวเหมือนจะไม่พอสำหรับสองปากที่หิวโหย บ่อยครั้งที่***ดุ้นเขื่องถูกกระชากไปมาเพื่อตอบสนองอารมณ์ที่รุนแรงของทั้งสอง อิทธิฤทธิ์ครางหนัก ๆ เมื่อโดน***ฝังมุกของจ่าบุญส่งกระแทกเข้าปากไม่หยุดแถมบั้นท้ายก็ถูก***แข็งปั๋งของหมวดศักดิ์ถูไถร่องตูดจนต้องแหงนหน้าสูดปากสั่นสยิวเปิดโอกาสให้หมวดหนุ่มรีบประกบปากที่มันด้วยน้ำเมือกกับปากสวยได้รูป สารวัตรหนุ่มสะท้านวูบเหมือนโดนไฟดูดรู้สึกถึงลิ้นอุ่นของหมวดรุ่นน้องที่รุกไล่เข้ามา ชะงักนิดนึงก่อนตวัดลิ้นพันตอบโต้แลกน้ำลายกันดังจ๊วบจ๊าบตามอารมณ์ที่ฉุดไม่อยู่ จ่าบุญส่งหน้าเหยเกรู้สึกเสียวหัว***สุด ๆ ยิ่งเห็นสองหนุ่มแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มยิ่งทำให้ตัวเองน้ำแทบแตก รีบใช้ศอกดันตัวขึ้นขยิบตาแลบลิ้นทำท่าเลียให้หมวดหนุ่มพร้อมโบ้ยตาไปยังตูดกลมแน่นของสารวัตร หมวดศักดิ์ผละออกจากร่างกำยำทันทีเลื่อนหน้าไปยังเป้าหมายใช้สองมือแหกขาแกร่งจนรูตูดสีชมพูหม่นปรากฎต่อสายตา ก้มหน้าปาดลิ้นเลียรูที่ขมิบถี่ ๆ พร้อมเกร็งนิ้วชี้ที่ลื่นด้วยน้ำลายแหย่กระตุ้นรูแน่นสลับระดมจูบแก้มก้นสองข้างจนแดงเป็นจ้ำ อิทธิฤทธิ์ตัวเกร็งเสียวจี๊ดที่รูสวาทผวาอม***ฝังมุกจนมิดด้ามในคราวเดียว “ซี้ดส์...อา....ๆ ซี้ดส์” สองเจ้านายลูกน้องครางระงมด้วยความเสียวพร้อม ๆ กัน ในขณะที่หมวดหนุ่มยังคงระดมถุยน้ำลายใส่ร่องรูรุ่นพี่ไม่หยุดหวังให้การถูก***ด้วย***ฝังมุกครั้งแรกจะเต็มไปด้วยความมันส์เพราะรู้ดีว่า***ฝังมุกของจ่าไม่ธรรมดา เขาเขยิบตัวดันขาอ่อนของหัวหน้าหนุ่มให้อยู่ในท่าโก้งโค้ง ก่อนสบตาจ่าอาวุโสพยักหน้าบอกเป็นนัยว่าสารวัตรพร้อมแล้ว จ่าบุญส่งหัวใจพองโตรีบกุลีกุจอลุกขึ้นจน***หลุดออกจากปากชายหนุ่มเดินส่าย***เข้าประกบติดบั้นท้ายจ่อหัว***ที่ฝังมุกสามเม็ดเข้ากับรูที่เผยออ้าอยู่แล้วดันเข้าไปอย่างเนิบช้าแต่ทรงพลัง สารวัตรอิทธิฤทธิ์ที่โดน***มานับครั้งไม่ถ้วนไม่เคยเตรียมใจว่าการโดน***ฝังมุก***ตูดจะเสียวขนาดไหนต่อเมื่อเม็ดมุกแต่ละเม็ดชำแรกผ่านกล้ามเนื้อหูรูดเข้าไป เขาต้องแหงนหน้าปล่อยลมหายใจยาวเสียวแปล๊บเหมือนหัวใจถูกกระชากผวาแอ่นตูดเหลียวหลังมองจ่าบุญส่งร้องคราง “ซี้ดส์...อูวววว์” เสียงครางดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อจ่าหื่นเริ่มโยกเอวกระเด้าอัด***ใหญ่จมมิดลำแถมส่ายเอวควง***ให้เม็ดมุกทั้งหมดหมุนสวนทางกับเอวสารวัตรที่โดนจับโยกไปทางตรงกันข้าม หมวดศักดิ์ที่กำลังเงี่ยนกับลีลาชั้นครูของจ่าบุญส่งรีบย้ายตัวเองมายืนประจันหน้าแอ่น***ที่กระดกหงึก ๆ กับปากของหัวหน้าที่ส่ายหัวไปมา ความเสียวที่ประเดประดังใส่รูตูดเขามันสุดที่จะทานทนนี่ขนาดจ่าบุญส่งยังไม่ได้***เต็มที่ยังเสียวขนาดนี้ เม็ดมุกที่ถูไถกับรูตูดเข้า ๆ ออก ๆ เล่นเอาเขาเพ้อสติหลุดลอย จ่าส่งเห็นดังนั้นก็เพิ่มแรงกระเด้าจากช้าเนิบค่อยถอน***ออกมาเกือบสุดก่อนดันกลับเข้าไปจนมิดด้ามสามสี่ครั้งแล้วเร่ง***เร็วขึ้นทีละน้อย ตำรวจมือปราบอย่างอิทธิฤทธิ์ไม่เคยเจอความเสียวอย่างนี้มาก่อนถึงกับครางลั่นหมดสภาพผู้บังคับบัญชาที่น่าเคารพเมื่อรูตูดโดนลูกน้องคนสนิทกระเด้า*** ส่วนปากก็โดนผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นน้องเสียบเสยด้วย***แกร่งจนบวมเจ่อ จ่าบุญส่งเองก็เสียวสุด ๆ แต่แข็งใจเกร็งตูดบดอัด***ฝังมุกมุดเข้าออกให้เสียดสีเนื้ออ่อนภายในรูตูดแคบเล็กอย่างต่อเนื่อง เขามองดูร่างสมส่วนของสารวัตรที่บิดไปมาด้วยความดีใจที่ในที่สุดเขาก็ได้พิชิตชายหนุ่มที่เขาเฝ้าฝันมานานแสนนาน คิดพลางความเงี่ยนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นก่อนจะสาว***กระแทกแรงจนร่างตรงหน้าสะท้านเหลียวหลังมามองอีกครั้งร้องคราง “แรง....ๆ” จ่าบุญส่งที่ฉีกพรมจรรย์ชายแท้มาอย่างโชกโชนยิ้มก่อนพูดเย้าสารวัตรรูปหล่อ “อะไรแรง ๆ เหรอครับสารวัตร” และไม่ทันยั้งคิดอิทธิฤทธิ์ก็ระเบิดคำพูดออกมาอย่างสิ้นอาย “***....จ่า....***ดดด...***แรงงงงง ๆๆๆๆ” เขาลากเสียงยาว “ได้เลยครับนาย เดี๋ยวผมจะมอบความเป็นผัวให้สารวัตรเอง” จ่าส่งรับปากแข็งขันก่อนจับตัวเจ้านายหนุ่มพลิกกลับให้นอนหงายดันขาโย้ขึ้น รีบแทรกตัวเข้ามาในท่าวิดพื้นจ่อ***ตรงรูยัดผลัวะทีเดียวจนมิดลำ “อูยยยยยย....จ่า...ผมเสียวววววว” อิทธิฤทธิ์สะดุ้งร้องครางแต่เด้งเอวสวนสู้***ฝังมุกที่บุกทะลวงใส่รูเขาอย่างแม่นยำถี่ยิบ “อูวววว์..ผมก็เสียว รูตูดสารวัตรมันตอดหัว***ผมมมมม อึ๊บ...ๆๆๆๆๆ” จ่าบุญส่งครางหงิงกระเด้าหนัก ๆ เป็นการแก้แค้น เม็ดมุกทั้งเจ็ดเม็ดทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม หมุนวนครูดเการ่องรูที่คันยิบจนอิทธิฤทธิ์ดิ้นพราด กระเด้งเอวเข้าหา***ฝังมุกฉับ ๆ อย่างไม่กลัวศักดิ์ศรีจนตูดไม่ติดที่นอน ยิ่งโดนท้าทายจ่าส่งก็ยิ่งเงี่ยนหนักโหย่งตูดกระเด้า***ถี่ยิบหน้าท้องกระทบกันดังป๊าบ ๆ จ่าบุญส่งเร่งกระแทกเร็วร้องคราง “หา.หา....หา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ” เสียงขาดหายเป็นจังหวะตามแรงกระเด้า โดนไม้นี้สารวัตรคนเก่งถึงกับตาลอยผวากอดร่างผอมเกร็งแน่นเมื่อจุดกระสันต์ถูกหัว***หยุ่น***เข้าเต็ม ๆ “อ๊ากก...จ่า...สะ....เสียว ผะ ผะผมเสียว...ซี้ดส์........จ่า.จ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” อิทธิฤทธิ์ร้องเรียกจ่าบุญส่งเสียงดังแข่งกับเสียงกรนของจ่าดำเกิงที่นอนหลับเป็นตาย หมวดสืบศักดิ์ที่ถูกกันออกมาเป็นคนดู ยืนถอก***ด้วยความเงี่ยนง่านมองดู***ฝังมุกมุดหายเข้าไปในรูตูดที่สั่นสะท้านเร็วจี๋ก็ให้รู้สึกเสียวแทนสารวัตรที่นอนตาปรือร้องครวญครางด้วยความสุขสม “ซี้ดส์...อื๊ดดดดด....จ่าครับบบบบบบ***ผม ***ดดดผมมมม....แรงงงงง ๆ อย่างนั้นนน...ซี้ดส์...โอย..ไม่ไหววว...น้ำแตกกกกแล้ววว....จ่าๆๆๆ” นายตำรวจหนุ่มครางลั่นรู้สึกถึงน้ำเงี่ยนไหลวนเวียนในลูกกระโปกที่ร้อนฉ่าก่อนจะวิ่งผ่านลำ***ล้นทะลักออกมาเป็นสายยาวพุ่งกระแทกหน้าตัวเอง เป็นครั้งที่สองที่เขาโดน***จนน้ำกระจายโดยที่***ไม่ได้โดนปลุกเร้า อิทธิฤทธิ์ครางหงิงเสียวจนหัวใจแทบวาย จ่าบุญส่งยิ้มด้วยความภูมิใจเมื่อ***ผู้บังคับบัญชาจนน้ำแตกยิ่งเร่งสาว***ระดม***ต่อไปอย่างเอาเป็นเอาตายกระเด้าเอวส่ง***เสียดสีรูตูดอัดหัว***กับจุดเสียวจนร้อนวาบหมอยกับขนตูดพันกันยุ่งก่อนตัวเกร็งครางกระเส่า “อาว์...ซี้ดส์...อา...ซี้ดส์ ๆๆๆๆๆ” น้ำเงี่ยนขาวข้นฉีดปรี๊ดเข้าไปดับความร้อนที่จุดเสียวผลักดันน้ำเงี่ยนสายสุดท้ายของคู่***ให้พุ่งออกมาจนหมดสิ้น จ่าบุญส่งฟุบลงบนร่างแกร่งสมชายชาตรีของอิทธิฤทธิ์เป่าปากระบายลมหายใจเมื่อเกมการ***ที่ดุเดือดเสร็จสิ้นลง หันหน้ามองหมวดศักดิ์ที่ยังยืนถอก***ไม่มีทีท่าว่าน้ำจะแตก จ่าส่งเห็นดังนั้นก็บอกให้หมวดหนุ่มปลุกจ่าดำเกิงที่ยังหลับ “หมวดศักดิ์ปลุกจ่าดำเกิงเลย เดี๋ยวจะได้มันส์กันอีกรอบ แต่ปลุกธรรมดาไม่ได้หรอก..ไอ้นี่มันนอนขี้เซา” จ่าบุญส่งบอกวิธีการปลุกจ่าดำเกิงให้หมวดศักดิ์จนอิทธิฤทธิ์ที่นอนหอบหายใจอยู่อดขำไม่ได้ หมวดศักดิ์ไม่แน่ใจเดินไปหาจ่าดำเกิงที่นอนหลับอย่างมีความสุข เขย่าตัวแรง..ไม่ได้ผลจ่าดำเกิงยังกรนเสียงสม่ำเสมอ ปลุกอีกสองครั้งก็เหมือนเดิม หมวดหนุ่มรี ๆ รอ ๆ สุดท้ายยอมทำตามคำแนะนำของจ่าส่ง เขาหย่อนตูดคร่อมหน้าจ่าดำเกิงก่อนปล่อยตดเสียงดังป๊าดเหม็นคลุ้ง.....ได้ผลจ่าดำเกิงผลุนผลันลุกขึ้นเห็นตูดขาวของหมวดศักดิ์ตรงหน้าแล้วดันเต็มแรงจนหมวดหัวคะมำก่อนตะโกนด่าพลันเหลือบเห็นจ่าบุญส่งมองมาสองมือแบะรูตูดสารวัตรให้อ้าออกก่อนก้มหน้าเลียจนปากเลอะคราบน้ำเงี่ยนวาววับ “ไอ้....” จ่าดำเกิงกำลังจะด่าเพื่อนแต่เมื่อเห็นสารวัตรนอนหลับตาพริ้มครางอยู่ก็เปลี่ยนใจ “ไอ้เกิง...มึงนี่ขี้เซาจริง ๆ มึงรู้ป่าวว่าสารวัตรนะนอนถ่างตูดรอมึงนานแค่ไหนแล้ว” จ่าส่งพูดยียวน จ่าดำเกิงมองเพื่อนซี้แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าไอ้ส่งจะกล้าพูดกับสารวัตรแบบไม่เกรงใจอย่างนี้ ก่อนมองหน้าอิทธิฤทธิ์ที่ตอนนี้ลืมตามองมาที่เขา จะว่าไปแล้วอิทธิฤทธิ์สนิทสนมกับจ่าดำเกิงมากกว่าจ่าบุญส่งซะอีก เพราะบุคลิกที่นอบน้อมและโอบอ้อมอารีของจ่าดำเกิงจึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานทุกคน จ่าดำเกิงเองก็รักและเคารพสารวัตรของเขาเช่นกัน ถ้าไม่พูดถึงตำแหน่งจ่าดำเกิงรักอิทธิฤทธิ์เหมือนลูกชายตัวเองด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้สารวัตรที่เขาให้ความเคารพมาตลอดกำลังนอนแอ่นเอวให้ไอ้ส่งเลียตูดกัดปากแน่นส่งสายตาเชิญชวน จ่าดำเกิงขยี้ตานั่งมองนิ่งจนจ่าบุญส่งเอ่ยขึ้น “รออะไรอยู่วะไอ้เกิง...ตูดแน่น ๆ อย่างนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ นะโว้ยเพื่อน” ทั้ง ๆ ที่ค้านกับความรู้สึกแต่เมื่อโดนจ่าส่งพูดย้ำกระตุ้นหลายครั้งใจจ่าดำเกิงที่เหมือนน้ำนิ่งก้นบ่อก็โดนกวนจนขุ่น ผุดลุกขึ้นเดินเข้าหาพร้อมกับ***ที่ลุกโชนจนหัวบาน อิทธิฤทธิ์จ้องหน้าลูกน้องที่เดินถอก***เข้ามาใจเต้นโครมครามตื่นเต้นสุด ๆ ที่จ่าดำเกิงก็คิดจะล่อตูดเขาเหมือนกัน แม้ว่า***จะไม่ได้ฝังมุกแต่ก็ใหญ่ไม่ใช่เล่น เขาขยับตัวเมื่อจ่าดำเกิงเข้ามายืนคร่อมแอ่น***ที่แข็งโด่จ่อกับปากสวย ไม่รอช้าอิทธิฤทธิ์อ้าปากฉกลิ้นไปที่รูเยี่ยวลากลิ้นวนกลับไปกลับมาก่อนใช้อุ้งมือหยาบกดหัว***ใหญ่หมุนวนขยี้จนหนุ่มใหญ่ครางกระเส่า “ซี้ดส์...สาระ...วัตร” เขาเหลือบมองจ่าดำเกิงแว่บนึงก่อนอม***ใหญ่จนมิดด้าม อมเข้าอมออกจนสุดลำให้หัว***แช่ติดคอหอยสักพักก่อนคายออกแล้วกลืนกลับเข้าไปใหม่เป็นจังหวะจนจ่าดำเกิงขาสั่นกึก จ่าส่งที่น้ำแตกไปแล้วนั่งให้***ที่อ่อนพับไปมาได้พักเหนื่อยรออารมณ์เงี่ยนระลอกใหม่ แต่สถาณการณ์แบบนี้เขาไม่ต้องรอนานเมื่อหมวดศักดิ์เขยิงเข้าใกล้ก้มลงตรงหน้าอม***ฝังมุกที่อ่อนยวบเข้าหมดลำ ไม่นาน***ฝังมุกที่ห่อเ***่ยวก็กลับมีชีวิตอีกครั้งก่อนจับหมวดศักดิ์ให้อยู่ท่าหมากด***แข็งใส่รูตูดหมวดหนุ่มเต็มแรง หมวดศักดิ์ผวาครางเสียงดัง “อาวววววว์...ซี้ดส์” รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่สารวัตรได้รับก่อนหน้านี้ ความเสียวที่เม็ดมุกผ่านเนื้อแน่นเข้าไปยากจะบรรยายจริง ๆ จ่าส่งเมื่อขยับเข้าที่เข้าทางก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นเพื่อยึดเป็นที่มั่นกระหน่ำซอย***เข้าใส่รูตูดไม่ยั้ง “ป๊าบ ๆๆๆๆๆ” เสียงกระโปกยานฟาดเข้ากับง่ามตูดดังสนั่นปลุกเร้าอารมณ์จ่าดำเกิงจนกระเจิดกระเจิง เขาก้มลงเปลี่ยนสารวัตรหนุ่มให้อยู่ในท่าหมาเหมือนกันโดยหันหน้าหาหมวดศักดิ์ก่อนประกบบั้นท้ายเสย***ใหญ่เข้ารูตูดที่ลื่นด้วยน้ำเงี่ยนของจ่าบุญส่งพรวดเดียวจนสุดโคนบดหมอยหยาบกับตูดขาวเสียงแกรกกรากทำเอาสารวัตรมือปราบครางสั่นสยิวด้วยความเสียว “อูวววว์....จ่า....ผมเสียววว” จ่าดำเกิงหน้ามืดตาลายยิ่งได้ยินเสียงครางของสารวัตรแล้วยิ่งทำให้อารมณ์เงี่ยนพุ่งสูงจนทะลุเพดาน เหมือนจ่าบุญส่งจ่าดำเกิงยกขาข้างหนึ่งจัดท่าทะมัดทะแมงก่อนเร่งขย่ม***รูตูดสารวัตรหนุ่มอย่างลืมตาย ทั้งหมวดศักดิ์และสารวัตรอิทธิฤทธิ์ร้องครางด้วยความเสียวที่ถูกสองผู้ใต้บังคับบัญชากระหน่ำ***อย่างเผ็ดร้อน ก่อนจะประกบปากดูดลิ้นเสียงดังเร่งเร้าอารมณ์ของจ่าทั้งสองให้โยกเอวกระเด้าถี่ยิบหนักหน่วงโน้มตัวแตะมือ Hi five โดยอัตโนมัติราวกับจะประกาศชัยชนะเหนือผู้บังคับบัญชาที่ร้องครวญครางเหมือนกะหรี่ราคาถูก จ่าคู่หูสลับกัน***สองนายตำรวจที่ยศสูงกว่าอย่างทั่วถึงก่อนจ่าดำเกิงจะนอนราบหงาย***ที่แข็งเป็นลำตั้งตระหง่านรอให้หมวดหนุ่มนั่งคร่อมประจันหน้าหย่อนตูดลงสวมตอทีเดียวจนมิดลำยาวจ่าดำเกิงกอดตัวหมวดศักดิ์แน่นตั้งท่าเตรียม***แต่ยังไม่ทันที่จะสาว*** จ่าบุญส่งก็เข้าประกบหลังสอด***ฝังมุกใส่รูตูดหมวดหนุ่มที่ถูก***จ่าดำเกิงเสียบคาอยู่พยายามเสย***แซะเข้าทีละนิดจนในที่สุดส่วนหัวก็ผลุบหายเข้าไป ก่อนที่จ่าบุญส่งจะกระเด้าเต็มแรงเบียดเม็ดมุกเจ็ดเม็ดเข้าไปจนหมดลำ หมวดศักดิ์แหงนหน้าสูดปากดังซี้ดส์ทันที เมื่อ***สองดุ้นฝังตัวจมอยู่ในรูตูดที่บวมตุ่ยจ่าสองคนก็เริ่ม***ด้วยลีลาและจังหวะที่แม่นยำเมื่อจ่าดำเกิงเด้ง***สวนขึ้นมาจ่าบุญส่งก็ถอน***ออกเปิดทางให้หัว***จ่าดำเกิงบดอัดจุดกระสันต์ภายใน ก่อนที่จะตะบัน***ฝังมุกเสียบกลับเข้าไปแทนที่โดยจ่าดำเกิงก็ถอน***เปิดทางสะดวกให้วนเวียนสอดประสานบางครั้งจ่าดำเกิงเพียงแช่***ไว้เฉย ๆ ปล่อยให้จ่าบุญส่งกอดหมวดหนุ่มขยี้หัวนมช่วยสร้างอารมณ์โก่งตูดขย่ม***รูตูดที่คับแน่นเบียดบี้เม็ดมุกกับ***จ่าดำเกิงจนคู่***ทั้งสามครางระงม อิทธิฤทธิ์มองดูสองจ่ารุม***หมวดสืบศักดิ์ด้วยความเงี่ยนสุด ๆ ไม่น่าเชื่อว่ารูตูดหมวดศักดิ์จะถ่างอ้ารับ***สองดุ้นได้พร้อม ๆ กัน ตัวเองนอนราบกับพื้นมือหนึ่งกำท่อน***รูดขึ้นรูดลงสนองความเสียว อีกมือเกี่ยวขาข้างหนึ่งขึ้นก่อนวกมือลูบไล้ร่องตูดไปมาเกร็งนิ้วชี้เสียบทะลวงรูตูดที่สั่นสะท้านจนสุดนิ้วแต่นิ้วที่เล็กเกินไม่สามารถลดทอนความเสียวในรูได้ เขาถอนใจหมดปัญญาที่จะสนองตัณหาตัวเองได้แต่เหม่อมองหมวดศักดิ์ที่ร้องครางเมื่อโดนสอง***รุมจู่โจมอย่างถึงพริกถึงขิง “อูวววว์...จ่าๆๆๆ...******แรง ๆ อูย ...เสียว*** ๆ ๆ แรง ๆ ***ผมแรง ๆ เอาอีก ๆๆๆ” หมวดหนุ่มสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวขนลุกเกรียวเสียวสะท้านจับขั้วหัวใจ ก่อน***แข็งที่ถูกประกบอยู่หว่างกลางจนหัว***ที่โดนเสียดสีไปมาตามแรง***กระตุกถี่ ๆ พ่นน้ำเงี่ยนออกมาชะโลมหน้าท้องแกร่งจนเปียกชุ่ม จ่าดำเกิงเหลือบมองสารวัตรหนุ่มที่นอนหอบหายใจใช้นิ้วล้วงควักรูตูดตัวเองอย่างเมามัน ขยิบตาให้เพื่อนรักก่อนโพล่งคำพูดที่เขาเองก็คาดไม่ถึง “กูว่าสารวัตรคงจะอยากมีผัวพร้อม ๆ กันละมั้งไอ้ส่ง...รึมึงว่าไง” จ่าดำเกิงพูดตาวาว ก่อนจ่าบุญส่งจะสมทบพูดกับสารวัตรมือปราบด้วยความเงี่ยน “ว่าไงครับสารวัตร อยากลองไหม” ก็อย่างที่เขาเตือนตัวเองมาตลอดว่าเขามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว อิทธิฤทธิ์ไม่ตอบแต่ผลุนผลันลุกขึ้นนั่งหันหน้าออกคร่อม***แข็งของจ่าดำเกิงแทนที่หมวดศักดิ์ที่นอนแผ่หมดแรงอยู่ข้าง ๆ หย่อนตูดแน่นครอบหัว***ที่แหกรูจนอ้า จ่าดำเกิงจับเอวเขาแน่นกดพรืดเดียว***ใหญ่ก็ทะลวงแหวกขนตูดเป็นทางเสียบจนมิดด้าม อิทธิฤทธิ์สะดุ้งเฮือกกลืนน้ำลายเมื่อเห็นจ่าบุญส่งเดินอวด***ฝังมุกที่น่าเกรงขามเข้ามาทาบทับเบียดแซะหัว***ยึก ๆ สี่ห้าทีก็ดันเข้าไปได้ “ซี้ดส์...อ๊ากกกกก” เขาครางเมื่อสอง***พยายามเบียดเข้าไปในรูตูดที่พยายามอ้าออกเช่นกันจน***สองอันมุดเข้าไปปักแน่นคาตูดเป็นผลสำเร็จ ก่อนจ่าทั้งคู่จะบรรเลงเพลง***ที่เขาจะไม่มีวันลืมไปจนวันตาย อิทธิฤทธิ์ตาเบิกกว้างด้วยความคับตึงผ่อนลมหายใจยาวก่อนจ่าบุญส่งโยกเอวดึง***ออกแล้วทะลวงกลับเข้าไปเบียดเม็ดมุกผ่านร่องรูที่คับแน่นจนอิทธิฤทธิ์ครางผวากอดจ่าอาวุโสแน่น “อูยยยย..จ่า...จ่าครับบบ..ผะ...ผะ....ผมเสียววววเหลือเกิน” เขาร้องเหมือนละเมอบอกจ่ารุ่นพ่อ “เดี๋ยวเสียวกว่านี้อีกสารวัตรผมรับรอง......ใช่ไหมไอ้เกิง” จ่าส่งตอบหนักแน่นนัดแนะกับเพื่อนซี้ “ซี้ดส์....แน่นอนครับ...เดี๋ยวผมสองคนจะมอบความเป็นผัวให้สารวัตรเอง” จ่าดำเกิงเริ่มมันในอารมณ์ขยับ***เสียบเสยหนัก ๆ บดเบียดเม็ดมุกที่ดิ้นไปมาครูดผนังอ่อนภายในเล่นเอาอิทธิฤทธิ์ขวัญกระเจิง “เสียววววว...ผมเสียวววว...จ่าแรง ๆ....***แรง***ตูดผมแรงงงงๆๆๆ” สองจ่าสบตากันวูบจ่าดำเกิงจับเอวอิทธิฤทธิ์แน่นเสย***ทะลวงหนักหน่วงโยกหมุนไปทางซ้ายส่งซิกให้เพื่อนรักโยกเอวควง***ฝังมุกกระแทกสุดแรงหมุนไปทางขวา สารวัตรมือปราบโดนสองลูกน้องรุม***ด้วยลีลาขั้นเทพถึงกับเสียวจนน้ำตาเล็ด “เป็นไงครับสารวัตร***ผม***มันส์ไหม....ซี้ดส์...ตูดแน่นจริง ๆ....อาวววว์...จ่าดำเกิงชิงถามเสียงกระเส่า“ซี้ดส์...จ่าๆๆๆ....ผมเสียวววววว....ซี้ดส์...มะ...มะ...มันส์ครับบบบ...***จ่า***มันจริง ๆ อูยยยย” อิทธิฤทธิ์ครางลั่นด้วยความเสียวเกินพิกัดแทบช๊อคตายคา*** จ่าดำเกิงยิ้มกระเด้งเอวส่ง***สอดประสานกับ***ฝังมุกอย่างรู้งานไม่ปล่อยให้จุดเสียวของสารวัตรได้พักผ่อนผลัดกันกระแทกกระทั้นจุดอ่อนจนอิทธิฤทธิ์น้ำแทบแตก ทั้งสองไม่***เปล่าจ่าดำเกิงใช้สองมือบีบขยำแก้มก้นหนั่นแน่นของหัวหน้าหนุ่มด้วยความมันเขี้ยวจนแดงเป็นรอย ส่วนจ่าบุญส่งก้มหน้าใช้ปากดูดเลียหัวนมสีชมพูของเขากระเด้าอัด***ฝังมุกเข้าออกตามจังหวะ จ่าทั้งสองวนเวียนกระหน่ำ***ผู้บังคับบัญชารูปหล่ออย่างเผ็ดร้อน จนวาระสุดท้ายของเกมการ***มาถึงสองจ่าสามัคคีกระหน่ำ***รูตูดของหัวหน้าหนุ่มจนเขาครางไม่เป็นผู้เป็นคนผวากอดจ่าบุญส่งอีกครั้ง***กระตุกแรงฉีดน้ำเงี่ยนออกจนหมดกระโปก “อูย..จ่าๆๆๆ..น้ำ ๆ ๆ ๆ แตกกก...อีกแล้ววว..หา ๆ ๆอูวววว์....ๆๆ” เขาครางร้องเรียกคู่***ดังระงม ก่อนสองจ่าจะตามมาติด ๆ ครางดังลั่นเหมือนวัวถูกเชือด “โอย..อูย..สารวัตรรับน้ำเงี่ยนผมมมมม...ซี้ดส์โอยยย....เสียววววสารวัตรรรร” ร่างเกร็งกระตุกปล่อยน้ำเงี่ยนที่สะสมจำนวนมากพุ่งวาบเข้าใส่รูตูดสารวัตรรูปงามราวกับดาวตกสองดวง จ่าบุญส่งพลิกร่างลงด้านข้างหอบหายใจรวยริน อิทธิฤทธิ์ก็ลุกจากจ่าดำเกิงปล่อยให้น้ำเงี่ยนไหลย้อยยืดเป็นทางออกจากรูตูดที่ยังหุบไม่ลงทิ้งตัวลงข้างจ่าดำเกิงอย่างหมดแรง สี่นายตำรวจหลับผล็อยอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย มุมปากอิทธิฤทธิ์ยังประดับด้วยรอยยิ้ม ฝันไปว่าแผนการของหมวดศักดิ์ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ไอ้เสกและพวกโดนรวบเข้าซังเต เขาได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งด้วยการต้อนรับอย่างกับเขาเป็นวีรบุรุษโดยที่เขามีจ่าบุญส่งและจ่าดำเกิงพร้อมกับหมวดสืบศักดิ์เดินขนาบข้างเป็นหุ้นส่วนชีวิต (คู่***) ตลอดไป ปล. ดีใจครับที่เพื่อน ๆ ชอบ
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558
สิ้นลาย...ยอดขุนพล 16
“ช่วยด้วยยยยยย!!” ผมตะโกนสุดเสียง ก่อนจะโดนมือหนาของอาจายร์ปิดปากสนิท
“อยากให้คนอื่นมาเห็นมึงสภาพแบบนี้ใช่ไหม หา?” อาจารย์ตวาด
“มาทำแบบนี้หนังสือโป๊ของมึงกันดีกว่า มึงชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ” อาจารย์ชัยพูดเสร็จก็งัดควญใหญ่ออกมาฟาดหน้าผมอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจออะไรน่ารังเกียจแบบนี้
“กูไม่ได้เป็นเกย์จังไรแบบมึง แต่วันนี้มึงต้องทำให้ควญกูแข็งและน้ำแตกให้ได้ ไม่งั้นกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ไอ้ลูกศิษย์ทรพี”
อาจารย์ชัยกดหัวผม บังคับให้อ้าปากและอมควญของอาจารย์เข้าไป ผมแทบจะอ้วกออกมาตรงนั้น เพราะมันทั้งเหม็นอับและสกปรก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกท่อนควญของอาจารย์สวนแทงเข้ามาในโพรงปากลึกขึ้นเรื่อยๆ
“สะใจกูจริงๆ ได้คนที่หล่อที่สุดของมหาลัยมาอมควญให้แบบนี้ ฮ่าๆๆ” อาจารย์หัวเราะเยาะผม พร้อมดันควญที่เริ่มแข็งแทงคอหอยผมจนหายใจไม่ออก โดยมีไอ้เพิร์ทเก็บภาพอย่างใกล้ชิด
“เป็นไงควญกูใหญ่เต็มปากมึงดีไหม แม่งเงี่ยนเลย” ส่วนเพิร์ทถ่ายคลิปไปควญก็แข็งไป อาจารย์ยัดควญเข้าออกปากของผมอย่างเมามัน จนตอนนี้ควญอาจารย์ชัยแข็งเต็มที่ เพิร์ทถ่ายคลิปไปก็หัวเราะชอบใจใหญ่
“เชี่ยย เสียวว่ะ กูใกล้ละ ซิ๊ดสสสสส์”
“แตกใส่ปากมันเลยครับอาจารย์” เพิร์ทยุ
“หิวไหมไอ้หน้าหล่อ กูจะเอาน้ำให้มึงกิน” ผมสบัดหน้าหนีไปมา
“มึงต้องตอบว่าหิวสิ” อาจารย์ตบหน้าผมอย่างแรง
“หะ หิวครับ” ผมตอบอย่างไม่เต็มใจ
“อ่าาาาาา แตกแล้วเว้ยๆๆ” น้ำควญอาจารย์พุ่งใส่ปากผมสามสี่ระลอก ผมหลับตาปี๋เตรียมจะบ้วนทิ้ง “กลืนมันลงไปให้หมด”
“ห๊ะ!” ผมตกใจ
“กูบอกให้กลืนลงไปเดี๋ยวนี้ หรือมึงอยากให้เรื่องนี้ถึงฝ่ายปกครอง” ผมจำยอม ตัดสินใจกลืนน้ำว่าวอาจารย์ลงไป กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั้งปากแทบจะอ๊วก
“เอาละคราวนี้ยืนขึ้น ถอดเสื้อออก” ผมลังเลก่อนจะยอมถอดเสื้อออกแต่โดยดี
“อื้อหือ หุ่นดีจริงๆนะมึง อกเป็นอก กล้ามท้องเป็นกล้ามท้องเลย”
จริงๆ แล้ว ยามที่ภีตอยู่ในชุดนักศึกษานี่ดูขัดกับภาพลักษณ์สุดๆ เพราะด้วยความที่ร่างกายเป็นถึงเทพ หุ่นดีก็ดี กล้ามก็แน่น หน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าเดินมาด้วยกันเป็นกลุ่มผู้ชาย ผู้หญิงก็จะมองภีตก่อนเป็นคนแรก
“ถอดกางเกงเดี๋ยวนี้” ผมขัดขืน
“จะถอดไหมไอ้สัส อยากให้เรื่องนี้รู้กันทั่วหน้าใช่ไหมมึง?” อาจารย์เร่ง
ผมจำใจค่อยๆ ถอดกางเกงออก สภาพผมตอนนี้คือล่อนจ้อน มีเพียงกางเกงในสีขาวตัวเดียว พอกางเกงหลุดลง อาจารย์อึ้งไปพักใหญ่เลย เพราะกางเกงในมันบาง จนเห็นควญผมกำลังแข็งเป็นลำ พาดขึ้นข้างบน จนหัวควญเลยขอบกางเกงใน เกือบถึงสะดือ แถมขนาดหัวควญนี่ไม่ธรรมดาเลย ใหญ่พอๆ กับลูกปิงปอง
“แม่งหัวควญโคตรใหญ่ยังกับไม่ใช่ของมนุษย์ มึงจะสมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้” อาจารย์ถึงกับตะลึง “ถอดกางเกงในออกด้วย” อาจารย์สั่ง ผมได้แต่ยืนอึ้ง ไม่คิดว่าต้องมาโชว์ควญต่อหน้าอาจารย์แบบนี้
“มึงเงี่ยนไม่ใช่เหรอวะ ควญตุงเชียวนะไอ้เกย์” ไอ้เพิร์ทตรงมาจับขอบกางเกงในสองข้างของผม ก่อนจะดึงลงไปที่หัวเข่า ควญขนาดใหญ่เด้งหวือลงมาขนานกับพื้นห้องน้ำ
“โห!!!! ควญแม่งงงงงง” อาจารย์อุทานในความใหญ่ยาวของควญผม แม้แต่เพิร์ทเองถึงจะเคยแอบดูควญภีตที่บ้านมาบ้างก็ยังต้องกลืนน้ำลาย ไข่แฝดใบใหญ่ห้อยยาน ลำควญอวบอ้วนยาว หัวควญขนาดใหญ่ผงกงึกๆ แล้วน้ำเงี่ยนใสๆ ก็ไหลออกมา เพิร์ทเดินเข้าไปซูมควญผมใกล้ๆ ความใหญ่ยาวของควญถูกบันทึกในวีดีโอเรียบร้อย ผมอายมาก ทำตัวไม่ถูก
“ต่อไปให้มึงว่าวให้น้ำแตก” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าอาจารย์จะสั่งอะไรน่าอายแบบนี้
ผมรู้ดีว่าคงโดนแน่ๆ ขัดขืนไปก็เท่านั้นเลยยอมว่าวแต่โดยดี ให้เรื่องจบๆ ไปดีกว่า ไหนๆ ก็เงี่ยนขนาดนี้แล้วด้วย ผมหลับตาใช้มือซ้ายเขี่ยหัวนมตัวเอง จินตนาการว่ากำลังร่วมเพศกับสาวสวย มือขวาก็กำควญตัวเอง ชักว่าวต่อหน้าอาจารย์และกล้องบันทึกภาพ ผมรูดไปได้ซักพัก
“จะแตกละครับ อ่าสสส์”
“เออ แตกออกมาเลย คงเงี่ยนมากสิ มึงไม่เอาน้ำออกมากี่วันหล่ะ แตกมาให้สะใจกูเลยไอ้สัส”
“ซิ๊ดสสสส์” ไข่หดเกร็ง สองมือของผมจับควญรูดถี่ยิบ ถึงตอนนี้อะไรก็ฉุดผมไม่อยู่แล้ว
“แตกแล้วววววววววววว”
ด้วยพลังน้ำควญของเทพ น้ำควญมหาศาลพุ่งอย่างแรงออกมาจากรูควญ ตรงไปยังอีกฝั่งของห้องน้ำที่มีหนังสือโป๊เกย์วางอยู่
“โห! พุ่งแรงฉิบหาย เสียดายแทนคนในประเทศนี้ ที่ไม่รู้ว่าเดือนมหาลัยของเรา ควญใหญ่น้ำเยอะแค่ไหน” อาจารยหัวเราะสะใจ
น้ำควญระลอกสอง สาม สี่พุ่งทะลักออกมาเป็นสายยาวไม่หยุด ไอ้เพิร์ทถือกล้องบันทึกภาพ อึ้งจนมือสั่น ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ทั้งหมด น้ำของผมแตกกระจายไปไกล จนเพิร์ทต้องถอยหลังออกให้เห็นระยะที่ควญไอ้ภีตกำลังฉีดน้ำออกมา
ผมลืมตามองดูควญเจ้าปัญหาของตัวเองฉีดน้ำควญออกมาไม่หยุด ทุกครั้งที่แตก ผมจะแตกทีน้ำเยอะมาก ไม่รู้ไปเอามาจากไหนถึงเยอะขนาดนี้ ผมชักไปฉีดน้ำไป จนหัวควญขาวเป็นฟองฟอดจากน้ำเงี่ยนตัวเอง น้ำควญมันก็ยังออกมาเรื่อยๆ
ปรี๊ดดดดด ปรี๊ดดดดด อาจารย์นับคร่าวๆ ได้ร่วมสิบกว่ากระฉอก กว่าน้ำควญจะหมด พื้นห้องน้ำขาวโพลนไปด้วยคราบน้ำควญ กลิ่นคาวคุ้งเต็มห้องน้ำ หนังสือโป๊เกย์ท่วมไปด้วยน้ำควญขาวข้นกองโต
“เห้ยแม่ง คนอะไรน้ำเยอะขนาดนี้วะ แม่งเกิดมากูไม่เคยเห็น” ผมไม่รู้ครับ ผมน้ำแตกทีไรมันก็ออกมาประมาณนี้ทุกที
เมื่อเสร็จกิจกาม อาจารย์ชัยคุมตัวผมออกมาจากห้องน้ำ แล้วพามายังหน้าลานที่มีเพื่อนๆ นั่งรออยู่ โชคดีที่มีเสื้อผ้าใส่อยู่ไม่งั้นผมคงต้องเอาหน้ามุดดินแน่ๆ
“ครูมีเรื่องจะแจ้งกับทุกคน ฟังให้ดีๆ”
“ครูตามนายภีตเข้าไปในห้องน้ำ.....และจับได้ว่านายภีตแอบหนีไปชักว่าว”
อาจารย์ชัยประกาศต่อหน้าเพื่อนๆ ร่วมวิชาของผม สร้างเสียงฮือฮาไปทั่ว หลายคนทำหน้าไม่เชื่อ เพราะทุกคนรู้ดีว่าผมเป็นตัวอย่างที่ดีมาโดยตลอด ไม่มีทางทำเรื่องน่าอดสูแบบนี้ได้แน่นอน
“จริงไหมนายภีต? ตอบ!” อาจารย์ชัยหันมาถามผมเสียงแข็ง พร้อมกับไอ้เพิร์ทที่โชว์กล้องถ่ายรูปให้ผมดู เหมือนส่งสัญญาณว่าหากผมพูดอะไรไม่ถูกใจ มันจะปล่อยภาพและคลิปหลุดของผมทันที
“จะ...จริงครับ” ผมจำใจตอบ กำหมัดแน่นทั้งสองข้าง เกิดเสียงฮือฮายิ่งกว่าเดิมในหมู่เพื่อน
“ยอมสารภาพมาให้หมดนายภีต ยอมรับต่อหน้าเพื่อนๆ นายนี่แหละ” อาจารย์ชัยบังคับ
“คืออ..ผมชื่อนายภีตครับ หือๆๆ ผมเป็นถึงระดับเดือนมหาลัยของที่นี่ แต่ผมเกิด...อารมณ์เงี่ยนขึ้นกลางห้องเรียน ท่ามกลางผู้ชายด้วยกัน เพราะผมเป็นเกย์ครับ ผมแอบไปชักว่าวในห้องน้ำยิมจนน้ำแตก น้ำเงี่ยนผมยังติดมือกับหนังสือโป๊อยู่เลยครับ หือออๆๆ” ผมสะอืน พูดตามที่อาจารย์ชัยสั่ง น้ำตาผมเริ่มไหลออกมาเรื่อยๆ ต่อหน้าเพื่อนผู้ชายด้วยกันเอง
อาจารย์ชัยโชว์หนังสือโป๊เกย์ที่เต็มไปด้วยน้ำเงี่ยนเคลือบจนมันวาว พร้อมทั้งจับมือผมยกขึ้นให้เพื่อนๆ ทุกคนดูกับตา คราบน้ำเงี่ยนของผม ทั้งขาวขุ่นและเหนียวยืดไปตามข้อนิ้ว ไหลย้อยมาถึงฝ่ามือและหลังมือ ถูกสายตาเพื่อนๆ มองอย่างรังเกียจ
“พวกมึงเห็นกับตาแล้วใช่ไหมว่าไอ้ภีตมัน***แค่ไหน เกิดอารมณ์กับพวกมึงได้ ถ้าวันดีคืนดีมันจับพวกมึงเป็นเมียมันจะทำไงว่ะ” ไอ้เพิร์มเสริม ทุกคนเริ่มเห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูด
“เราจะไม่ยอมให้เดือนสุดหล่อประจำมหาลัยของพวกเรา มีพฤติกรรมชั่วๆ อย่างที่มันทำวันนี้”
“ครูว่าเราทุกคนต้องช่วยกันสั่งสอนนายภีตว่าผู้ชายแท้ๆ เขาเป็นยังไง!” อาจารย์ชัยพูด ผมเริ่มใจคอไม่ดี ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นและยืนไม่อยู่ เมื่อวานผมยังเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนอยู่เลย มาวันนี้ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเสียแล้ว
ซู่เริ่น - อดีตเคยเป็นมนุษย์ผู้ถูกกระทำ ปัจจุบันเป็นเทพทรงพลัง หื่นจัด พร้อมเอาคืนในบทนาย
ภีต - อดีตเคยเป็นเทพมากเล่ห์ผู้กระทำ ปัจจุบันกลายเป็นคนสามัญ เตรียมรับกรรมในบททาส
เอ้าเทียน – เทพรักสงบ ผู้เป็นอิสระ พร้อมเข้าพลิกสถานการณ์ ช่วยเหลือคนดีได้ทุกเมื่อ
ซู่เหวิ่น – มนุษย์รักสงคราม ผู้ถูกจองจำ รอวันสำเร็จโทษ จากคนโฉดใจชั่วได้ทุกเวลา
ไหนจะชายปริศนา คุณลุงปรานต์ภพ ลุงแดง อาจารย์ชัย เพื่อนร่วมมหาลัย พ่วงด้วยมิติเวลาที่เชื่อมระหว่างอดีต ปัจจุบันและอนาคต .....เกิดเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน..รอวันเฉลย
“อยากให้คนอื่นมาเห็นมึงสภาพแบบนี้ใช่ไหม หา?” อาจารย์ตวาด
“มาทำแบบนี้หนังสือโป๊ของมึงกันดีกว่า มึงชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ” อาจารย์ชัยพูดเสร็จก็งัดควญใหญ่ออกมาฟาดหน้าผมอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจออะไรน่ารังเกียจแบบนี้
“กูไม่ได้เป็นเกย์จังไรแบบมึง แต่วันนี้มึงต้องทำให้ควญกูแข็งและน้ำแตกให้ได้ ไม่งั้นกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ไอ้ลูกศิษย์ทรพี”
อาจารย์ชัยกดหัวผม บังคับให้อ้าปากและอมควญของอาจารย์เข้าไป ผมแทบจะอ้วกออกมาตรงนั้น เพราะมันทั้งเหม็นอับและสกปรก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกท่อนควญของอาจารย์สวนแทงเข้ามาในโพรงปากลึกขึ้นเรื่อยๆ
“สะใจกูจริงๆ ได้คนที่หล่อที่สุดของมหาลัยมาอมควญให้แบบนี้ ฮ่าๆๆ” อาจารย์หัวเราะเยาะผม พร้อมดันควญที่เริ่มแข็งแทงคอหอยผมจนหายใจไม่ออก โดยมีไอ้เพิร์ทเก็บภาพอย่างใกล้ชิด
“เป็นไงควญกูใหญ่เต็มปากมึงดีไหม แม่งเงี่ยนเลย” ส่วนเพิร์ทถ่ายคลิปไปควญก็แข็งไป อาจารย์ยัดควญเข้าออกปากของผมอย่างเมามัน จนตอนนี้ควญอาจารย์ชัยแข็งเต็มที่ เพิร์ทถ่ายคลิปไปก็หัวเราะชอบใจใหญ่
“เชี่ยย เสียวว่ะ กูใกล้ละ ซิ๊ดสสสสส์”
“แตกใส่ปากมันเลยครับอาจารย์” เพิร์ทยุ
“หิวไหมไอ้หน้าหล่อ กูจะเอาน้ำให้มึงกิน” ผมสบัดหน้าหนีไปมา
“มึงต้องตอบว่าหิวสิ” อาจารย์ตบหน้าผมอย่างแรง
“หะ หิวครับ” ผมตอบอย่างไม่เต็มใจ
“อ่าาาาาา แตกแล้วเว้ยๆๆ” น้ำควญอาจารย์พุ่งใส่ปากผมสามสี่ระลอก ผมหลับตาปี๋เตรียมจะบ้วนทิ้ง “กลืนมันลงไปให้หมด”
“ห๊ะ!” ผมตกใจ
“กูบอกให้กลืนลงไปเดี๋ยวนี้ หรือมึงอยากให้เรื่องนี้ถึงฝ่ายปกครอง” ผมจำยอม ตัดสินใจกลืนน้ำว่าวอาจารย์ลงไป กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั้งปากแทบจะอ๊วก
“เอาละคราวนี้ยืนขึ้น ถอดเสื้อออก” ผมลังเลก่อนจะยอมถอดเสื้อออกแต่โดยดี
“อื้อหือ หุ่นดีจริงๆนะมึง อกเป็นอก กล้ามท้องเป็นกล้ามท้องเลย”
จริงๆ แล้ว ยามที่ภีตอยู่ในชุดนักศึกษานี่ดูขัดกับภาพลักษณ์สุดๆ เพราะด้วยความที่ร่างกายเป็นถึงเทพ หุ่นดีก็ดี กล้ามก็แน่น หน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าเดินมาด้วยกันเป็นกลุ่มผู้ชาย ผู้หญิงก็จะมองภีตก่อนเป็นคนแรก
“ถอดกางเกงเดี๋ยวนี้” ผมขัดขืน
“จะถอดไหมไอ้สัส อยากให้เรื่องนี้รู้กันทั่วหน้าใช่ไหมมึง?” อาจารย์เร่ง
ผมจำใจค่อยๆ ถอดกางเกงออก สภาพผมตอนนี้คือล่อนจ้อน มีเพียงกางเกงในสีขาวตัวเดียว พอกางเกงหลุดลง อาจารย์อึ้งไปพักใหญ่เลย เพราะกางเกงในมันบาง จนเห็นควญผมกำลังแข็งเป็นลำ พาดขึ้นข้างบน จนหัวควญเลยขอบกางเกงใน เกือบถึงสะดือ แถมขนาดหัวควญนี่ไม่ธรรมดาเลย ใหญ่พอๆ กับลูกปิงปอง
“แม่งหัวควญโคตรใหญ่ยังกับไม่ใช่ของมนุษย์ มึงจะสมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้” อาจารย์ถึงกับตะลึง “ถอดกางเกงในออกด้วย” อาจารย์สั่ง ผมได้แต่ยืนอึ้ง ไม่คิดว่าต้องมาโชว์ควญต่อหน้าอาจารย์แบบนี้
“มึงเงี่ยนไม่ใช่เหรอวะ ควญตุงเชียวนะไอ้เกย์” ไอ้เพิร์ทตรงมาจับขอบกางเกงในสองข้างของผม ก่อนจะดึงลงไปที่หัวเข่า ควญขนาดใหญ่เด้งหวือลงมาขนานกับพื้นห้องน้ำ
“โห!!!! ควญแม่งงงงงง” อาจารย์อุทานในความใหญ่ยาวของควญผม แม้แต่เพิร์ทเองถึงจะเคยแอบดูควญภีตที่บ้านมาบ้างก็ยังต้องกลืนน้ำลาย ไข่แฝดใบใหญ่ห้อยยาน ลำควญอวบอ้วนยาว หัวควญขนาดใหญ่ผงกงึกๆ แล้วน้ำเงี่ยนใสๆ ก็ไหลออกมา เพิร์ทเดินเข้าไปซูมควญผมใกล้ๆ ความใหญ่ยาวของควญถูกบันทึกในวีดีโอเรียบร้อย ผมอายมาก ทำตัวไม่ถูก
“ต่อไปให้มึงว่าวให้น้ำแตก” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าอาจารย์จะสั่งอะไรน่าอายแบบนี้
ผมรู้ดีว่าคงโดนแน่ๆ ขัดขืนไปก็เท่านั้นเลยยอมว่าวแต่โดยดี ให้เรื่องจบๆ ไปดีกว่า ไหนๆ ก็เงี่ยนขนาดนี้แล้วด้วย ผมหลับตาใช้มือซ้ายเขี่ยหัวนมตัวเอง จินตนาการว่ากำลังร่วมเพศกับสาวสวย มือขวาก็กำควญตัวเอง ชักว่าวต่อหน้าอาจารย์และกล้องบันทึกภาพ ผมรูดไปได้ซักพัก
“จะแตกละครับ อ่าสสส์”
“เออ แตกออกมาเลย คงเงี่ยนมากสิ มึงไม่เอาน้ำออกมากี่วันหล่ะ แตกมาให้สะใจกูเลยไอ้สัส”
“ซิ๊ดสสสส์” ไข่หดเกร็ง สองมือของผมจับควญรูดถี่ยิบ ถึงตอนนี้อะไรก็ฉุดผมไม่อยู่แล้ว
“แตกแล้วววววววววววว”
ด้วยพลังน้ำควญของเทพ น้ำควญมหาศาลพุ่งอย่างแรงออกมาจากรูควญ ตรงไปยังอีกฝั่งของห้องน้ำที่มีหนังสือโป๊เกย์วางอยู่
“โห! พุ่งแรงฉิบหาย เสียดายแทนคนในประเทศนี้ ที่ไม่รู้ว่าเดือนมหาลัยของเรา ควญใหญ่น้ำเยอะแค่ไหน” อาจารยหัวเราะสะใจ
น้ำควญระลอกสอง สาม สี่พุ่งทะลักออกมาเป็นสายยาวไม่หยุด ไอ้เพิร์ทถือกล้องบันทึกภาพ อึ้งจนมือสั่น ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ทั้งหมด น้ำของผมแตกกระจายไปไกล จนเพิร์ทต้องถอยหลังออกให้เห็นระยะที่ควญไอ้ภีตกำลังฉีดน้ำออกมา
ผมลืมตามองดูควญเจ้าปัญหาของตัวเองฉีดน้ำควญออกมาไม่หยุด ทุกครั้งที่แตก ผมจะแตกทีน้ำเยอะมาก ไม่รู้ไปเอามาจากไหนถึงเยอะขนาดนี้ ผมชักไปฉีดน้ำไป จนหัวควญขาวเป็นฟองฟอดจากน้ำเงี่ยนตัวเอง น้ำควญมันก็ยังออกมาเรื่อยๆ
ปรี๊ดดดดด ปรี๊ดดดดด อาจารย์นับคร่าวๆ ได้ร่วมสิบกว่ากระฉอก กว่าน้ำควญจะหมด พื้นห้องน้ำขาวโพลนไปด้วยคราบน้ำควญ กลิ่นคาวคุ้งเต็มห้องน้ำ หนังสือโป๊เกย์ท่วมไปด้วยน้ำควญขาวข้นกองโต
“เห้ยแม่ง คนอะไรน้ำเยอะขนาดนี้วะ แม่งเกิดมากูไม่เคยเห็น” ผมไม่รู้ครับ ผมน้ำแตกทีไรมันก็ออกมาประมาณนี้ทุกที
เมื่อเสร็จกิจกาม อาจารย์ชัยคุมตัวผมออกมาจากห้องน้ำ แล้วพามายังหน้าลานที่มีเพื่อนๆ นั่งรออยู่ โชคดีที่มีเสื้อผ้าใส่อยู่ไม่งั้นผมคงต้องเอาหน้ามุดดินแน่ๆ
“ครูมีเรื่องจะแจ้งกับทุกคน ฟังให้ดีๆ”
“ครูตามนายภีตเข้าไปในห้องน้ำ.....และจับได้ว่านายภีตแอบหนีไปชักว่าว”
อาจารย์ชัยประกาศต่อหน้าเพื่อนๆ ร่วมวิชาของผม สร้างเสียงฮือฮาไปทั่ว หลายคนทำหน้าไม่เชื่อ เพราะทุกคนรู้ดีว่าผมเป็นตัวอย่างที่ดีมาโดยตลอด ไม่มีทางทำเรื่องน่าอดสูแบบนี้ได้แน่นอน
“จริงไหมนายภีต? ตอบ!” อาจารย์ชัยหันมาถามผมเสียงแข็ง พร้อมกับไอ้เพิร์ทที่โชว์กล้องถ่ายรูปให้ผมดู เหมือนส่งสัญญาณว่าหากผมพูดอะไรไม่ถูกใจ มันจะปล่อยภาพและคลิปหลุดของผมทันที
“จะ...จริงครับ” ผมจำใจตอบ กำหมัดแน่นทั้งสองข้าง เกิดเสียงฮือฮายิ่งกว่าเดิมในหมู่เพื่อน
“ยอมสารภาพมาให้หมดนายภีต ยอมรับต่อหน้าเพื่อนๆ นายนี่แหละ” อาจารย์ชัยบังคับ
“คืออ..ผมชื่อนายภีตครับ หือๆๆ ผมเป็นถึงระดับเดือนมหาลัยของที่นี่ แต่ผมเกิด...อารมณ์เงี่ยนขึ้นกลางห้องเรียน ท่ามกลางผู้ชายด้วยกัน เพราะผมเป็นเกย์ครับ ผมแอบไปชักว่าวในห้องน้ำยิมจนน้ำแตก น้ำเงี่ยนผมยังติดมือกับหนังสือโป๊อยู่เลยครับ หือออๆๆ” ผมสะอืน พูดตามที่อาจารย์ชัยสั่ง น้ำตาผมเริ่มไหลออกมาเรื่อยๆ ต่อหน้าเพื่อนผู้ชายด้วยกันเอง
อาจารย์ชัยโชว์หนังสือโป๊เกย์ที่เต็มไปด้วยน้ำเงี่ยนเคลือบจนมันวาว พร้อมทั้งจับมือผมยกขึ้นให้เพื่อนๆ ทุกคนดูกับตา คราบน้ำเงี่ยนของผม ทั้งขาวขุ่นและเหนียวยืดไปตามข้อนิ้ว ไหลย้อยมาถึงฝ่ามือและหลังมือ ถูกสายตาเพื่อนๆ มองอย่างรังเกียจ
“พวกมึงเห็นกับตาแล้วใช่ไหมว่าไอ้ภีตมัน***แค่ไหน เกิดอารมณ์กับพวกมึงได้ ถ้าวันดีคืนดีมันจับพวกมึงเป็นเมียมันจะทำไงว่ะ” ไอ้เพิร์มเสริม ทุกคนเริ่มเห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูด
“เราจะไม่ยอมให้เดือนสุดหล่อประจำมหาลัยของพวกเรา มีพฤติกรรมชั่วๆ อย่างที่มันทำวันนี้”
“ครูว่าเราทุกคนต้องช่วยกันสั่งสอนนายภีตว่าผู้ชายแท้ๆ เขาเป็นยังไง!” อาจารย์ชัยพูด ผมเริ่มใจคอไม่ดี ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นและยืนไม่อยู่ เมื่อวานผมยังเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนอยู่เลย มาวันนี้ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเสียแล้ว
ซู่เริ่น - อดีตเคยเป็นมนุษย์ผู้ถูกกระทำ ปัจจุบันเป็นเทพทรงพลัง หื่นจัด พร้อมเอาคืนในบทนาย
ภีต - อดีตเคยเป็นเทพมากเล่ห์ผู้กระทำ ปัจจุบันกลายเป็นคนสามัญ เตรียมรับกรรมในบททาส
เอ้าเทียน – เทพรักสงบ ผู้เป็นอิสระ พร้อมเข้าพลิกสถานการณ์ ช่วยเหลือคนดีได้ทุกเมื่อ
ซู่เหวิ่น – มนุษย์รักสงคราม ผู้ถูกจองจำ รอวันสำเร็จโทษ จากคนโฉดใจชั่วได้ทุกเวลา
ไหนจะชายปริศนา คุณลุงปรานต์ภพ ลุงแดง อาจารย์ชัย เพื่อนร่วมมหาลัย พ่วงด้วยมิติเวลาที่เชื่อมระหว่างอดีต ปัจจุบันและอนาคต .....เกิดเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน..รอวันเฉลย
สิ้นลาย...ยอดขุนพล 14
ไม่รอช้า อดีตเพื่อนสนิทเดินตรงไปหาซู่เริ่นที่น่าสงสาร ด้วยหน้าตาที่เปี่ยมไปด้วยความเงี่ยนปนความแค้นอย่างเต็มที่ เขาปลดกางเกงออก เดินฆวยโด่เข้าไปกลางลานแสดง
“อมฆวยให้ข้าซะ เอาให้น้ำลายชุ่มๆ จะได้ยัดเข้าตูดเอ็งง่ายๆ” หงเวยสั่ง
ซู่เริ่นไม่มีทางหนีได้ หากไม่ทำก็ต้องถูกตัดไข่แน่นอน หากไม่อมก็ต้องทรมานเมื่อโดนฆวยเพื่อนรักยัดเข้ารูตูดที่ปิดสนิท ยามนี้เขาจึงจำใจอ้าปากดูดฆวยให้เพื่อนของตนเอง พยายามทำให้อดีตเพื่อนรักเสียวที่สุด หวังให้มีน้ำหล่อลื่นออกมาบรรเทาความเจ็บปวดยามถูกฆวยสอดใส่เข้าก้น
“อมฆวยเก่งทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะ ตระกูลมึงเกิดมาเพื่อดูดฆวยจริงๆ” หงเวยครางด้วยความเสียว
เมื่อความเสียวได้ที่แล้ว หงเวยดึงฆวยออกจากปากองค์ชาย แล้วเดินอ้อมกลับไปด้านหลัง ก่อนใช้สองมือแหวกก้นองค์ชายออกอย่างตื่นเต้น
“ยังปิดสนิทไม่เหมือนของพ่อมึงเลย วันนี้กูรับรอง รูตูดมึงจะบานยิ่งกว่าของพ่อมึงอีกแน่ๆ”
หงเวยจับท่อนฆวยแท่งใหญ่อันเดียวกับที่เคยใช้แทงเข้าตูดแม่ทัพซู่เหวิ่น จ่อเข้าตรงปากรูตูดของซู่เริ่นแล้วอาศัยน้ำหล่อลื่นและน้ำลายเป็นตัวขับเคลื่อนลำฆวยเข้าไป
อยู่ๆ หงเวยก็นึกถึงภาพตนเองถูกเอ้าเทียนเย้ดอย่างไม่ปราณี ความโกรธแค้นที่สะสมไว้ปะทุขึ้น พร้อมๆ กับที่หงเวยยัดฆวยพรวดเดียวเข้ารูตูดของเพื่อนรักอย่างแรง เกิดเสียงฉีกขาดของเนื้อเยื่อเบาๆ แต่เสียงกรีดร้องของเจ้าของเนื้อเยื่อกลับดังสนั่น
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!” ซู่เริ่นร้องสุดเสียง แต่คนดูกลับยิ่งชอบใจ
สองขาของซู่เริ่นสั้นดิกๆ ตัวกระตุกด้วยความเจ็บปวด แต่หงเวยไม่สนใจ ถอนฆวยออกมาครึ่งลำและยัดกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งด้วยความแรงและเร็ว จนเกิดขึ้นเนินฆวยกระทบกับผิวก้นดังพลั่บๆๆ
“เสียวจริงๆ ตูดมึงนี่แน่นยิ่งกว่าของพ่อมึงอีก กูภูมิใจมากที่เกิดมาได้เมียเป็นสองพ่อลูกตระกูลซู่”
ซู่เริ่นร้องไห้น้ำตาไหล เขาเจ็บปวดและแสบบริเวณรูตูดมาก อีกทั้งยังรู้สึกจุกเข้าไปถึงในท้องน้อย กระนั้นฆวยของเขาก็ยังแข็งโด่จากยากระตุ้น ขณะที่หงเวยก็กระเด้าฆวยเข้าออกอย่างแรงทุกครั้ง อัดกระแทกด้วยความเงี่ยนระคนความแค้น
“ซิ๊ดดดด...อ่าส์ พ่อมึงกลายเป็นเมียกูเรียบร้อย แต่มึงมัน*** มึงเสือกมาเป็นเมียน้อยกูอีกคน ฮ่าๆๆๆ” หงเวยเยาะเย้น ระบายความแค้นออกมาผ่านลำฆวยที่เย้ดอย่างไม่หยุดยั้ง
“ถ้าจะเป็นเมียที่สมบูรณ์เหมือนพ่อมึง มึงต้องรับน้ำเชื้อของกูเข้าไป มึงต้องให้กูฉีดน้ำฆวยกูเข้าตูดมึงเหมือนที่พ่อมึงเคยทำไว้” หงเวยเร่งซอยฆวยเข้าตูดที่เริ่มบานของซู่เริ่นด้วยความสะใจ
“อย่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าทำอย่างนั้น อย่านะ หยุดนะ” องค์ชายเริ่นดิ้นรนร้องขอ
“ไม่ทันแล้วโว้ยย ไอ้ทาสชั่ว กูจะแตกแล้ว รับน้ำกูไปซะ...อ่าสสสสส์” หงเวยกระตุกพวยพ้นน้าอสุจิจำนวนมากเข้ารูตูดสวยขององค์ชาย เป็นครั้งแรกที่ซู่เริ่นรู้สึกถึงการหลั่งของน้ำฆวยเข้ามาในตัวของเขา ปกติยามที่เขาเย้ดกับผู้หญิงก็มักจะแตกใน แต่ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกเป็นเช่นไร จนวันนี้
“ฮ่าๆๆๆๆๆ เป็นไงบ้างเพื่อนรัก กูเย้ดเสียวไหมว่ะ ตูดมึงคงอร่อยกับน้ำเงี่ยนกูเลยสิ” หงเวยหยาม
“ขอเชิญคนต่อไป***สดไอ้คุณชายเริ่นหน้าหล่อหุ่นดีคนนี้ให้ถึงใจ กฏคือทุกคนต้องปล่อยน้ำฆวยข้างในตัวมัน แล้วให้คนต่อไปใช้น้ำเงี่ยนของคนก่อนเป็นหล่อลื่นฆวยตนเองเพื่อ***ไอ้หล่อคนนี้”
ซู่เริ่นแทบไม่เชื่อหูตนเอง ที่เขาเห็นตอนนี้คือผู้ชายกว่ายี่สิบคนที่เข้าแถวรอเป็นสามีของเขา ทั้งที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเสียความเป็นชาย และเสียให้กับเพื่อนที่เคยเชี่อใจกันมาด้วย แถมผู้ชายอีกหลายคน เขาหมดแล้วซึ่งเกียรติยศที่เคยมี องค์ชายที่ต้องการของทุกคนกลายเป็นทาสที่คนรวยหน้าไหนก็ยัดเยียดความเป็นผัวให้ได้
กิจกรรมกามดำเนินไปเรื่อยๆ ซู่เริ่นต้องทนถูกทั้งคนแก่ คนหนุ่ม รุม***อย่างไม่ปราณี รูตูดเขาชาไปหมดแล้ว ลีลาแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา บางคนก็แทงฆวยเสยเข้าอัดลำไส้ของเขาอย่างรุนแรง บางก็ทำแบบนุ่มนวลแต่หนักหน่วง บางก็ควงฆวยขยายรูตูดของเขาจนบานอ้าน่าเกลียด
ในช่วงหลังๆ ตูดซู่เริ่นไม่สามารถรับน้ำฆวยได้อีกต่อไป ทำให้น้ำเงี่ยนไหลทะลักออกมายืดยานจากตูดหนุ่มหล่อหยดถึงพื้นดินเบื้องล่างอย่างน่าอับอาย
“ฆวยก็อัปลักษณ์ รูตูดก็บานโร่ มึงมีอะไรดีเหลืออยู่อีกบ้างว่ะ?” ชายคนหนึ่งเย้ย
“เตรียมตูดมึงไว้ดื่มน้ำเงี่ยนกูนะ กูจะฉีดเข้าไปแล้วสุดหล่อ”
“โอ๊ยยย ซี๊ดดดด น้ำเงี่ยนเต็มโพรงตูดเลยว่ะ เสียบฆวยเข้าไปแล้วลื่นไปหมด”
“ตูดฉีกแล้วองค์ชาย ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ชินไปเอง”
“เป็นผู้ชายหล่อๆ ให้สาวติดไม่ชอบ เสือกชอบโดนเย้ดอย่างสัตว์”
“เสียดายแทนพวกคนจนที่ไม่มีเงิน อดเย้ดตูดองค์ชายรูปงามอย่างพวกข้า ฮ่าๆๆ”
“เมียรัก ขอให้ฆวยผัวคนนี้เข้าไปสำรวจข้างในหน่อยนะ เดี๋ยวแถมน้ำเชื้อให้ สะใจจริงๆ”
ซู่เริ่นต้องทนฟังคำพูดหยามเหยียดต่างๆ นานา ได้แต่ขอให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเสียที ก่อนจะรู้ตัวว่าคิดผิด เมื่อกิจกรรมทำลายตูดของเขาจบลง เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีก
“ต่อไปจะเป็นการรีดน้ำฆวยขององค์ชายออกมา พร้อมไหมทุกท่าน” โฆษกประกาศ
ทหารตรงกับมาใช้เชือกรัดตั้งแต่โคนฆวยของคุณหนูเริ่น แล้วพันรอบขึ้นมาอย่างแน่นสุด ด้วยความใหญ่อวบของฆวยทำให้เชือกที่เตรียมมาเกือบรัดไม่พอ เมื่อทำการรัดฆวยเรียบร้อย กิจกรรมกามก็เริ่มขึ้นทันที
“จ่ายเพียงสิบอัฐ ได้เข้าไปรีดน้ำฆวยออกจากองค์ชาย” หงฟู่กล่าวเสียงดัง
เมื่อได้ลูกค้าสมใจอยาก หงฟู่ก็อนุญาติให้เข้าไปรีดเอาน้ำฆวยขององค์ชายออกมา แต่ละคนตรงเข้าไปบีบท่อนฆวยเหมือนเหมือนรีดนมวัว แต่ด้วยความใหญ๋และยาว ทำให้มือของลูกค้าแต่ละคนกำแทบไม่รอบฆวยของเริ่น
ผู้คนต่างพากันมาชักฆวยให้เริ่นอย่างสนอกสนใจ บางคนก็เอานิ้วหมุนวนที่ปลายหัวฆวย บางคนก็กำรูดตั้งแต่โคนขึ้นมาถึงคอหยัก ก่อนจะสลับมือทำเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ บางคนก็เค้นคลึงไข่ไปทั่ว
“ซิ๊ดดด อ่าสสส์ อ่าส์ อาส์....หลั่งแล้วววว” ซู่เริ่นทนไม่ไหวแล้ว ผู้ชายหน้าไหนโดนแบบนี้ย่อมทนไม่ได้เป็นธรรมดา
ซู่เริ่นกระตุกฆวยและร่างอย่างแรงกลางอากาศ ฆวยผงกหัวงึกๆ อนิจจังเชือกที่รัดฆวยไว้กลับขัดขวางการหลั่งของน้ำเงี่ยน ซู่เริ่นทำได้เพียงแค่กระตุกฆวย กระเด้าลมในอากาศ แต่ไร้ซึ่งหยาดน้ำเงี่ยนแม้เพียงหยดเดียว
“หือๆๆ เงี่ยน เงี่ยนๆๆๆ แก้เชือกให้ข้าเถอะ ข้าเงี่ยน ปวดฆวยไปหมดแล้ว” ซู่เริ่นคำราม
ไม่มีใครสนใจ กลับตรงเข้าไปรูดฆวยรีดน้ำเงี่ยนอีกครั้ง คราวนี้ยิ่งสะใจ บางคนชักฆวยองค์ชายรัวๆ บางคนดึงไข่ทั้งพวงขององค์ชายอย่างแรง ก่อนที่องค์ชายจะกระตุกฆวยน้ำแตกอีกครั้ง
น้ำที่ไหลออกมาจากโรงผลิตที่ใข่ทั้งสองใบหลั่งออกมาเจอทางตัน ก็ไหลย้อนกลับเข้าไปในไข่อีกครั้ง ซู่เริ่นโดนทำเช่นนี้อยู่หลายรอบ จนไข่บวมเป่ง อัดแน่นเป็นด้วยน้ำเงี่ยนที่มิอาจหลั่งออกจากปากฆวยบานได้
“เงี่ยนเหลือเกิน ข้าเงี่ยนฆวยเหลือเกิน ข้ายอมแล้ว ยอมทุกอย่างแล้ว” ผู้ชายทุกคนรู้ดีว่าหากเงี่ยนแต่น้ำแตกไม่ได้นั้นทรมานแค่ไหน
“ยอมทุกอย่าง? งั้นกราบตีนกูซะ แล้วกูจะช่วยให้มึงสมใจอย่าก” หงเวยท้า
“ได้ๆๆ ข้ายอมแล้ว ยอมแล้ว ขอน้ำแตกทีเถอะ ปวดฆวยเหลือเกิน” ซู่เริ่นยอมรับชะตากรรม
“ตกลง ข้าจะปล่อยเอ็งลงมา แต่ต้องคลานเข้ามากราบตีนข้าซะ” หงเวยสะใจสุดๆ
ซู่เริ่นพยักหน้ายอมรับเงื่อนไข หงเวยจึงสั่งให้ทหารปรับคานไม้ให้ตั้งขึ้นแล้วแก้มัดมือขององค์ชายออก ก่อนที่องค์ชายจะกลั้นใจคุกเข่าลงกับพื้น แล้วคลานเหมือนหมาเข้าไปหาหงเวย
หงเวยยืนรอดูอย่างสะใจ ภาพองค์ชายที่เหนือกว่าเขาทุกด้าน ทั้งหน้าตารูปร่าง ฝีมือ คารม ทุกอย่างหงเวยล้วนเป็นรอง แต่บัดนี้คุณชายกลับต้องคลานเข่ามาหาเขาเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่อ้อนวอนขอชักว่าวด้วยความเงี่ยน ช่างน่าสมเพชเสียจริง
ซู่เริ่นคลานมาถึงเท้าของหงเวยแล้ว สองมือประกบกันขึ้นก่อนเขาจะโน้มหัวลงไปแทบเท้าของหงเวย สร้างความพอใจให้หงเวยมาก เขายกเท้าขึ้นมาขยี้หัวของเริ่นอย่างสะใจ ลืมความโกรธแค้นที่เคยมี เปลี่ยนเป็นความชอบใจอย่างถึงที่สุด
“ดีมากไอ้ทาสจอมเงี่ยน ข้าอนุญาตให้เอ็งน้ำแตกต่อหน้าคนดูทีนี่ได้” หงเวยพูด มองหน้าให้สัญญาณทหารรับใช้ข้างๆ
ทหารรับใช้เดินเข้ามาหิ้วตัวซู่เริ่นไปนั่งคุกเข่าบนโต๊ะกลางลานให้ทุกคนเห็นโดยทั่ว ก่อนจะคลายมัดเชือกที่รัดฆวยไว้ แล้วเอาวงแหวนเหล็กใส่เข้าไปใต้เงี่ยงฆวย ตรงคอหยัก
“ชักว่าวได้ แต่ห้ามถูกหัวฆวย ห้ามเลยขึ้นมาถึงขอบวงแหวนนี้” หงเวยสั่ง
ซู่เริ่นไม่สนใจสิ่งใดแล้ว ทันทีที่เขาเป็นอิสระ สองมือก็เข้าประกบกำรอบท่อนฆวยแล้วรูดหนังขึ้นลงอย่างเสียวซ่าน แม้จะรูดได้ไม่สุดถึงหัวฆวยเพราะมีวงแหวนจำกัดบริเวณอยู่ แต่ด้วยความยาวของท่อนฆวยที่เหลืออยู่ก็สร้างความพอใจให้เจ้าของฆวยได้มากโข
“อ่าสส์ ซิ๊ดดดดด...เสียววว” ซู่เริ่นโยกสะโพกไปมาอย่างลืมตัวว่ามีคนดูเขาสำเร็จความใครอยู่
เขาบ้วนน้ำลายใส่มือแล้วกำรอบลำฆวย หนังฆวยกับหนังฝ่ามือสัมผัสกัน เกิดเป็นจินตนาการว่ากำลังได้เย้ดคนอื่นอยู่ แม้จะยุ่งกับหัวฆวยไม่ได้ แต่องค์ชายก็อาศัยความเสียวจากลำฆวยแทนได้ เขาใช้สองมือกำต่อกันรอบลำฆวย แต่กระนั้นก็ยังมีส่วนฆวยที่โผล่พ้นออกมาอยู่ดี
“เสียวเหลือเกิน เสียวอะไรอย่างนี้ ทนไม่ไหวแล้ว กลั้นไม่อยู่แล้ววววว อ่าสสสส์” ซู่เริ่นคำรามลั่น
น้ำฆวยเคลื่อนที่ออกจากไข่บวมจนเห็นหนังข้างนอกเต่งตึง ก้อนน้ำเชื้อเก่ารวมกับน้ำเชื้อใหม่ที่พึ่งผลิตค่อยๆ วิ่งมาที่โคนฆวย ก่อนองค์ชายกระตุกจะฆวยเพียงครั้งเดียว หัวฆวยเบ่งบานขึ้นจนวงแหวนที่ครอบไว้กระเด็นหลุดเพราะแรงดัน ห่าน้ำเงี่ยนพวยพุ่งหลั่งไหลออกมา ทะลักไปข้างหน้าซู่เริ่นกว่าห้าเมตร
“ไอ้ฉิบหาย นั่นน้ำฆวยองค์ชายหรอว่ะ? เยอะ***ๆ” คนดูร้อง ขณะที่ซู่เริ่นปล่อยน้ำออกมาเรื่อยๆ นับได้ตอนนี้ก็มากกว่าสิบห้าระลอกแล้ว
“ขนาดแตกออกมาเยอะแล้ว ยังพุ่งไกลทุกครั้งเลยว่ะพวกเรา” อีกคนทัก ขณะที่ฆวยซู่เริ่นยังคงกระตุกหลั่งน้ำออกมาเติมใส่กองอสุจิที่อยู่บนพื้นข้างหน้าไม่มีท่าว่าจะหยุด
“ความเสียวทะลุออกมาจากใบหน้ามันแล้ว ดูสิเงยหน้าซิ๊ดปากใหญ่เลย” สองมือของซู่เริ่นยังกำรอบฆวย ขณะที่ใบหน้าเผยความเสียวอย่างชัดเจน
“โห้ น้ำแม่งเยอะจริงๆ ผู้หญิงที่โดนไอ้หล่อนี้แตกใน คงท้องโตแน่ๆ เลย” หนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น
“น้ำเชื้อคุณภาพทั้งนั้น น่าจะเก็บไว้ให้คนรับใช้ที่ตำหนัก เห็นบ่นว่าอยากมีลูก” ชายคนหนึ่งเอ่ย
“น้ำเงี่ยนมันขาวข้นจริงๆ เหนียวยืดไปหมด ข้าชอบว่ะ” คนดูกล่าว
“ฆวยใหญ่ๆ ก็เหมาะกับน้ำเงี่ยนเยอะๆ แบบนี้ใครก็ชอบ” อีกคนตอบ
“ข้ายอมจ่ายทองคำสามชั่ง ช่วยกรีดเอาไข่คุณชายคนนี้ออกมาให้ข้าสักข้างหนึ่งได้ไหม” เศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยความอิจฉาซู่เริ่น
“ตอนมันเลย! ตอนมันเลย! ตอนมันเลย!” คนอื่นๆ ส่งเสียงเชียร์ด้วยความอยากรู้เหมือนกันว่าหากเหลือไข่เพียงข้างเดียว น้ำเงี่ยนจะยังเยอะแบบนี้อยู่ไหม
หงฟู่หน้าเงินเมื่อได้ขอเสนอที่ถูกใจเช่นนี้ก็รีบรับคำขอทันที ก่อนสั่งให้ทหารจับตัวซู่เริ่นไว้ให้แน่น ล็อคตัวไว้จนซู่เริ่นที่หน้าเริ่มถอดสีขยับตัวไม่ได้ ทหารอีกคนถือมีดคมกรีบเดินเข้ามา
“อย่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าทำหมันข้า อย่าตัดไข่ข้านะ ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ซู่เริ่นน้ำตาไหล ดิ้นเหมือนคนบ้า
ทหารที่ถือมีดนั่งลงตรงฆวยของซู่เริ่นพอดี นี่ขนาดน้ำแตกไปแล้ว ยังคงขนาดใหญ่ไว้ได้อีก อึดสมกับเป็นชายชาติทหารจริงๆ ปลายมีดถูกถือจ่อไว้ตรงไข่ข้างซ้าย คมมีดเตรียมปาดเข้าไปทันทีที่มีคำสั่งจากหงฟู่
“ตัดเลย!” หงฟู่กล่าวสั้นๆ แต่ซู่เริ่นถึงกับหมดเรี่ยวแรงทันที
ปลายคมค่อยๆ ปักเข้าไปในหนังไข่เพียงเล็กน้อย ก่อนทหารรอบๆ ตัวซู่เริ่นจะกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทางจากพลังปราณในระยะไกล เกิดฝุ่นควันตลบ พร้อมการปรากฏตัวของเอ้าเทียนและแม่ทัพซู่เหวิ่น
“ขอโทษที่มาช้านะ เรามาช่วยแล้ว” จิ้งจอกเงินปลอบ
เหมือนเหตุการณ์หยุดนิ่ง จิ้งจอกหนุ่มยืนคู่กับแม่ทัพซู่เหวิ่นข้างๆ เวทีไม่ไกลมากจากซู่เริ่น ขณะที่ซู่เริ่นยืนอยู่คนเดียวกลางลานแสดง ก่อนที่ซู่เริ่นจะถูกชายปริศนาคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางคนดู กระโดดออกมาจากอัฒจรรย์ด้วยวิชาตัวเบา ตรงเข้าจับล็อคตัวซู่เริ่นไว้จากข้างหลัง
“หยุดนะ ถ้าไม่อยากให้ซู่เริ่นตาย” ชายปริศนาสั่งเอ้าเทียน
“เจ้าเองสินะ คนที่บงการอยู่เบื้องหลัง” เอ้าเทียนจำได้ ชายคนนี้คือคนเดียวกับที่มาหาเขาที่ถ้ำงูดำ
ชายปริศนาถือมีดเล่มหนึ่งไว้ในมือพร้อมปาใส่ซู่เริ่น ขณะที่อีกมือถือหน้าไม้ที่เล็งไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น พร้อมอัดลูกศรเตรียมยิงเสร็จสรรพ
“มาดูกันว่าใครจะเร็วกว่ากัน” ชายปริศนาพูด
เหมือนเวลาค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของชายปริศนาค่อยๆ เหนี่ยวไกหน้าไม้ พร้อมกับลูกศรแหลมที่ค่อยๆ วิ่งออกจากหน้าไม้มุ่งไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น ขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ขว้างมีดบินตรงไปยังซู่เริ่นทันที
จิ้งจอกเงินมองเห็นทุกอย่างชัดเจนดี ทางหนึ่งเป็นแม่ทัพซู่เหวิ่นที่กำลังถูกลูกศรพุ่งเข้าใส่ อีกทางเป็นซู่เริ่นที่มีมีดบินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ในยามนี้เขาหนึ่งคนต้องช่วยสองคนในเวลาเดียวกัน สมองรีบประมวลผลอย่างรวดเร็วแข่งกับอาวุธที่ใกล้เป้าหมายเข้ามาเรื่อยๆ
เอ้าเทียนไม่รีรอ รีบตัดสินใจทันที มือข้างหนึ่งรีบผลักตัวแม่ทัพซู่เหวิ่นออกให้พ้นระยะของลูกศร ก่อนจะกระโจนเขาไปรับตัวซู่เริ่นให้ออกจากเส้นทางของมีดบิน
จังหวะเดียวกันกับที่ผลักตัวแม่ทัพออกไปพ้นระยะของลูกศร ชายปริศนาก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยวิชาตัวเบา พุ่งตรงเข้าจับร่างของแม่ทัพซู่เหวิ่น
พร้อมกับที่เอ้าเทียนคว้าตัวของซู่เริ่นได้อย่างปลอดภัย แต่หารู้ไม่ว่ามีดบินกลับวนย้อนกลับมาเหมือนบูมเมอแรง ตรงเข้าปักอกของซู่เริ่นเต็มๆ
เวลากลับมาเดินปกติอีกครั้ง ชายปริศนากับแม่ทัพซู่เหวิ่นหายไปจากลานแสดงเรียบร้อยแล้ว ส่วนซู่เริ่นทรุดร่างลงบนตักของเอ้าเทียนที่ล้มนั่งลงกับพื้น เลือดแดงฉานไหลออกมาจากอกองค์ชายเริ่นไม่หยุด เอ้าเทียนสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นแผ่วลงเรื่อยๆ ของซู่เริ่น พร้อมกับลมหายใจรวยริน
“เจ้ากำลังจะตาย” เอ้าเทียนพูดเสียงสั่น เขาช่วยอะไรซู่เริ่นไม่ได้อีกแล้ว
เลือดซู่เริ่นทะลักไหลออกจากอกไม่หยุด พร้อมกับชีพจรที่แผ่วลงเรื่อยๆ เอ้าเทียนเองก็รู้ดีว่าบัดนี้ไม่มีใครช่วยซู่เริ่นได้อีกแล้ว เมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตชายหนุ่มนักรบคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
ซู่เริ่นไม่แสดงออกถึงความกลัวใดๆ เขาคิดว่านี่อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ หากเขาลาโลกนี้ไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น
“ปล่อยให้ข้าตายอย่างสงบเถอะ อึกกก!” ซู่เริ่นกระอักเลือดออกปาก
เอ้าเทียนไม่เข้าใจ เหตุใดสวรรค์จึงปิดหูปิดตาเช่นนี้ คนดีๆ อย่างซู่เริ่น ทำคุณให้แผ่นดินมากมาย แต่กลับต้องมาถูกคนชั่วข่มเหงและจบชีวิตลงอย่างน่าอเนจอนาจ เช่นนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ในเวลาเช่นนี้คงมีเพียงยมบาลเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินความเป็นความตายของซู่เริ่นได้ หากแม้นซู่เริ่นมีพลังอย่างเอ้าเทียน เหตุการณ์น่าอดสูเช่นนี้คงไม่เกิด แต่น่าเสียดาย ซู่เริ่นเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดา
“มนุษย์เดินดินธรรมดา?” เอ้าเทียนพูดย้ำ พร้อมกับความร้อนลุ่มจากภายในร่างที่ประทุออกมา
จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเอ้าเทียน --- หนทางเดียวที่จะปลดปล่อยพลังเทวานี้ออกไป คือต้องหาร่างใหม่ที่ใกล้เคียงกับเอ้าเทียนมากที่สุด เพื่อถ่ายทอดพลังออกจากตัวเอ้าเทียน ซึ่งในปฐพีนี้คงหาคนที่เหมือนเอ้าเทียนไม่ได้อีกแล้ว --- ข้อความนี้ดูจะไม่เป็นจริงเสียแล้ว
จิ้งจอกเงินรู้สึกถึงพลังเทวาที่หลั่งไหลแผ่ซ่านออกมาทั่วกาย ราวกับพบเจอเจ้าของร่างใหม่ที่แท้จริงตรงหน้าชั่วขณะเดียวกัน ผู้คนที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่รอบๆ กลับนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหว แม้แต่แมลงวันยังบินค้างอยู่ในอากาศ ทุกอย่างหยุดนิ่งไม่เว้นแม้แต่เวลาของโลก มีเพียงเอ้าเทียนและซู่เริ่นเท่านั้นที่ไม่ตกอยู่ในอำนาจของห้วงเวลานี้
“เจ้าสินะ เจ้าของพลังเทวาที่แท้จริง!!!!” เอ้าเทียนกล่าวกับซู่เริ่น
“นี่คงเป็นหนทางเดียวแล้วล่ะที่จะช่วยเจ้าได้ คุณชายเริ่น” เอ้าเทียนพูดต่อ
ซู่เริ่นที่กำลังจะตายรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างเอ้าเทียนที่แผ่ซ่านออกมาหาเขา ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งไหลออกเป็นสายสู่ร่างของเขาไม่ลดละ พร้อมกับความเจ็บปวดที่ค่อยๆ จางหายไป
แสงทองส่องสว่างไหลอาบชโลมไปทั่วร่างของซู่เริ่น ชีพจรที่ใกล้ดับกลับเต้นระรัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ กำลังวังชาเพิ่มขึ้นทวีคูณ บาดแผลที่เคยถูกกระทำต่างๆ นานา รวมทั้งความทุกข์ทรมานทั้งหลายมลายหายสิ้น ก่อนจะเกิดแสงสว่างจ้า วาบไปทั่วลานกว้าง
เมื่อแสงสว่างหายไป เอ้าเทียนค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น และต้องยืนนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อเขาเห็นซู่เริ่นที่บัดนี้ร่างกายเปล่งแสงสวย ผิวกายอาบไปด้วยสีทองผ่อง ใบหน้าสว่างสดใส อยู่ในชุดไหมทองสง่างามปลิ้วไสว ยืนสง่างามอย่างเทพหนุ่มชวนหลงไหล
ท่ามกลางเวลาที่หยุดนิ่ง เซียนหนุ่มรูปงามสองคนยืนอยู่กลางลานใหญ่ คนหนึ่งร่างกายเปล่งแสงออร่าสีเงิน ใบหน้าคมคายพร้อมไรผมสีขาวประกายเงิน อยู่ในชุดคลุมยาวสีเงินขลิบขอบขาว อีกคนมีร่างออร่าสีทอง ใบหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ริ้วผมดำสนิทปลิ้วสลวย อยู่ในชุดคลุมยาวสีทองขลิบขอบดำ
คนหนึ่งเหมือนจิ้งจอกตัวแทนของดวงจันทร์ ให้ความรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือก เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา อีกคนเหมือนราชสีห์ตัวแทนของดวงอาทิตย์ ให้ความรู้สึกถึงรัศมีความร้อน เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญมุ่งมั่น ยามที่บุรุษสองคนนี้ยืนอยู่ด้วยกัน เหมือนความแตกต่างที่ลงตัวที่สุด
“สดชื่นจริงๆ เลยยย ฮ่าๆๆๆ” ซู่เริ่นร่างเทพพูดประโยคแรก
“ใจเย็นๆ ก่อนนะ เจ้าพึ่งรับพลังเข้าไป เรายังไม่รู้ว่าพลังของเจ้าเป็นแบบไหน? อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้นะ” เอ้าเทียนปราม
“พลังของข้ารึ? ฮ่าๆๆ ทำไมเจ้าของพลังอย่างข้าจะไม่รู้” ซู่เริ่นตอบพลางอมยิ้ม พร้อมกล่าวต่อ
“พลังของเจ้าคือเปิดมิติเวลาและเร่งไปยังอนาคตข้างหน้าได้ พลังของข้านั้นก็ตรงกันข้ามกับของเจ้าโดยสิ้นเชิง” ซู่เริ่นพูด
“ถ้าเช่นนั้น...?” เอ้าเทียนไม่พูดต่อ เขาเข้าใจทุกอย่างได้ทันที พลังของเขาคือเร่งเวลาให้เดินไปข้างหน้า เหมือนที่เขาเคยส่งจอมมารงูดำอู่ท่งไปยังอนาคตได้ ส่วนพลังของซู่เริ่นก็...
“ใช่! ข้าสามารถย้อนเวลาถอยหลัง กลับไปยังอดีตได้” ซู่เริ่นพูดอย่างร่าเริง
คนหนึ่งปรับเวลาไปสู่อนาคต คนหนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีต ยามที่เทพทั้งสองอยู่ด้วยกันจึงสามารถควบคุมเวลาได้ทั้งหมด เหมือนกับตอนนี้ที่เวลาหยุดนิ่ง ทุกอย่างไม่เคลื่อนไหว นั่นก็เพราะเวลาไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยพลังเวทย์จากซู่เริ่น
หรือเวลาที่เอ้าเทียนกระโดดสลายร่างหายไปในอากาศแล้วไปโผล่อีกที่หนึ่ง นั้นไม่ใช่การหายตัวจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่เป็นเพราะเวทย์เร่งเวลาของเอ้าเทียน ที่ทำให้เวลาของเขาเดินเร็วกว่าคนอื่น เร็วจนคนทั่วไปไม่ทันรู้สึกอะไร แต่นานพอให้เขาย้ายตัวเองไปยังปลายทางได้ กว่ามนุษย์จะทันรู้ตัว ก็เห็นเอ้าเทียนตรงหน้าหายไปเสียแล้ว
“ถึงเวลาเอาคืนคนพวกนี้แล้วล่ะ” ซู่เริ่นกล่าว พร้อมคลายพลังออกให้เวลาเดินตามปกติ
......................................................................................................................................................................
ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
“และค่ำคืนนี้ เราได้ผู้ชนะในการประกวดดาว-เดือนของมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้วครับทุกๆ ท่าน ขอเสียงปรบมือให้ผู้เข้าประกวดทุกคนในที่นี้ด้วยครับบบ” พิธีกรชายกล่าว
บนเวทีเต็มไปด้วยหนุ่มหล่อสาวสวยยืนเรียงกันหลายสิบคน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปกปิดความโดดเด่นของชายหนุ่มหนึ่งในผู้เข้าประกวดได้ ด้วยใบหน้าที่แตกต่างโดดเด่นออกมาจากผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ อย่างชัดเจน
“และผู้ที่ชนะในการประกวดเดือนสุดหล่อของเรา ได้แก่....”พิธีกรชายพูด พร้อมเสียงดนตรีบรรเลงอย่างลุ้นระทึก
“นายธวัลเทพ นิลนาคา หรือน้องภีต ตัวเต่งอันดับหนึ่งของเรานั่นเองครับบบบบบ” เสียงปรบมือ พร้อมเสียงกริ๊ดกร๊าดจากผู้ชมดังลั่นไปทั่ว
ใช่แล้ว พิธีกรประกาศเรียกชื่อผม นี่ผมได้รางวัลรึ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองหล่อหรือดูดีอะไรเลย จริงๆ ไม่ได้สนใจเรื่องรูปร่างหน้าตาด้วยซ้ำ
สิ่งที่ผมให้ความสนใจมากกว่าก็คือความทรงจำของผมต่างหาก ผมจำอะไรไม่ได้เลยนับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุรถชนตอนที่ผมกำลังข้ามถนน ผมจำได้ครั้งสุดท้ายว่าไปดูการแข่งขันรักบี้อะไรสักอย่าง สิ่งเดียวที่ผมจำได้คือผมชื่อภีต ชื่อจริงก็อย่างที่พิธีกรประกาศไปนั่นแหละครับ
ส่วนครอบครัวผมน่ะหรอ? ผมก็จำไม่ได้เลยสักนิด ไม่มีประกาศตามตัวคนหายหรืออะไรสักอย่าง ในอดีตผมคงเป็นคนเลวมาก ขนาดญาติพี่น้องยังไม่แสดงตัวช่วยเหลือ
โชคดีที่คุณลุงที่ขับรถชนผมเค้ามีความรับผิดชอบ แกชื่อปรานต์ภพครับ แกยอมให้ผมพักอาศัยในบ้านของแกไปก่อน และเลี้ยงดูผมเหมือนลูกคนหนึ่ง อีกทั้งยังใช้เส้นสายให้ผมได้เข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้ด้วย นับว่ามีบุญคุญกับผมมากจริงๆ
จะว่าไปคุณลุงปรานต์ภพที่ช่วยผมก็รวยนะ บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็ใหญ่อย่างกับคฤหาสถ์ ในบ้านมีคุณลุงอาศัยอยู่กับลูกชายคนหนึ่งชื่อเพิร์ท เห็นว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณลุงหรอกครับ แต่เป็นลูกที่ติดมาจากภรรยาใหม่ แต่โชคร้ายที่ภรรยาเสียไปซะก่อน
เพิร์ทก็อายุใกล้กับผมนี่แหละครับ แถมเรายังเรียนมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันอีกด้วย สรุปเราสามคนคือผมกับคุณลุงและเพิร์ทก็เลยต้องอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่ ยังดีที่มีคนรับใช้ ไม่งั้นคงเก็บกวาดไม่ไหวแน่ๆ
“น้องภีตครับ!!!! น้องได้รางวัลที่หนึ่งครับ” เสียงพิธีกรชายดังขึ้นทำลายความคิดของผม
“อ่อครับๆ” ผมพยักหน้ารับ รีบก้าวออกจากแถว เดินมาหน้าเวที ไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ผม ทำเอาแสบตาไปหมด มองไปข้างหน้าแทบไม่เห็นอะไร นอกจากกลุ่มคนดูจำนวนมาก
“เออ...ผมขอขอบคุณมากจริงๆ ครับสำหรับตำแหน่งนี้” ผมพูดแบบไม่มีสคลิป เพราะไม่คิดว่าจะชนะด้วยซ้ำ เสียงกริ๊ดหยุดลง ทุกคนดูตั้งหน้าตั้งตาฟังสิ่งที่ผมจะพูด
“จริงๆ ผมก็ดีใจนะครับที่ได้รับรางวัลนี้ แต่ลึกๆ ผมอยากให้เราทุกคนมองกันที่ภายในมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกนะครับ” เสียงปรับมือดังไปทั่วเมื่อผมพูดจบ
“สมแล้วครับกับตำแหน่งเดือนมหาลัยในปีนี้ หล่อทั้งข้างนอกและข้างในจริงๆ นะครับ ไม่แปลกใจเลยที่น้องภีตจะเป็นที่รักของทุกๆ คนด้วยคะแนนโหวตที่ล้นหลามขนาดนี้” พิธีกรกล่าว
“ใช่ค่ะ สำหรับน้องภีตของเรานั้น เป็นหนุ่มหล่อรูปร่างดี เรียนเก่ง เล่นกีฬาได้ นิสัยก็ดี มีแต่คนชื่นชม Perfect อะไรอย่างนี้” พิธีกรหญิงประกาศ พร้อมเสียงเชียร์จากคนดูดังกระหึ่ม
ทุกคนแสดงความยินดีกับภีตกันถ้วนหน้า ยกเว้นเพิร์ทที่อยู่ในกลุ่มคนดู เขายืนกำมัดแน่นด้วยความอิจฉาริษยาในตัวภีต เด็กหนุ่มที่พ่อทิ้งไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องทนอยู่กับแม่ซึ่งแต่งงานใหม่กับคุณลุงปรานต์ภพที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ และตอนนี้ยังมีภีตเข้ามาวุ่นวายอีกคน
“ไอ้ภีต แกต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง” เพิร์ทกัดฟันนิ่ง ท่ามกลางเสียงกริ๊ดจากคนดูให้เดือนคนใหม่
“อมฆวยให้ข้าซะ เอาให้น้ำลายชุ่มๆ จะได้ยัดเข้าตูดเอ็งง่ายๆ” หงเวยสั่ง
ซู่เริ่นไม่มีทางหนีได้ หากไม่ทำก็ต้องถูกตัดไข่แน่นอน หากไม่อมก็ต้องทรมานเมื่อโดนฆวยเพื่อนรักยัดเข้ารูตูดที่ปิดสนิท ยามนี้เขาจึงจำใจอ้าปากดูดฆวยให้เพื่อนของตนเอง พยายามทำให้อดีตเพื่อนรักเสียวที่สุด หวังให้มีน้ำหล่อลื่นออกมาบรรเทาความเจ็บปวดยามถูกฆวยสอดใส่เข้าก้น
“อมฆวยเก่งทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะ ตระกูลมึงเกิดมาเพื่อดูดฆวยจริงๆ” หงเวยครางด้วยความเสียว
เมื่อความเสียวได้ที่แล้ว หงเวยดึงฆวยออกจากปากองค์ชาย แล้วเดินอ้อมกลับไปด้านหลัง ก่อนใช้สองมือแหวกก้นองค์ชายออกอย่างตื่นเต้น
“ยังปิดสนิทไม่เหมือนของพ่อมึงเลย วันนี้กูรับรอง รูตูดมึงจะบานยิ่งกว่าของพ่อมึงอีกแน่ๆ”
หงเวยจับท่อนฆวยแท่งใหญ่อันเดียวกับที่เคยใช้แทงเข้าตูดแม่ทัพซู่เหวิ่น จ่อเข้าตรงปากรูตูดของซู่เริ่นแล้วอาศัยน้ำหล่อลื่นและน้ำลายเป็นตัวขับเคลื่อนลำฆวยเข้าไป
อยู่ๆ หงเวยก็นึกถึงภาพตนเองถูกเอ้าเทียนเย้ดอย่างไม่ปราณี ความโกรธแค้นที่สะสมไว้ปะทุขึ้น พร้อมๆ กับที่หงเวยยัดฆวยพรวดเดียวเข้ารูตูดของเพื่อนรักอย่างแรง เกิดเสียงฉีกขาดของเนื้อเยื่อเบาๆ แต่เสียงกรีดร้องของเจ้าของเนื้อเยื่อกลับดังสนั่น
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!” ซู่เริ่นร้องสุดเสียง แต่คนดูกลับยิ่งชอบใจ
สองขาของซู่เริ่นสั้นดิกๆ ตัวกระตุกด้วยความเจ็บปวด แต่หงเวยไม่สนใจ ถอนฆวยออกมาครึ่งลำและยัดกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งด้วยความแรงและเร็ว จนเกิดขึ้นเนินฆวยกระทบกับผิวก้นดังพลั่บๆๆ
“เสียวจริงๆ ตูดมึงนี่แน่นยิ่งกว่าของพ่อมึงอีก กูภูมิใจมากที่เกิดมาได้เมียเป็นสองพ่อลูกตระกูลซู่”
ซู่เริ่นร้องไห้น้ำตาไหล เขาเจ็บปวดและแสบบริเวณรูตูดมาก อีกทั้งยังรู้สึกจุกเข้าไปถึงในท้องน้อย กระนั้นฆวยของเขาก็ยังแข็งโด่จากยากระตุ้น ขณะที่หงเวยก็กระเด้าฆวยเข้าออกอย่างแรงทุกครั้ง อัดกระแทกด้วยความเงี่ยนระคนความแค้น
“ซิ๊ดดดด...อ่าส์ พ่อมึงกลายเป็นเมียกูเรียบร้อย แต่มึงมัน*** มึงเสือกมาเป็นเมียน้อยกูอีกคน ฮ่าๆๆๆ” หงเวยเยาะเย้น ระบายความแค้นออกมาผ่านลำฆวยที่เย้ดอย่างไม่หยุดยั้ง
“ถ้าจะเป็นเมียที่สมบูรณ์เหมือนพ่อมึง มึงต้องรับน้ำเชื้อของกูเข้าไป มึงต้องให้กูฉีดน้ำฆวยกูเข้าตูดมึงเหมือนที่พ่อมึงเคยทำไว้” หงเวยเร่งซอยฆวยเข้าตูดที่เริ่มบานของซู่เริ่นด้วยความสะใจ
“อย่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าทำอย่างนั้น อย่านะ หยุดนะ” องค์ชายเริ่นดิ้นรนร้องขอ
“ไม่ทันแล้วโว้ยย ไอ้ทาสชั่ว กูจะแตกแล้ว รับน้ำกูไปซะ...อ่าสสสสส์” หงเวยกระตุกพวยพ้นน้าอสุจิจำนวนมากเข้ารูตูดสวยขององค์ชาย เป็นครั้งแรกที่ซู่เริ่นรู้สึกถึงการหลั่งของน้ำฆวยเข้ามาในตัวของเขา ปกติยามที่เขาเย้ดกับผู้หญิงก็มักจะแตกใน แต่ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกเป็นเช่นไร จนวันนี้
“ฮ่าๆๆๆๆๆ เป็นไงบ้างเพื่อนรัก กูเย้ดเสียวไหมว่ะ ตูดมึงคงอร่อยกับน้ำเงี่ยนกูเลยสิ” หงเวยหยาม
“ขอเชิญคนต่อไป***สดไอ้คุณชายเริ่นหน้าหล่อหุ่นดีคนนี้ให้ถึงใจ กฏคือทุกคนต้องปล่อยน้ำฆวยข้างในตัวมัน แล้วให้คนต่อไปใช้น้ำเงี่ยนของคนก่อนเป็นหล่อลื่นฆวยตนเองเพื่อ***ไอ้หล่อคนนี้”
ซู่เริ่นแทบไม่เชื่อหูตนเอง ที่เขาเห็นตอนนี้คือผู้ชายกว่ายี่สิบคนที่เข้าแถวรอเป็นสามีของเขา ทั้งที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเสียความเป็นชาย และเสียให้กับเพื่อนที่เคยเชี่อใจกันมาด้วย แถมผู้ชายอีกหลายคน เขาหมดแล้วซึ่งเกียรติยศที่เคยมี องค์ชายที่ต้องการของทุกคนกลายเป็นทาสที่คนรวยหน้าไหนก็ยัดเยียดความเป็นผัวให้ได้
กิจกรรมกามดำเนินไปเรื่อยๆ ซู่เริ่นต้องทนถูกทั้งคนแก่ คนหนุ่ม รุม***อย่างไม่ปราณี รูตูดเขาชาไปหมดแล้ว ลีลาแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา บางคนก็แทงฆวยเสยเข้าอัดลำไส้ของเขาอย่างรุนแรง บางก็ทำแบบนุ่มนวลแต่หนักหน่วง บางก็ควงฆวยขยายรูตูดของเขาจนบานอ้าน่าเกลียด
ในช่วงหลังๆ ตูดซู่เริ่นไม่สามารถรับน้ำฆวยได้อีกต่อไป ทำให้น้ำเงี่ยนไหลทะลักออกมายืดยานจากตูดหนุ่มหล่อหยดถึงพื้นดินเบื้องล่างอย่างน่าอับอาย
“ฆวยก็อัปลักษณ์ รูตูดก็บานโร่ มึงมีอะไรดีเหลืออยู่อีกบ้างว่ะ?” ชายคนหนึ่งเย้ย
“เตรียมตูดมึงไว้ดื่มน้ำเงี่ยนกูนะ กูจะฉีดเข้าไปแล้วสุดหล่อ”
“โอ๊ยยย ซี๊ดดดด น้ำเงี่ยนเต็มโพรงตูดเลยว่ะ เสียบฆวยเข้าไปแล้วลื่นไปหมด”
“ตูดฉีกแล้วองค์ชาย ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ชินไปเอง”
“เป็นผู้ชายหล่อๆ ให้สาวติดไม่ชอบ เสือกชอบโดนเย้ดอย่างสัตว์”
“เสียดายแทนพวกคนจนที่ไม่มีเงิน อดเย้ดตูดองค์ชายรูปงามอย่างพวกข้า ฮ่าๆๆ”
“เมียรัก ขอให้ฆวยผัวคนนี้เข้าไปสำรวจข้างในหน่อยนะ เดี๋ยวแถมน้ำเชื้อให้ สะใจจริงๆ”
ซู่เริ่นต้องทนฟังคำพูดหยามเหยียดต่างๆ นานา ได้แต่ขอให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเสียที ก่อนจะรู้ตัวว่าคิดผิด เมื่อกิจกรรมทำลายตูดของเขาจบลง เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีก
“ต่อไปจะเป็นการรีดน้ำฆวยขององค์ชายออกมา พร้อมไหมทุกท่าน” โฆษกประกาศ
ทหารตรงกับมาใช้เชือกรัดตั้งแต่โคนฆวยของคุณหนูเริ่น แล้วพันรอบขึ้นมาอย่างแน่นสุด ด้วยความใหญ่อวบของฆวยทำให้เชือกที่เตรียมมาเกือบรัดไม่พอ เมื่อทำการรัดฆวยเรียบร้อย กิจกรรมกามก็เริ่มขึ้นทันที
“จ่ายเพียงสิบอัฐ ได้เข้าไปรีดน้ำฆวยออกจากองค์ชาย” หงฟู่กล่าวเสียงดัง
เมื่อได้ลูกค้าสมใจอยาก หงฟู่ก็อนุญาติให้เข้าไปรีดเอาน้ำฆวยขององค์ชายออกมา แต่ละคนตรงเข้าไปบีบท่อนฆวยเหมือนเหมือนรีดนมวัว แต่ด้วยความใหญ๋และยาว ทำให้มือของลูกค้าแต่ละคนกำแทบไม่รอบฆวยของเริ่น
ผู้คนต่างพากันมาชักฆวยให้เริ่นอย่างสนอกสนใจ บางคนก็เอานิ้วหมุนวนที่ปลายหัวฆวย บางคนก็กำรูดตั้งแต่โคนขึ้นมาถึงคอหยัก ก่อนจะสลับมือทำเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ บางคนก็เค้นคลึงไข่ไปทั่ว
“ซิ๊ดดด อ่าสสส์ อ่าส์ อาส์....หลั่งแล้วววว” ซู่เริ่นทนไม่ไหวแล้ว ผู้ชายหน้าไหนโดนแบบนี้ย่อมทนไม่ได้เป็นธรรมดา
ซู่เริ่นกระตุกฆวยและร่างอย่างแรงกลางอากาศ ฆวยผงกหัวงึกๆ อนิจจังเชือกที่รัดฆวยไว้กลับขัดขวางการหลั่งของน้ำเงี่ยน ซู่เริ่นทำได้เพียงแค่กระตุกฆวย กระเด้าลมในอากาศ แต่ไร้ซึ่งหยาดน้ำเงี่ยนแม้เพียงหยดเดียว
“หือๆๆ เงี่ยน เงี่ยนๆๆๆ แก้เชือกให้ข้าเถอะ ข้าเงี่ยน ปวดฆวยไปหมดแล้ว” ซู่เริ่นคำราม
ไม่มีใครสนใจ กลับตรงเข้าไปรูดฆวยรีดน้ำเงี่ยนอีกครั้ง คราวนี้ยิ่งสะใจ บางคนชักฆวยองค์ชายรัวๆ บางคนดึงไข่ทั้งพวงขององค์ชายอย่างแรง ก่อนที่องค์ชายจะกระตุกฆวยน้ำแตกอีกครั้ง
น้ำที่ไหลออกมาจากโรงผลิตที่ใข่ทั้งสองใบหลั่งออกมาเจอทางตัน ก็ไหลย้อนกลับเข้าไปในไข่อีกครั้ง ซู่เริ่นโดนทำเช่นนี้อยู่หลายรอบ จนไข่บวมเป่ง อัดแน่นเป็นด้วยน้ำเงี่ยนที่มิอาจหลั่งออกจากปากฆวยบานได้
“เงี่ยนเหลือเกิน ข้าเงี่ยนฆวยเหลือเกิน ข้ายอมแล้ว ยอมทุกอย่างแล้ว” ผู้ชายทุกคนรู้ดีว่าหากเงี่ยนแต่น้ำแตกไม่ได้นั้นทรมานแค่ไหน
“ยอมทุกอย่าง? งั้นกราบตีนกูซะ แล้วกูจะช่วยให้มึงสมใจอย่าก” หงเวยท้า
“ได้ๆๆ ข้ายอมแล้ว ยอมแล้ว ขอน้ำแตกทีเถอะ ปวดฆวยเหลือเกิน” ซู่เริ่นยอมรับชะตากรรม
“ตกลง ข้าจะปล่อยเอ็งลงมา แต่ต้องคลานเข้ามากราบตีนข้าซะ” หงเวยสะใจสุดๆ
ซู่เริ่นพยักหน้ายอมรับเงื่อนไข หงเวยจึงสั่งให้ทหารปรับคานไม้ให้ตั้งขึ้นแล้วแก้มัดมือขององค์ชายออก ก่อนที่องค์ชายจะกลั้นใจคุกเข่าลงกับพื้น แล้วคลานเหมือนหมาเข้าไปหาหงเวย
หงเวยยืนรอดูอย่างสะใจ ภาพองค์ชายที่เหนือกว่าเขาทุกด้าน ทั้งหน้าตารูปร่าง ฝีมือ คารม ทุกอย่างหงเวยล้วนเป็นรอง แต่บัดนี้คุณชายกลับต้องคลานเข่ามาหาเขาเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่อ้อนวอนขอชักว่าวด้วยความเงี่ยน ช่างน่าสมเพชเสียจริง
ซู่เริ่นคลานมาถึงเท้าของหงเวยแล้ว สองมือประกบกันขึ้นก่อนเขาจะโน้มหัวลงไปแทบเท้าของหงเวย สร้างความพอใจให้หงเวยมาก เขายกเท้าขึ้นมาขยี้หัวของเริ่นอย่างสะใจ ลืมความโกรธแค้นที่เคยมี เปลี่ยนเป็นความชอบใจอย่างถึงที่สุด
“ดีมากไอ้ทาสจอมเงี่ยน ข้าอนุญาตให้เอ็งน้ำแตกต่อหน้าคนดูทีนี่ได้” หงเวยพูด มองหน้าให้สัญญาณทหารรับใช้ข้างๆ
ทหารรับใช้เดินเข้ามาหิ้วตัวซู่เริ่นไปนั่งคุกเข่าบนโต๊ะกลางลานให้ทุกคนเห็นโดยทั่ว ก่อนจะคลายมัดเชือกที่รัดฆวยไว้ แล้วเอาวงแหวนเหล็กใส่เข้าไปใต้เงี่ยงฆวย ตรงคอหยัก
“ชักว่าวได้ แต่ห้ามถูกหัวฆวย ห้ามเลยขึ้นมาถึงขอบวงแหวนนี้” หงเวยสั่ง
ซู่เริ่นไม่สนใจสิ่งใดแล้ว ทันทีที่เขาเป็นอิสระ สองมือก็เข้าประกบกำรอบท่อนฆวยแล้วรูดหนังขึ้นลงอย่างเสียวซ่าน แม้จะรูดได้ไม่สุดถึงหัวฆวยเพราะมีวงแหวนจำกัดบริเวณอยู่ แต่ด้วยความยาวของท่อนฆวยที่เหลืออยู่ก็สร้างความพอใจให้เจ้าของฆวยได้มากโข
“อ่าสส์ ซิ๊ดดดดด...เสียววว” ซู่เริ่นโยกสะโพกไปมาอย่างลืมตัวว่ามีคนดูเขาสำเร็จความใครอยู่
เขาบ้วนน้ำลายใส่มือแล้วกำรอบลำฆวย หนังฆวยกับหนังฝ่ามือสัมผัสกัน เกิดเป็นจินตนาการว่ากำลังได้เย้ดคนอื่นอยู่ แม้จะยุ่งกับหัวฆวยไม่ได้ แต่องค์ชายก็อาศัยความเสียวจากลำฆวยแทนได้ เขาใช้สองมือกำต่อกันรอบลำฆวย แต่กระนั้นก็ยังมีส่วนฆวยที่โผล่พ้นออกมาอยู่ดี
“เสียวเหลือเกิน เสียวอะไรอย่างนี้ ทนไม่ไหวแล้ว กลั้นไม่อยู่แล้ววววว อ่าสสสส์” ซู่เริ่นคำรามลั่น
น้ำฆวยเคลื่อนที่ออกจากไข่บวมจนเห็นหนังข้างนอกเต่งตึง ก้อนน้ำเชื้อเก่ารวมกับน้ำเชื้อใหม่ที่พึ่งผลิตค่อยๆ วิ่งมาที่โคนฆวย ก่อนองค์ชายกระตุกจะฆวยเพียงครั้งเดียว หัวฆวยเบ่งบานขึ้นจนวงแหวนที่ครอบไว้กระเด็นหลุดเพราะแรงดัน ห่าน้ำเงี่ยนพวยพุ่งหลั่งไหลออกมา ทะลักไปข้างหน้าซู่เริ่นกว่าห้าเมตร
“ไอ้ฉิบหาย นั่นน้ำฆวยองค์ชายหรอว่ะ? เยอะ***ๆ” คนดูร้อง ขณะที่ซู่เริ่นปล่อยน้ำออกมาเรื่อยๆ นับได้ตอนนี้ก็มากกว่าสิบห้าระลอกแล้ว
“ขนาดแตกออกมาเยอะแล้ว ยังพุ่งไกลทุกครั้งเลยว่ะพวกเรา” อีกคนทัก ขณะที่ฆวยซู่เริ่นยังคงกระตุกหลั่งน้ำออกมาเติมใส่กองอสุจิที่อยู่บนพื้นข้างหน้าไม่มีท่าว่าจะหยุด
“ความเสียวทะลุออกมาจากใบหน้ามันแล้ว ดูสิเงยหน้าซิ๊ดปากใหญ่เลย” สองมือของซู่เริ่นยังกำรอบฆวย ขณะที่ใบหน้าเผยความเสียวอย่างชัดเจน
“โห้ น้ำแม่งเยอะจริงๆ ผู้หญิงที่โดนไอ้หล่อนี้แตกใน คงท้องโตแน่ๆ เลย” หนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น
“น้ำเชื้อคุณภาพทั้งนั้น น่าจะเก็บไว้ให้คนรับใช้ที่ตำหนัก เห็นบ่นว่าอยากมีลูก” ชายคนหนึ่งเอ่ย
“น้ำเงี่ยนมันขาวข้นจริงๆ เหนียวยืดไปหมด ข้าชอบว่ะ” คนดูกล่าว
“ฆวยใหญ่ๆ ก็เหมาะกับน้ำเงี่ยนเยอะๆ แบบนี้ใครก็ชอบ” อีกคนตอบ
“ข้ายอมจ่ายทองคำสามชั่ง ช่วยกรีดเอาไข่คุณชายคนนี้ออกมาให้ข้าสักข้างหนึ่งได้ไหม” เศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยความอิจฉาซู่เริ่น
“ตอนมันเลย! ตอนมันเลย! ตอนมันเลย!” คนอื่นๆ ส่งเสียงเชียร์ด้วยความอยากรู้เหมือนกันว่าหากเหลือไข่เพียงข้างเดียว น้ำเงี่ยนจะยังเยอะแบบนี้อยู่ไหม
หงฟู่หน้าเงินเมื่อได้ขอเสนอที่ถูกใจเช่นนี้ก็รีบรับคำขอทันที ก่อนสั่งให้ทหารจับตัวซู่เริ่นไว้ให้แน่น ล็อคตัวไว้จนซู่เริ่นที่หน้าเริ่มถอดสีขยับตัวไม่ได้ ทหารอีกคนถือมีดคมกรีบเดินเข้ามา
“อย่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าทำหมันข้า อย่าตัดไข่ข้านะ ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ซู่เริ่นน้ำตาไหล ดิ้นเหมือนคนบ้า
ทหารที่ถือมีดนั่งลงตรงฆวยของซู่เริ่นพอดี นี่ขนาดน้ำแตกไปแล้ว ยังคงขนาดใหญ่ไว้ได้อีก อึดสมกับเป็นชายชาติทหารจริงๆ ปลายมีดถูกถือจ่อไว้ตรงไข่ข้างซ้าย คมมีดเตรียมปาดเข้าไปทันทีที่มีคำสั่งจากหงฟู่
“ตัดเลย!” หงฟู่กล่าวสั้นๆ แต่ซู่เริ่นถึงกับหมดเรี่ยวแรงทันที
ปลายคมค่อยๆ ปักเข้าไปในหนังไข่เพียงเล็กน้อย ก่อนทหารรอบๆ ตัวซู่เริ่นจะกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทางจากพลังปราณในระยะไกล เกิดฝุ่นควันตลบ พร้อมการปรากฏตัวของเอ้าเทียนและแม่ทัพซู่เหวิ่น
“ขอโทษที่มาช้านะ เรามาช่วยแล้ว” จิ้งจอกเงินปลอบ
เหมือนเหตุการณ์หยุดนิ่ง จิ้งจอกหนุ่มยืนคู่กับแม่ทัพซู่เหวิ่นข้างๆ เวทีไม่ไกลมากจากซู่เริ่น ขณะที่ซู่เริ่นยืนอยู่คนเดียวกลางลานแสดง ก่อนที่ซู่เริ่นจะถูกชายปริศนาคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางคนดู กระโดดออกมาจากอัฒจรรย์ด้วยวิชาตัวเบา ตรงเข้าจับล็อคตัวซู่เริ่นไว้จากข้างหลัง
“หยุดนะ ถ้าไม่อยากให้ซู่เริ่นตาย” ชายปริศนาสั่งเอ้าเทียน
“เจ้าเองสินะ คนที่บงการอยู่เบื้องหลัง” เอ้าเทียนจำได้ ชายคนนี้คือคนเดียวกับที่มาหาเขาที่ถ้ำงูดำ
ชายปริศนาถือมีดเล่มหนึ่งไว้ในมือพร้อมปาใส่ซู่เริ่น ขณะที่อีกมือถือหน้าไม้ที่เล็งไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น พร้อมอัดลูกศรเตรียมยิงเสร็จสรรพ
“มาดูกันว่าใครจะเร็วกว่ากัน” ชายปริศนาพูด
เหมือนเวลาค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของชายปริศนาค่อยๆ เหนี่ยวไกหน้าไม้ พร้อมกับลูกศรแหลมที่ค่อยๆ วิ่งออกจากหน้าไม้มุ่งไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น ขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ขว้างมีดบินตรงไปยังซู่เริ่นทันที
จิ้งจอกเงินมองเห็นทุกอย่างชัดเจนดี ทางหนึ่งเป็นแม่ทัพซู่เหวิ่นที่กำลังถูกลูกศรพุ่งเข้าใส่ อีกทางเป็นซู่เริ่นที่มีมีดบินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ในยามนี้เขาหนึ่งคนต้องช่วยสองคนในเวลาเดียวกัน สมองรีบประมวลผลอย่างรวดเร็วแข่งกับอาวุธที่ใกล้เป้าหมายเข้ามาเรื่อยๆ
เอ้าเทียนไม่รีรอ รีบตัดสินใจทันที มือข้างหนึ่งรีบผลักตัวแม่ทัพซู่เหวิ่นออกให้พ้นระยะของลูกศร ก่อนจะกระโจนเขาไปรับตัวซู่เริ่นให้ออกจากเส้นทางของมีดบิน
จังหวะเดียวกันกับที่ผลักตัวแม่ทัพออกไปพ้นระยะของลูกศร ชายปริศนาก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยวิชาตัวเบา พุ่งตรงเข้าจับร่างของแม่ทัพซู่เหวิ่น
พร้อมกับที่เอ้าเทียนคว้าตัวของซู่เริ่นได้อย่างปลอดภัย แต่หารู้ไม่ว่ามีดบินกลับวนย้อนกลับมาเหมือนบูมเมอแรง ตรงเข้าปักอกของซู่เริ่นเต็มๆ
เวลากลับมาเดินปกติอีกครั้ง ชายปริศนากับแม่ทัพซู่เหวิ่นหายไปจากลานแสดงเรียบร้อยแล้ว ส่วนซู่เริ่นทรุดร่างลงบนตักของเอ้าเทียนที่ล้มนั่งลงกับพื้น เลือดแดงฉานไหลออกมาจากอกองค์ชายเริ่นไม่หยุด เอ้าเทียนสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นแผ่วลงเรื่อยๆ ของซู่เริ่น พร้อมกับลมหายใจรวยริน
“เจ้ากำลังจะตาย” เอ้าเทียนพูดเสียงสั่น เขาช่วยอะไรซู่เริ่นไม่ได้อีกแล้ว
เลือดซู่เริ่นทะลักไหลออกจากอกไม่หยุด พร้อมกับชีพจรที่แผ่วลงเรื่อยๆ เอ้าเทียนเองก็รู้ดีว่าบัดนี้ไม่มีใครช่วยซู่เริ่นได้อีกแล้ว เมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตชายหนุ่มนักรบคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
ซู่เริ่นไม่แสดงออกถึงความกลัวใดๆ เขาคิดว่านี่อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ หากเขาลาโลกนี้ไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น
“ปล่อยให้ข้าตายอย่างสงบเถอะ อึกกก!” ซู่เริ่นกระอักเลือดออกปาก
เอ้าเทียนไม่เข้าใจ เหตุใดสวรรค์จึงปิดหูปิดตาเช่นนี้ คนดีๆ อย่างซู่เริ่น ทำคุณให้แผ่นดินมากมาย แต่กลับต้องมาถูกคนชั่วข่มเหงและจบชีวิตลงอย่างน่าอเนจอนาจ เช่นนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ในเวลาเช่นนี้คงมีเพียงยมบาลเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินความเป็นความตายของซู่เริ่นได้ หากแม้นซู่เริ่นมีพลังอย่างเอ้าเทียน เหตุการณ์น่าอดสูเช่นนี้คงไม่เกิด แต่น่าเสียดาย ซู่เริ่นเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดา
“มนุษย์เดินดินธรรมดา?” เอ้าเทียนพูดย้ำ พร้อมกับความร้อนลุ่มจากภายในร่างที่ประทุออกมา
จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเอ้าเทียน --- หนทางเดียวที่จะปลดปล่อยพลังเทวานี้ออกไป คือต้องหาร่างใหม่ที่ใกล้เคียงกับเอ้าเทียนมากที่สุด เพื่อถ่ายทอดพลังออกจากตัวเอ้าเทียน ซึ่งในปฐพีนี้คงหาคนที่เหมือนเอ้าเทียนไม่ได้อีกแล้ว --- ข้อความนี้ดูจะไม่เป็นจริงเสียแล้ว
จิ้งจอกเงินรู้สึกถึงพลังเทวาที่หลั่งไหลแผ่ซ่านออกมาทั่วกาย ราวกับพบเจอเจ้าของร่างใหม่ที่แท้จริงตรงหน้าชั่วขณะเดียวกัน ผู้คนที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่รอบๆ กลับนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหว แม้แต่แมลงวันยังบินค้างอยู่ในอากาศ ทุกอย่างหยุดนิ่งไม่เว้นแม้แต่เวลาของโลก มีเพียงเอ้าเทียนและซู่เริ่นเท่านั้นที่ไม่ตกอยู่ในอำนาจของห้วงเวลานี้
“เจ้าสินะ เจ้าของพลังเทวาที่แท้จริง!!!!” เอ้าเทียนกล่าวกับซู่เริ่น
“นี่คงเป็นหนทางเดียวแล้วล่ะที่จะช่วยเจ้าได้ คุณชายเริ่น” เอ้าเทียนพูดต่อ
ซู่เริ่นที่กำลังจะตายรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างเอ้าเทียนที่แผ่ซ่านออกมาหาเขา ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งไหลออกเป็นสายสู่ร่างของเขาไม่ลดละ พร้อมกับความเจ็บปวดที่ค่อยๆ จางหายไป
แสงทองส่องสว่างไหลอาบชโลมไปทั่วร่างของซู่เริ่น ชีพจรที่ใกล้ดับกลับเต้นระรัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ กำลังวังชาเพิ่มขึ้นทวีคูณ บาดแผลที่เคยถูกกระทำต่างๆ นานา รวมทั้งความทุกข์ทรมานทั้งหลายมลายหายสิ้น ก่อนจะเกิดแสงสว่างจ้า วาบไปทั่วลานกว้าง
เมื่อแสงสว่างหายไป เอ้าเทียนค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น และต้องยืนนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อเขาเห็นซู่เริ่นที่บัดนี้ร่างกายเปล่งแสงสวย ผิวกายอาบไปด้วยสีทองผ่อง ใบหน้าสว่างสดใส อยู่ในชุดไหมทองสง่างามปลิ้วไสว ยืนสง่างามอย่างเทพหนุ่มชวนหลงไหล
ท่ามกลางเวลาที่หยุดนิ่ง เซียนหนุ่มรูปงามสองคนยืนอยู่กลางลานใหญ่ คนหนึ่งร่างกายเปล่งแสงออร่าสีเงิน ใบหน้าคมคายพร้อมไรผมสีขาวประกายเงิน อยู่ในชุดคลุมยาวสีเงินขลิบขอบขาว อีกคนมีร่างออร่าสีทอง ใบหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ริ้วผมดำสนิทปลิ้วสลวย อยู่ในชุดคลุมยาวสีทองขลิบขอบดำ
คนหนึ่งเหมือนจิ้งจอกตัวแทนของดวงจันทร์ ให้ความรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือก เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา อีกคนเหมือนราชสีห์ตัวแทนของดวงอาทิตย์ ให้ความรู้สึกถึงรัศมีความร้อน เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญมุ่งมั่น ยามที่บุรุษสองคนนี้ยืนอยู่ด้วยกัน เหมือนความแตกต่างที่ลงตัวที่สุด
“สดชื่นจริงๆ เลยยย ฮ่าๆๆๆ” ซู่เริ่นร่างเทพพูดประโยคแรก
“ใจเย็นๆ ก่อนนะ เจ้าพึ่งรับพลังเข้าไป เรายังไม่รู้ว่าพลังของเจ้าเป็นแบบไหน? อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้นะ” เอ้าเทียนปราม
“พลังของข้ารึ? ฮ่าๆๆ ทำไมเจ้าของพลังอย่างข้าจะไม่รู้” ซู่เริ่นตอบพลางอมยิ้ม พร้อมกล่าวต่อ
“พลังของเจ้าคือเปิดมิติเวลาและเร่งไปยังอนาคตข้างหน้าได้ พลังของข้านั้นก็ตรงกันข้ามกับของเจ้าโดยสิ้นเชิง” ซู่เริ่นพูด
“ถ้าเช่นนั้น...?” เอ้าเทียนไม่พูดต่อ เขาเข้าใจทุกอย่างได้ทันที พลังของเขาคือเร่งเวลาให้เดินไปข้างหน้า เหมือนที่เขาเคยส่งจอมมารงูดำอู่ท่งไปยังอนาคตได้ ส่วนพลังของซู่เริ่นก็...
“ใช่! ข้าสามารถย้อนเวลาถอยหลัง กลับไปยังอดีตได้” ซู่เริ่นพูดอย่างร่าเริง
คนหนึ่งปรับเวลาไปสู่อนาคต คนหนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีต ยามที่เทพทั้งสองอยู่ด้วยกันจึงสามารถควบคุมเวลาได้ทั้งหมด เหมือนกับตอนนี้ที่เวลาหยุดนิ่ง ทุกอย่างไม่เคลื่อนไหว นั่นก็เพราะเวลาไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยพลังเวทย์จากซู่เริ่น
หรือเวลาที่เอ้าเทียนกระโดดสลายร่างหายไปในอากาศแล้วไปโผล่อีกที่หนึ่ง นั้นไม่ใช่การหายตัวจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่เป็นเพราะเวทย์เร่งเวลาของเอ้าเทียน ที่ทำให้เวลาของเขาเดินเร็วกว่าคนอื่น เร็วจนคนทั่วไปไม่ทันรู้สึกอะไร แต่นานพอให้เขาย้ายตัวเองไปยังปลายทางได้ กว่ามนุษย์จะทันรู้ตัว ก็เห็นเอ้าเทียนตรงหน้าหายไปเสียแล้ว
“ถึงเวลาเอาคืนคนพวกนี้แล้วล่ะ” ซู่เริ่นกล่าว พร้อมคลายพลังออกให้เวลาเดินตามปกติ
......................................................................................................................................................................
ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
“และค่ำคืนนี้ เราได้ผู้ชนะในการประกวดดาว-เดือนของมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้วครับทุกๆ ท่าน ขอเสียงปรบมือให้ผู้เข้าประกวดทุกคนในที่นี้ด้วยครับบบ” พิธีกรชายกล่าว
บนเวทีเต็มไปด้วยหนุ่มหล่อสาวสวยยืนเรียงกันหลายสิบคน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปกปิดความโดดเด่นของชายหนุ่มหนึ่งในผู้เข้าประกวดได้ ด้วยใบหน้าที่แตกต่างโดดเด่นออกมาจากผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ อย่างชัดเจน
“และผู้ที่ชนะในการประกวดเดือนสุดหล่อของเรา ได้แก่....”พิธีกรชายพูด พร้อมเสียงดนตรีบรรเลงอย่างลุ้นระทึก
“นายธวัลเทพ นิลนาคา หรือน้องภีต ตัวเต่งอันดับหนึ่งของเรานั่นเองครับบบบบบ” เสียงปรบมือ พร้อมเสียงกริ๊ดกร๊าดจากผู้ชมดังลั่นไปทั่ว
ใช่แล้ว พิธีกรประกาศเรียกชื่อผม นี่ผมได้รางวัลรึ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองหล่อหรือดูดีอะไรเลย จริงๆ ไม่ได้สนใจเรื่องรูปร่างหน้าตาด้วยซ้ำ
สิ่งที่ผมให้ความสนใจมากกว่าก็คือความทรงจำของผมต่างหาก ผมจำอะไรไม่ได้เลยนับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุรถชนตอนที่ผมกำลังข้ามถนน ผมจำได้ครั้งสุดท้ายว่าไปดูการแข่งขันรักบี้อะไรสักอย่าง สิ่งเดียวที่ผมจำได้คือผมชื่อภีต ชื่อจริงก็อย่างที่พิธีกรประกาศไปนั่นแหละครับ
ส่วนครอบครัวผมน่ะหรอ? ผมก็จำไม่ได้เลยสักนิด ไม่มีประกาศตามตัวคนหายหรืออะไรสักอย่าง ในอดีตผมคงเป็นคนเลวมาก ขนาดญาติพี่น้องยังไม่แสดงตัวช่วยเหลือ
โชคดีที่คุณลุงที่ขับรถชนผมเค้ามีความรับผิดชอบ แกชื่อปรานต์ภพครับ แกยอมให้ผมพักอาศัยในบ้านของแกไปก่อน และเลี้ยงดูผมเหมือนลูกคนหนึ่ง อีกทั้งยังใช้เส้นสายให้ผมได้เข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้ด้วย นับว่ามีบุญคุญกับผมมากจริงๆ
จะว่าไปคุณลุงปรานต์ภพที่ช่วยผมก็รวยนะ บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็ใหญ่อย่างกับคฤหาสถ์ ในบ้านมีคุณลุงอาศัยอยู่กับลูกชายคนหนึ่งชื่อเพิร์ท เห็นว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณลุงหรอกครับ แต่เป็นลูกที่ติดมาจากภรรยาใหม่ แต่โชคร้ายที่ภรรยาเสียไปซะก่อน
เพิร์ทก็อายุใกล้กับผมนี่แหละครับ แถมเรายังเรียนมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันอีกด้วย สรุปเราสามคนคือผมกับคุณลุงและเพิร์ทก็เลยต้องอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่ ยังดีที่มีคนรับใช้ ไม่งั้นคงเก็บกวาดไม่ไหวแน่ๆ
“น้องภีตครับ!!!! น้องได้รางวัลที่หนึ่งครับ” เสียงพิธีกรชายดังขึ้นทำลายความคิดของผม
“อ่อครับๆ” ผมพยักหน้ารับ รีบก้าวออกจากแถว เดินมาหน้าเวที ไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ผม ทำเอาแสบตาไปหมด มองไปข้างหน้าแทบไม่เห็นอะไร นอกจากกลุ่มคนดูจำนวนมาก
“เออ...ผมขอขอบคุณมากจริงๆ ครับสำหรับตำแหน่งนี้” ผมพูดแบบไม่มีสคลิป เพราะไม่คิดว่าจะชนะด้วยซ้ำ เสียงกริ๊ดหยุดลง ทุกคนดูตั้งหน้าตั้งตาฟังสิ่งที่ผมจะพูด
“จริงๆ ผมก็ดีใจนะครับที่ได้รับรางวัลนี้ แต่ลึกๆ ผมอยากให้เราทุกคนมองกันที่ภายในมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกนะครับ” เสียงปรับมือดังไปทั่วเมื่อผมพูดจบ
“สมแล้วครับกับตำแหน่งเดือนมหาลัยในปีนี้ หล่อทั้งข้างนอกและข้างในจริงๆ นะครับ ไม่แปลกใจเลยที่น้องภีตจะเป็นที่รักของทุกๆ คนด้วยคะแนนโหวตที่ล้นหลามขนาดนี้” พิธีกรกล่าว
“ใช่ค่ะ สำหรับน้องภีตของเรานั้น เป็นหนุ่มหล่อรูปร่างดี เรียนเก่ง เล่นกีฬาได้ นิสัยก็ดี มีแต่คนชื่นชม Perfect อะไรอย่างนี้” พิธีกรหญิงประกาศ พร้อมเสียงเชียร์จากคนดูดังกระหึ่ม
ทุกคนแสดงความยินดีกับภีตกันถ้วนหน้า ยกเว้นเพิร์ทที่อยู่ในกลุ่มคนดู เขายืนกำมัดแน่นด้วยความอิจฉาริษยาในตัวภีต เด็กหนุ่มที่พ่อทิ้งไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องทนอยู่กับแม่ซึ่งแต่งงานใหม่กับคุณลุงปรานต์ภพที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ และตอนนี้ยังมีภีตเข้ามาวุ่นวายอีกคน
“ไอ้ภีต แกต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง” เพิร์ทกัดฟันนิ่ง ท่ามกลางเสียงกริ๊ดจากคนดูให้เดือนคนใหม่
สิ้นลาย...ยอดขุนพล 13
ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนหลังจากได้ชมการมีเพศสัมพันธ์สุดเร้าร้อนของเชื้อสายกษัตริย์ ผู้ที่ได้ได้สติคืนกลับมาก่อนใครคือเอ้าเทียน หลังจากที่เขาคว้าเสื้อผ้าอาภรณ์มาปกปิดร่างกายเสร็จสรรพ เขาก็เริ่มมองหาตัวแม่ทัพซู่เหวิ่นทันที
เป้าหมายของเขาถูกเหล่าทหารหลายคนคุมตัวไว้ใกล้ๆ กับเวทีแสดง เมื่อจิ้งจอกเงินเห็นเช่นนั้น จึงรีบปรี่เข้าไปหาแม่ทัพซู่เหวิ่นหวังจะชิงตัวแม่ทัพออกมา ร่างจำแลงเป็นมนุษย์ถลาเข้าไปยังเหล่าทหารที่ยืนคุมตัวแม่ทัพไว้
เมื่อเหล่าทหารเห็นราชบุตรหมายเลขหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าไม่ดี จึงรีบยกอาวุธขึ้นเตรียมป้องกัน แต่ไม่ทันทีจะทำอะไร องค์ชายหนึ่งก็เข้าถึงตัวทหารคนแรกแล้ว ตามด้วยการปล่อยหมัดหนักตรงเข้าท้องน้อยของทหารจนล้มลงไปกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ทหารคนที่สองยังไม่ทันหายตกใจ ก็ถูกเอ้าเทียนซัดลงไปนอนกับพื้น
ทหารที่เหลือรีบชักกระบี่ออกจากฝัก ฟาดฟันคมมีดหมายหยุดยั้งองค์ชายหนึ่ง แต่กระบี่กลับทำได้เพียงแหวกผ่านอากาศไปเฉยๆ เพราะเอ้าเทียนหลบคมกระบี่นับสิบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวจนมองตามแทบไม่ทัน ก่อนใช้สันมือฟาดต้นคอทหารที่เหลือจนหมดสติ ล้มระเนระนาด ในที่สุดเอ้าเทียนก็เข้าไปประคองตัวแม่ทัพได้สำเร็จพร้อมๆ กับเสียงของหลี่เฉิน
“ยิงงงงงงง!!!!!!!” หลี่เฉินแผดเสียงสั่งพลธนูที่วิ่งเข้ามาสมทบ
ลูกศรปลายแหลมแหวกผ่านอากาศมานับไม่ถ้วน มุ่งตรงเข้าหาร่างเอ้าเทียนและแม่ทัพซู่ จิ้งจอกเงินประเมินแล้วว่าจำนวนและความเร็วของลูกศรระดับนี้ ไม่สามารถหลบได้ทันแน่ๆ ในระหว่างที่สมองกำลังคิดอยู่นั้น ลูกศรคมกริบก็พุ่งเข้าเกือบถึงตัวทั้งสองคน เอ้าเทียนจึงรีบสบัดผ้าคลุมขึ้นกางอากาศ ทำให้ห่าลูกศรทั้งหมดพุ่งย้อนกลับไปหาต้นทางที่ยิงมา
ทหารทั้งหลายรีบหลบกันจ้าระหวั่น โชคดีที่พลิกตัวหลบทันเสียก่อน ทำให้ศรคมเฉียดไหล่ทหารหลายนาย แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้ขวัญเสียไม่น้อย
เมื่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจบลง ทุกคนตกอยู่ในสภาวะแน่นิ่ง เมื่อเห็นศรตรงเข้าปักกลางอกของพระมเหสีผู้โชคร้าย ด้วยนางไม่ทันระวังตัว จึงไม่สามารถหลบคมศรที่พุ่งมาได้ทัน เลือดแดงไหลค่อยๆ ซึมออกมาจากอกกระเทยสาว
หลี่เฉินรีบตรงเข้าไปนั่งประคองร่างพระมเหสีที่ทิ้งตัวลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือก เขามือไม้สั่นตกใจจนไม่กล้าทำอะไร ได้แต่เขย่าตัวพระมเหสีที่ค่อยๆ ไร้สติลงเรื่อยๆ เปลือกตางามทั้งสองค่อยๆ หลี่ลงจนเกือบปิดสนิท
“ขะ...ขะ...ข้า ไม่..ไหวแล้ววว” พระมเหสีกระอักเลือดออกจากปาก
ในห้วงเวลานี้ นางคิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้ ทั้งหลอกลวงแม่ทัพให้หลงรัก แล้วก็ถูกนางหักหลัง นางนึกถึงภาพของแม่ทัพซู่เหวิ่นที่ดีกับนางทุกอย่าง แต่นางกลับจับซู่เหวิ่นไปทรมานอย่างหนักเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ แต่น่าเสียดายที่นางรู้สึกผิดในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
“ข้าขอโทษนะซู่เหวิ่น” มเหสีมองไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น หยาดน้ำตาไหลริน ก่อนหมดลมหายใจลงอย่างสงบ ร่างไร้วิญญาณแน่นิ่ง มือทั้งสองทิ้งตัวลงกับพื้น
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!” หลี่เฉินตะโกนลั่น
ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในบริเวณนั้น เอ้าเทียนกับแม่ทัพซู่ก็หายตัวไปเสียแล้ว
..........................................................................................................................................................
หลังจากเหตุการณ์น่าสลดที่เกิดขึ้น เหล่าราชบุตรทั้งหลายได้ทยอยกลับเมืองของตนเองพร้อมประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้ลองร่วมรักกับเพศเดียวกัน และหนึ่งในนั้นคือหงเวย-ราชบุตรหมายเลขสี่ตี๋หล่อที่ได้ทะลวงก้นแม่ทัพ ก่อนถูกเอ้าเทียนขมขืนทางประตูหลัง
หงเวยเดินทางกลับถึงเมืองของตนด้วยจิตใจขุ่นมัว ทันทีที่ถึงบ้านเกิด เขารีบตรงเข้าไปหาหงฟู่ผู้เป็นบิดาทันที ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น สองมือกำหมัดแน่น ฟันขบกันดังกรอดๆ
“อ้าว เป็นยังไงบ้างลูกรัก? กลับมาแล้วรึ?” ชายอ้วนทักทายลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“ขะ..ข้าเกลียดๆๆๆๆ เกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับแคว้นต้าเหลียน” หงเวยปัดชุดถ้วยน้ำชาราคาแพงลนโต๊ะตกแตกกระจายเต็มพื้น
“ลูกรักของพ่อ ใครทำอันใดเจ้า บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้” หงฟู่ร้อนรนแทนลูกชาย
“ขะ...ข้าถูก....” หงเวยไม่กล้าเล่าให้ผู้เป็นพ่อฟัง
“เจ้าถูกอะไร บอกพ่อมา ใครทำอะไรเจ้า พ่อจะฆ่ามันเอง” หงฟู่ซัก
“เพราะไอ้แม่ทัพซู่คนเดียว มันทำให้ข้าเสื่อมเสียเกียรติของลูกผู้ชาย” หงเวยโยนความผิดให้ซู่เหวินคนเดียว เพราะแม่ทัพซู่ทำให้เขาต้องถูกชายแปลกหน้ารูปงามเปิดบริสุทธิ์บั้นท้าย
“ไอ้ซู่เหวินหรอ?? หึหึ มันทำให้ลูกของพ่อต้องเจ็บปวดใช่ไหม? ดี!! เจ้าตามพ่อมาทางนี้ พ่อมีอะไรให้เจ้าดู รับรองเจ้าต้องถูกใจแน่ๆ” หงฟู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ก่อนที่หงฟู่จะพาหงเวยที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นตรงไปยังห้องคุมขังซู่เรินสุดหล่อ ลูกชายคนเดียวของแม่ทัพซู่เหวิน ที่บัดนี้กลายเป็นนักแสดงทำให้เงินเฒ่าแก่เจ้าเล่ห์ได้มากมาย
ชายแก่พาลูกรักไปที่ห้องคุมขังซู่เริน ลูกชายสุดที่รักของแม่ทัพซู่เหวิน ที่บัดนี้นอนสลบอยู่ในสภาพที่แทบจำไม่ได้ หากไม่รู้จักกันมาก่อนคงยากที่จะเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเคยเป็นคนหล่อเหลาและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย
“นี่มัน…ซะ..ซะ...ซู่เริ่น! ใช่ไหมท่านพ่อ?” หงเวยถามอย่างไม่เชื่อสายตา
“ใช่แล้ว ซู่เริ่นคนเดียวกับที่เคยเป็นเพื่อนเจ้าตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ คนเดียวกับที่เป็นลูกชายของไอ้คนที่ทำให้ลูกโกรธแค้นอยู่ตอนนี้ไง” หงฟู่ยิ้มอย่างมีความสุข
“แล้วทำไม? ทำไมมันถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ล่ะท่านพ่อ?” หงเวยถามด้วยความอยากรู้
“เจ้าอย่าได้สนใจไปเลย รู้เพียงว่าตอนนี้มันเป็นทาสของเราแล้ว เราจะทำอะไรกับมันก็ได้ คืนนี้พ่อจะเปิดโชว์พิเศษของมัน ลูกไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ฮ่าๆๆๆ” สองพ่อลูกหัวเราะร่า
..........................................................................................................................................................
“ท่านๆ ไม่ต้องกลัวนะ เราช่วยท่านออกมาสำเร็จแล้ว” เอ้าเทียนพยายามป้อนน้ำจากกระบอกไม้ให้แม่ทัพซู่ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากสลบไปนาน
“พวกเราอยู่ที่ไหน?” แม่ทัพพยายามส่งเสียงถาม
“เราพาท่านมาซ่อนตัวอยู่ในป่านอกเมือง อยู่ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ไม่ต้องกังวล” จิ้งจอกหนุ่มตอบ
ซู่เหวินค่อยๆ ตั้งสติ เขาปวดระบมไปทั่วร่างกาย เหตุการณ์ที่ผ่านมาค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในสมอง เขารู้ดีว่าไม่ได้ฝันไป บัดนี้เขาแทบจะไร้สิ้นซึ่งเกียรติยศแห่งลูกผู้ชาย ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ไม่มีทหารรับใช้สักคน คิดได้ดังนี้ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของซู่เหวิน
“ท่านฟื้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวเราจะออกไปหาอะไรให้ท่านกิน แล้วจะรีบกลับมา ท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่สักครู๋เดียว” เอ้าเทียนพูดแทรกทำลายความเจ็บปวดของแม่ทัพ
หลังจากแม่ทัพรับคำ เอ้าเทียนก็วิ่งโฉบเฉี่ยวพุ่งจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งด้วยความว่องไว หายลับเข้าป่าไปในพริบตา
“ซู่เริ่น ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหนกัน?” แม่ทัพพึมพาขณะนั่งอิงหลังพิงต้นไม้ใหญ่
..........................................................................................................................................................
“เห้ยยย!! พวกเรา คืนนี้มีโชว์พิเศษที่เมืองจางโจว คนแสดงเป็นถึงลูกชายสุดหล่อของแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเหลียนเลยนะ” ชายคนหนึ่งพูดกับกลุ่มเพื่อนขณะกำลังล่าสัตว์ด้วยกันในป่าใหญ่
“ข้าก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เอ็งคิดดูสิเป็นถึงเจ้าคนนายคน จะมาเล่นบทเป็นทาสหาเงินทำไมว่ะ?” เพื่อนอีกคนตอบ
“ไม่รู้ว่ะ แต่อย่างไรเสีย พวกเราแวะไปดูด้วยกันสักหน่อยก็ดีนะ คิดซะว่าคลายเครียด ฮ่าๆๆๆ” อีกตอบแสดงความเห็น
ระหว่างที่กลุ่มชายทั้งหลายพูดคุยกันอยู่นั้น เอ้าเทียนที่หลบอยู่บนยอดไม้สูงก็ได้ยินทุกประโยคอย่างชัดเจน สีหน้าครุ่นคิดก่อนสบัดปลายเท้าหายวับไปจากตำแหน่งนั้นทันที
“พวกเรามีเรื่องต้องไปสะสางกันคืนนี้ที่เมืองจางโจว ไปช่วยซู่เริ่นกันเถอะ” เอ้าเทียนกลับไปหาแม่ทัพซู่เหวิน ก่อนจะหาเสื้อผ้าและชุดคลุมปิดใบหน้าให้แม่ทัพสวมใส่อำพรางตัว
“ปล่อยข้าไปๆๆ ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย” ซู่เริ่นร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าคงไม่มีใครมาช่วย ความรู้สึกเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่าง มันร้าวไปถึงขั้วกระดูก ไล่ตั้งแต่หัวที่ปวดแทบจะระเบิด กล้ามเนื้อที่อุตสาห์สร้างมาอย่างลำบาก ตอนนี้กลับมีแต่รอยขีดช่วนเปรอะเปื้อน
ซู่เริ่นใช้สองมือลูบเนื้อตัวหวังจะปัดทำความสะอาดสิ่งสกปรก แต่ปลายนิ้วก็ดันไปสัมผัสกับข้อความที่เกิดจากรอยแผลเป็นนูนที่หน้าท้อง เขารู้ดีว่ามันเขียนว่าอะไร
“ไอ้พวกเดรัจฉาน” เขาโกรธเกลียดทุกคนที่ทำร้ายเขา เกลียดคำว่าหลงฆวยบนหน้าท้องของเขา ต่อไปซู่เริ่นคงไม่กล้าถอดเสื้อให้ใครดูกล้ามท้องอีกแล้ว
“ตื่นแล้วหรอไอ้ซู่เริ่น” เสียงคุ้นหูดังขึ้น
“ปล่อยข้าไปนะ ข้าจะฆ่าแก ไอ้เฒ่าโรคจิต” ซู่เริ่นไม่อยากเชื่อเลยว่าหงฟู่ที่เขานับถือมานานจะเป็นคนแบบนี้
“เตรียมตัวมันให้พร้อม คืนนี้สนุกแน่ๆ” หงฟู่สั่งทหารรับใช้
ฝูงทหารเปิดกรงเหล็กเข้ามาจับตัวซู่เริ่น แม้จะดิ้นเอาตัวรอดอย่างไรก็ไม่หลุด ก่อนใช้ผ้าสกปรกยัดอุดปากซู่เริ่น และใช้เชือกหยาบมัดข้อมือ ก่อนจะจับหนุ่มหล่อไปสาดน้ำล้างตัว ความเย็นของน้ำกระเซ็นสาดลาดไปตัวผิวกาย หลังจากนั้นพวกทหารโฉดก็จับซู่เริ่นแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสง่างาม
..........................................................................................................................................................
“ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่สมรภูมิกามมม” พิธีกรประกาศลั่น
“ขอเสียงปรบมือทุกท่านให้นักแสดงสุดหล่อของเราในคืนนี้ด้วย” เสียงปรบมือดังสนั่น ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของผู้ชมที่ดูจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษในค่ำคืนนี้ รวมทั้งหงเวยเพื่อนสนิทของซู่เริ่นด้วย
ร่างของซู่เริ่นถูกนำออกมายังลานแสดง ปรากฏแก่สายตาหื่นกระหายของผู้ชม คืนนี้เขาช่างดูหล่อเหล่ามากเมื่ออยู่ในชุดนักรบอย่างสง่างาม จนคนดูแทบจะอดใจรอชมสิ่งที่อยู่ใต้ชุดสวยไม่ไหว ชายหนู่มถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ตัวใหญ่ลายมังกร พร้อมผ้าปิดปากแน่นสนิท
“ขอเข้าสู่การแสดงแรกกันเลย ข้าเปิดโอกาสให้ท่านผู้ชมท่านใดก็ตามที่ยอมจ่ายสามตำลึงได้รับสิทธิ์เข้าไปปลดเสื้อผ้าของหนุ่มหล่ออย่างซู่เริ่น” หงฟู่บอกอย่างสะใจ
คนดูหลายคนรีบยกไม้ยกมือ ยอมควักเงินจ่ายให้ผู้จัดแสดง ก่อนจะเดินไปเข้าแถวข้างลานแสดงตามลำดับการจ่ายเงิน คนแรกตรงเข้าไปถอดชุดเกราะนักรบออกจากตัวซู่เริ่นที่นั่งดิ้นรนอยู่อย่างกระวนกระวาย
“ชุดเกราะนี่สวยจริงๆ ข้าขอเอาไปใช้รองเยี่ยวหมาที่ตำนักหน่อยนะ ฮ่าๆๆ” หนุ่มคนแรกแย่งชุดเกราะไปจากซู่เริ่น พร้อมกับชายคนที่สองที่ตรงเข้าใช้มีดกระตุกปมเสื้อขาวจนขาด
“ขอดูกล้ามอกมึงหน่อยนะว่าจะสวยแค่ไหน?” ชายคนนั้นพูด ขณะกระชากเสื้อขาวขาดกระจุย เสียงคนดูร้องโห่ด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นท่อนบนของบุรุษหนุ่มรูปงามที่มีมัดกล้ามมันวาวพร้อมคำว่าหลงฆวย
“ไหนๆ ก็ถอดเสื้อแล้ว ข้าถอดกางเกงให้แล้วกัน” ชายคนที่สามคว้าขอบกางเกงดึงลงพื้น เผยให้เห็นผ้าเตียวขาวที่ปกปิดลำฆวยแทบไม่มิดของซู่เริ่น นักรบหนุ่มพยายามเอี่ยวตัวหลบสายตาคนดู แต่กลับยิ่งทำให้ผ้าฝืนเล็กร่นขึ้นจนหัวฆวยบางส่วนโผล่ออกมาดูโลกภายนอก
แม้จะโผล่ออกมาแค่หัวถอก แต่ก็สร้างความตะลึงให้คนดูได้ไม่น้อย นั่นก็เพราะฆวยที่ผ่านการทรมานมาอย่างหนัก ทั้งฉีด ทั้งฝัง ทั้งผ่า บัดนี้ดูใหญ่โตจนน่ากลัว แค่หัวฆวยครึ่งเดียวก็ใหญ่เกือบครึ่งหัวปลาช่อนแล้ว
“โอ้โห้ คุณชายสุดหล่อคงจะอายน่าดู บิดตัวหลบใหญ่เลย ฮ่าๆๆ” พิธีให้เสียง
“เอาละ ต่อไปข้าคิดห้าตำลึงสำหรับใครก็ตามที่อยากเข้าไปทรมานทาสตัวนี้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวมัน” หงฟู่ประกาศ
เหมือนเช่นเคย คนดูรีบแย่งกันจ่ายเงินเพื่อหวังได้มีโอกาสสักครั้งในชีวิตที่ได้ทรมานชายชาติทหารอย่างซู่เริ่น เริ่มจากคนแรกที่ตรงเข้าไปถุยน้ำลายใส่หัวคุณชาย
“เป็นไงบ้างว่ะ น้ำลายกูเต็มหัวมึงเลย สะใจจริงๆ” ชายคนแรกเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม
ผู้ชมคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเข้าไปบ้วนน้ำลายใส่หน้า ใส่ตัวของคุณหนูจนหยาดเยิ้มเต็มไปหมด ซู่เริ่นได้แต่ถูกพันธนาการนั่งนิ่งรับน้ำลายจากชายแปลกหน้าจำนวนมาก
“น้ำลายยืดเต็มตัวแบบนี้ เดี๋ยวข้าช่วยชำระล้างให้นะ” ชายคนหนึ่งตรงเข้าไปควักท่อนฆวยออกมา หลั่งน้ำเยี่ยวเหลืองสาดรดเข้าไปตรงหัวของคุณหนู
คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็เริ่มคึก ไม่รอช้า ตรงเข้ายืนล้อมคุณชาย แต่ละคนต่างดึงฆวยของตนออกมา และเบ่งปัสสาวะ จนสายเยี่ยวสีเหลืองจำนวนมากตรงเข้าใบหน้าของคุณชาย บางคนก็ตั้งใจเน้นให้ตรงกับปากของเป้าหมาย บางคนก็อัดเยี่ยวเหม็นใส่จมูกโด่งของคุณหนู
“ขอเยี่ยวใส่ฆวยมึงหน่อยนะไอ้หน้าหล่อ” ชายคนหนึ่งปล่อยน้ำเยี่ยวฉีดใส่ผ้าเตี่ยวของซู่เริ่นจนเริ่มมองเห็นฆวยน่าเกลียดของเขาแล้ว
“ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้เยี่ยวใส่หน้านักรบอนาคตไกล” ชายอีกคนสบัดฆวยไล่หยดเยี่ยวที่ค้างอยู่ในกระบอกฆวยของตนใส่หน้าซู่เริ่นที่นั่งหลับตาปี๋ เรียกได้ว่าตอนนี้ร่างหล่อมีแต่น้ำสกปรกทั้งเยี่ยวทั้งน้ำลายชะโลมไปทั่ว
ซู่เริ่นไม่กล้าเปิดปากออกด่าประนามพวกชั่วโฉดเพราะเกรงว่าน้ำเยี่ยวของพวกมันจะกระเด็นเข้าปากของตน จึงได้แต่นั่งทนรับน้ำฉี่เหม็นๆ จากแต่ละคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อมาทรมานเขา
ตอนนี้ทหารรับใช้เข้ามาจับซู่เริ่นลุกออกจากเก้าอี้ แล้วนำตัวไปพาดติดกับไม้ที่มัดสูงและขนานกับพื้น ในลักษณะที่สองมือและสองเท้าถูกรวบติดกัน ทิ้งลำตัวให้ห้อยลงมา หน้ามองพื้น และผ้าเตี่ยว ผืนเล็กที่แม้จะยังผูกติดกับเอว แต่ก็ทิ้งน้ำหนักลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ฆวยใหญ่ยาวชี้ลงสู่ลาน
“ต่อไปจะเป็นการฉีดยาใส่ฆวยของคุณชายท่านนี้เพื่อทำให้หนอนน้อยผงาดขึ้นมังกรใหญ่” หงฟู่ประกาศ
ครั้งนี้หงเวยผู้เป็นลูกรับอาสาทำหน้าที่นี้ด้วยตนเอง เขาตรงไปกลางลานแสดงที่บัดนี้ได้เตรียมปลายเข็มแหลมผ่านการชุบว่านปลาไหลเผือกไว้พร้อม
“หงง..เวยยย หงเวย นี่ข้าเอง ช้าซู่เริ่นไง” ซู่เริ่นพยายามชอความช่วยเหลือผ่านผ้าอุดปากชุ่มเยี่ยว
“มึงมันเป็นไอ้ทาสนางโลม มึงรู้ไหมเพราะพ่อมึงคนเดียวที่ทำให้กูต้องเสียความเป็นชาย วันนี้มึงเตรียมรับความผิดแทนพ่อสุดที่รักของมึงได้เลย ไอ้สัตว์นรก” หงเวยหยิบเข็มแหลมขึ้นมา
ซู่เริ่นหน้าถอดสีทันที พยายามเบี่ยงตัวหลบไปมาอย่างน่าสมเพชบนคานไม้ใหญ่ แต่หงเวยไม่สนใจ เขาจ้องมองไปที่ฆวยอัปลักษณ์น่าเกลียดของซู่เริ่น เพื่อหาจุดที่จะปักเข็มลงไปได้ แต่มองไปทางไหนก็มีแต่รอยตะปุ่มตะป่ำของไขวาฬที่ฉีดเข้าฆวย ร่วมกับอัญมลีสีสวยที่ฝังลึกลงตรงหนังฆวย
แต่ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ จุดที่น่าปักเข็มลงไปมากที่สุด หงเวยจ้องสายตาไปตรงหัวฆวยขนาดครึ่งหัวปลาช่อนของซู่เริ่น และเสียบเข็มชุบยาที่มีสรรพคุณทำให้เงี่ยนเข้าไปตรงหัวบานโตของคุณชาย
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!” คุณชายร้องสุดเสียง ดื้นเหมือนปลาถูกทุบหัว
“ฮิ้ววววววววววววววววว” เสียงคนดูโห่ร้องอย่างชอบใจที่เห็นคุณชายทุรนทุราย
ไม่นานนักเมื่อหงเวยถอดเข็มออก ลำฆวยของซู่เริ่นก็คอยๆ พองขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แม้เจ้าตัวจะพยายามข่มใจไว้เท่าไรก็ไม่อาจหยุดยั้งการขยายขนาดของเจ้าโลกได้ ตอนนี้ซู่เริ่นน้อยแพร่ขยายออกไปทุกทิศทางทั้งความยาวและความกว้าง เส้นเลือดต่างๆ เริ่มปูดขึ้นเป็นเส้นชัด
ที่น่าตกใจที่สุดคือหัวฆวยที่ถูกเข็มปัก เพราะตอนนี้มันพองจนเนื้อแทบจะปริออกจากกัน เต็มไปด้วยเลือดแดงฉาด ทำให้หัวฆวยกลายเป็นสีแดงสด เงี่ยงใต้หัวฆวยก็บานใหญ่จนแทบจะใช้แทนตะขอเกี่ยวได้
ด้วยฤทธิ์ยารวมกับฆวยที่ผ่านการดัดแปลงมาอย่างหนักหน่วง ทำให้ตอนนี้ทุกสายตาจ้องมองไปที่ฆวยของซู่เริ่นด้วยความอิจฉา เพราะมันทั้งใหญ่ทั้งยาว คาดคะเนด้วยสายตาจากระยะใกล้แล้ว ความใหญ่น่าจะมากกว่าฆวยคนธรรมดาสองอันมัดรวมกัน ส่วนความยาวนั้นไม่ต้องพูดถึง สองมือกำแล้วยังมีส่วนหัวฆวยโผล่ออกมาแน่นอน
“เอาละๆ ข้ามีกิจกรรมดีๆ เพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้น ข้าจะคิดเพียงสองชั่งเท่านั้นสำหรับผู้ที่ต้องการน้ำหล่อลื่นขององค์ชายสุดหล่อคนนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” หงฟู่ชอบใจ
ครั้งนี้มีผู้ยอมจ่ายเช่นเดิม แม้จะมีราคาสูงลิบแต่ของดีมีค่าเช่นนี้ หากไม่รีบคว้าไว้คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยอมจ่ายได้รับถ้วยแก้วหยกอย่างดี ก่อนเดินลงไปที่ลานแสดง
“คุณชาย ข้าขอน้ำหล่อลื่นสดๆ จากฆวยของท่านไว้เป็นที่ระลึกหน่อยนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างสะใจ
ชายหนุ่มหยิบถ้วยหยกจ่อไว้ที่ปากฆวยบานของซู่เริ่นที่น่าสงสาร น้ำหล่อลื่นบางส่วนใหญ๋ย้อยลงมาตามความเงี่ยนที่เกิดขึ้น แม้ซู่เริ่นจะพยายามหักห้ามใจ แต่น้ำฆวยนั้นไม่สามารถสั่งการได้เลย มันหลั่งรินลงมายืดย้อยลงสู่ปากถ้วยแก้วที่รองอยู่ สร้างความพอใจให้ผู้เสียเงินเป็นอย่างมาก
“ข้ายอมจ่ายห้าชั่ง แต่ขอน้ำหล่อลื่นไอ้หนุ่มน้อยคนนี้เต็มถ้วยหยก” ชายมีอายุคนหนึ่งร้องขึ้น ผู้คนต่างหันไปมองเป็นทางเดียวกัน
“ห้าชั่งงง ห้าชั่งเชียวหรือ ได้ๆๆๆๆ ขอรับคุณชาย ได้ทุกอย่างเลยขอรับ” หงฟู่กระหายเงินยอมรับขอเสนอ รีบประเคนถ้วยหยกใบใหญ่ให้ลูกค้าด้วยความดีใจ
“ข้าว่าเราต้องกระตุนองค์ชายของเราเสียหน่อยเพื่อให้ได้น้ำหล่อลื่นเยอะๆ ทหารจัดการที” หงฟู่หันไปสั่งทหารรับใช้
ไม่ช้า เหล่าทหารบางส่วนนำน้ำบางอย่างทาบริเวณหัวนมของซู่เริ่น อีกส่วนรีบน้ำโต๊ะยาวมาวางไว้ใต้คานไม้ที่มัดตัวซู่เริ่นไว้ ก่อนปล่อยสุนัขหลายคนกระโดดขึ้นบนโต๊ะ ทันทีที่ฝูงหมาขึ้นโต๊ะเสร็จ พวกมันก็ดมหากลิ่นอาหาร จนพบว่าเป้าหมายคือหัวนมสีชมพูขององค์ชายเริ่นนั่นเอง
พวกหมายกหน้าแลบลิ้นขึ้นไปเลียหัวนมของซู่เริ่นอย่างกระหายหิว แต่ละตัวไม่ยอมกัน ต่างแย่งกันดมแย่งกันเลียยิ่งกว่าสตรีหน้าไหน ลิ้นสากๆ ลื่นๆ ของสัตว์เดรัขฉานสัมผัสผิวนมสร้างความเสียวจนแทบหยุดหายใจให้ซู่เริ่น
“ข้าแก่แล้ว แต่ความเงี่ยนยังมากเหลือเกิน เสียดายที่อายุมาก น้ำหล่อลื่นก็น้อยลงเป็นธรรมดา ข้าจึงตั้งใจจะเอาน้ำจากฆวยเด็กหนุ่มอย่างเจ้าไปใช้หล่อลื่นฆวยคนแก่อย่างข้า” เศรษฐีมีอายุกล่าว พร้อมวางถ้วยแก้วตรงปากฆวยซู่เริ่น
ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝูงหมาที่คอยกระตุ้นความเงี่ยนให้ซู่เริ่น เพื่อปลดปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาให้ชายชรานำไปใช้เย้ดคนอื่น
“ไอ้คุณชายยยยย มึงมันเกินไปแล้ว เงี่ยนแม้กระทั่งหมาหรอว่ะ?” คนดูเฮ
“*** ให้หมาเลียนม แล้วฆวยกระตุกๆ ปล่อยน้ำไม่หยุดเลยมึง” อีกคนพูด
“อิจฉาเศรษฐีคนนั้นจริงๆ ได้น้ำหล่อลื่นสดๆ ขององค์ชายไปใช้ คงจะเสียวน่าดู” อีกคนตอบ
“ถ้วยใหญ่ขนาดนั้นจะเต็มได้หรอ ไม่น่าเชื่อ” อีกคนตั้งข้อสังเกตุ
“เอ็งดูเสียก่อน น้ำแม่งยืดยาวเป็นสายใส เกือบเต็มถ้วยแล้ว” คนดูชี้
ชายชราพึงพอใจมาก เขาหยิบถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่นจากหนุ่มน่าหล่อระดับองค์ชายไปเต็มถ้วยก่อนปิดฝาอย่างดี และเดินกลับไปสู่ที่นั่งดูอย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตามฝูงหมายังไม่ยอมหยุดเลีย หน่ำซ้ำยังเดินไปดมๆ แถวๆ หัวฆวยของซู่เริ่น แล้วเลียกินน้ำหล่อลื่นเหมือนดื่มน้ำจากท่อ ยามปล่อยลิ้นหมาแตะเข้ากับหัวฆวย ซู่เริ่นถึงกับตัวสั่นเทาๆ
“มึงมันต่ำยิ่งกว่าสัตว์ ดูสิหมาเลียฆวยมึงไม่หยุดเลย สงสัยมันจะชอบน้ำมึงนะ” ซู่เวยเพื่อนสนิทพูด
“ทุกท่านโปรดฟัง ครั้งนี้ท่านมีโอกาสให้คุณหนูอมฆวยและกินน้ำเงี่ยนของพวกท่านได้ เพียงจ่ายข้ามาแค่ห้าชั่งเท่านั้น” หงฟู่เริ่มเกมต่อ
แน่นอนว่ามีผู้คนสนใจมากมาย นี่นับเป็นโอกาสทองที่จะได้สอดฆวยเข้าปากคุณชาย ได้ปล่อยให้ฆวยเบียดเข้าออกโพรงปากหนุ่มหล่อ ได้ครูดฆวยกับริมฝีปากงดงามของนักรบ ได้ปล่อยน้ำฆวยเข้าสู่ลำคอของชายผู้เป็นที่หมายปองของสาวทั่วแดน ใครก็ยอมจ่ายเพื่อโอกาสดีๆ แบบนี้
ผู้คนที่จ่ายเงินเดินเข้าไปหาซู่เริ่นที่ถูกมัดอยู่ ทหารคนหนึ่งจับหัวซู่เริ่นตั้งขึ้น่มองไปข้างหน้า เพื่อให้มองเห็นบุคคลที่จะเอาฆวยมาใส่ปากของตนชัดๆ ผ้าปิดปากถูกนำออก พร้อมกับที่ทหารคนหนึ่งนำกรรไกรมาจ่อไว้ที่พวงไข่ของคุณหนู
“หากร้องโวยวายหรือกัดฆวยลูกค้า ข้าจะตัดไข่ท่านทิ้งทันที” ทหารกล่าว
ซู่เริ่นน้ำตาไหลออกมาไม่ต่างจากน้ำหล่อลื่นที่หลั่งออกมาจากการถูกฝูงหมากระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ปากสวยๆ ของคุณชายค่อยๆ อ้าเปิดออกอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าถูกบังคับให้มองฆวยลูกค้าคนแรกที่เข้ามา มันทั้งดำทั้งสกปรก มีคราบขาวติดตรงหัวฆวย แต่เจ้าของฆวยกลับไม่สนใจ
“อมเข้าไปลึกๆ ดูดทำความสะอาดให้ข้าด้วยนะคุณชาย” ลูกค้าคนแรกสอดฆวยทิ่มเข้าปาก บังคับให้คุณชายที่ทำหน้าพะอืดพะอมดูดฆวยของตนให้สะอาด
“ดูดแรงๆ เน้นตรงหัวให้ข้าด้วย ข้าเสียเงินไปแล้ว ทำให้คุ้มค่าหน่อย” ชายแปลกหน้ากล่าว
ซู่เริ่นรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นแต่ต้องฝืนใจกลืนเข้าไปอย่างลำบาก ทหารจับหัวของเขาก้มเข้าไป จนฆวยลูกค้าทิ่มลิ้นไก่ลึกเข้าไปในคอ ทำเอาคุณชายหายใจไม่ทัน
“ดีๆ แบบนั้นแหละ ดีมาก ใช้ลิ้นวนๆ ตรงหัวฆวยให้ด้วย” ลูกค้าสั่ง
“โอ๊ยย เสียวจริงๆ เสียวมาก ซิ๊ดดดดด ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะอมฆวยเก่งแบบนี้”
“อ่าสสสสส์ ข้าจะแตกแล้ว อ้าปากๆ อ้าปากกว้างๆ ข้าจะฉีดน้ำฆวยเข้าไป อ่าส์” ชายแปลกหน้าเกร็งตัวจิกเท้า พ่นน้ำคาวฉีดใส่โพรงปากของคุณชายเริ่นไม่ยั้ง ความเหนี่ยวข้นและกลิ่นคาวทำให้คุณชายทำท่าจะอ้วก แต่กรรไกรที่จ่อรอไว้ที่ไข่ยานเตรียมงับตัดลงมา เขาจึงต้องฝืนใจทนกลืนน้ำเงี่ยนทั้งหมดเข้าไป
ลูกค้าคนที่สองมาพร้อมฆวยยาว คนนี้สั่งให้ซู่เริ่นแลบลิ้นออกมายาวๆ แล้วใช้ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในรูฆวยของตน ตวัดไปมาเพื่อให้ลิ้มรสน้ำหล่อลื่น ก่อนจะประคองหัวคุณหนูไว้นิ่งๆ แล้วกระเด้าปากหนุ่มหล่อเข้าออกโดยไม่แยแสความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำ จนในที่สุดก็ปล่อยน้ำเสียวรินลงลิ้นและฟันของคุณชายเต็มไปหมด
“เอาลิ้นปาดทำความสะอาดปากตัวเองซะ ไอ้หล่อตกอับ” ลูกค้าสั่ง
ซู่เริ่นต้องยอมเอาลิ้นกวาดคราบน้ำเงี่ยนที่ติดอยู่ตามกระพุ้งแก้มและฟันออก ขณะที่ตุ่มรับรสบนลิ้นก็ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน คุณชายรับรสเค็มอ่อนๆ ของน้ำเงี่ยนได้ทั้งหมด ก่อนจะปิดปากกลืนเศษน้ำรักเหล่านี้ลงไปในคอ
คนที่สามมาถึงตรงหน้าซู่เริ่น คราวนี้ควักพวงไข่ที่เต็มไปด้วยหมอยดำยื่นให้ซู่เริ่นเลีย องค์ชายต้องอมไข่ลูกใหญ่ที่มีแต่ขนดำไว้ในปาก ขณะที่ฝูงหมาก็เลียฆวยและหัวนมของเขาเช่นกัน ระหว่างที่เลียและอมไข่ให้ลูกค้าอยู่นั้น น้ำฆวยลูกค้าก็ทะลักออกมาเต็มหน้าของซู่เริ่นที่ไม่ทันระวังตัว
คนที่สี่จับฆวยของตนเองปาดเอาน้ำเงี่ยนของคนก่อนหน้ามา แล้วฟาดใส่ปากของซู่เริ่นดังป๊าบๆ ก่อนจะยัดท่อนฆวยที่ชะโลมน้ำเงี่ยนของลูกค้าคนก่อนไว้เข้าปากเด็กหนุ่ม แล้วซอยเย้ดปากโดยอาศัยน้ำเงี่ยนและน้ำลายเป็นตัวหล่อลื่น จนในที่สุดก็หลั่งน้ำกามออกมา พร้อมกดฆวยให้ลึกที่สุดเพื่อฉีดเข้า
ลูกค้าคนอื่นๆ ก็ทะยอยเข้ามาเรื่อยๆ ใช้ปากองค์ชายเป็นที่ระบายความเสียวไม่หยุด จนปากและท้ององค์ชายมีแต่น้ำเงี่ยนของคนแปลกหน้าเต็มไปหมด บางคนก็บังคับให้เขาห่อปากแล้วยัดฆวยเข้ามา บางคนก็จับฆวยฟาดหน้าเขาอย่างไม่ให้เกียรติ บางคนพอน้ำแตกแล้วก็ฉี่ใส่ปากซ้ำอีกรอบ
“ดีมากครับทุกท่าน ต่อไปจะเป็นช่วงสำคัญ ใครที่มีความฝันว่าอยากจะเย้ดองค์ชายสักครั้งในชีวิต วันนี้เป็นโอกาสของท่านแล้ว เพียงแลกความฝันของท่านกับทองคำหนึ่งชั่งเท่านั้น ที่สำคัญองค์ชายของเรายังบริสุทธิ์อยู่ด้วย รับรองว่าก้นองค์ชายต้องรัดตอดแน่นอย่างแน่นอน” หงฟู่หน้าเงินกล่าว
มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมากมาย ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนเป็นพวกมีเงินทั้งนั้น เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อย ทุกคนก็เตรียมเรียงลำดับตามคิว ต่อแถวยืนเรียงราย รอเย้ดองค์ชายสุดหล่อ
“ข้าขอเปิดบริสุทธิ์มันด้วยตัวเองก่อน” หงเวยพูดขึ้น
เป้าหมายของเขาถูกเหล่าทหารหลายคนคุมตัวไว้ใกล้ๆ กับเวทีแสดง เมื่อจิ้งจอกเงินเห็นเช่นนั้น จึงรีบปรี่เข้าไปหาแม่ทัพซู่เหวิ่นหวังจะชิงตัวแม่ทัพออกมา ร่างจำแลงเป็นมนุษย์ถลาเข้าไปยังเหล่าทหารที่ยืนคุมตัวแม่ทัพไว้
เมื่อเหล่าทหารเห็นราชบุตรหมายเลขหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าไม่ดี จึงรีบยกอาวุธขึ้นเตรียมป้องกัน แต่ไม่ทันทีจะทำอะไร องค์ชายหนึ่งก็เข้าถึงตัวทหารคนแรกแล้ว ตามด้วยการปล่อยหมัดหนักตรงเข้าท้องน้อยของทหารจนล้มลงไปกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ทหารคนที่สองยังไม่ทันหายตกใจ ก็ถูกเอ้าเทียนซัดลงไปนอนกับพื้น
ทหารที่เหลือรีบชักกระบี่ออกจากฝัก ฟาดฟันคมมีดหมายหยุดยั้งองค์ชายหนึ่ง แต่กระบี่กลับทำได้เพียงแหวกผ่านอากาศไปเฉยๆ เพราะเอ้าเทียนหลบคมกระบี่นับสิบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวจนมองตามแทบไม่ทัน ก่อนใช้สันมือฟาดต้นคอทหารที่เหลือจนหมดสติ ล้มระเนระนาด ในที่สุดเอ้าเทียนก็เข้าไปประคองตัวแม่ทัพได้สำเร็จพร้อมๆ กับเสียงของหลี่เฉิน
“ยิงงงงงงง!!!!!!!” หลี่เฉินแผดเสียงสั่งพลธนูที่วิ่งเข้ามาสมทบ
ลูกศรปลายแหลมแหวกผ่านอากาศมานับไม่ถ้วน มุ่งตรงเข้าหาร่างเอ้าเทียนและแม่ทัพซู่ จิ้งจอกเงินประเมินแล้วว่าจำนวนและความเร็วของลูกศรระดับนี้ ไม่สามารถหลบได้ทันแน่ๆ ในระหว่างที่สมองกำลังคิดอยู่นั้น ลูกศรคมกริบก็พุ่งเข้าเกือบถึงตัวทั้งสองคน เอ้าเทียนจึงรีบสบัดผ้าคลุมขึ้นกางอากาศ ทำให้ห่าลูกศรทั้งหมดพุ่งย้อนกลับไปหาต้นทางที่ยิงมา
ทหารทั้งหลายรีบหลบกันจ้าระหวั่น โชคดีที่พลิกตัวหลบทันเสียก่อน ทำให้ศรคมเฉียดไหล่ทหารหลายนาย แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้ขวัญเสียไม่น้อย
เมื่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจบลง ทุกคนตกอยู่ในสภาวะแน่นิ่ง เมื่อเห็นศรตรงเข้าปักกลางอกของพระมเหสีผู้โชคร้าย ด้วยนางไม่ทันระวังตัว จึงไม่สามารถหลบคมศรที่พุ่งมาได้ทัน เลือดแดงไหลค่อยๆ ซึมออกมาจากอกกระเทยสาว
หลี่เฉินรีบตรงเข้าไปนั่งประคองร่างพระมเหสีที่ทิ้งตัวลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือก เขามือไม้สั่นตกใจจนไม่กล้าทำอะไร ได้แต่เขย่าตัวพระมเหสีที่ค่อยๆ ไร้สติลงเรื่อยๆ เปลือกตางามทั้งสองค่อยๆ หลี่ลงจนเกือบปิดสนิท
“ขะ...ขะ...ข้า ไม่..ไหวแล้ววว” พระมเหสีกระอักเลือดออกจากปาก
ในห้วงเวลานี้ นางคิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้ ทั้งหลอกลวงแม่ทัพให้หลงรัก แล้วก็ถูกนางหักหลัง นางนึกถึงภาพของแม่ทัพซู่เหวิ่นที่ดีกับนางทุกอย่าง แต่นางกลับจับซู่เหวิ่นไปทรมานอย่างหนักเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ แต่น่าเสียดายที่นางรู้สึกผิดในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
“ข้าขอโทษนะซู่เหวิ่น” มเหสีมองไปทางแม่ทัพซู่เหวิ่น หยาดน้ำตาไหลริน ก่อนหมดลมหายใจลงอย่างสงบ ร่างไร้วิญญาณแน่นิ่ง มือทั้งสองทิ้งตัวลงกับพื้น
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!” หลี่เฉินตะโกนลั่น
ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในบริเวณนั้น เอ้าเทียนกับแม่ทัพซู่ก็หายตัวไปเสียแล้ว
..........................................................................................................................................................
หลังจากเหตุการณ์น่าสลดที่เกิดขึ้น เหล่าราชบุตรทั้งหลายได้ทยอยกลับเมืองของตนเองพร้อมประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้ลองร่วมรักกับเพศเดียวกัน และหนึ่งในนั้นคือหงเวย-ราชบุตรหมายเลขสี่ตี๋หล่อที่ได้ทะลวงก้นแม่ทัพ ก่อนถูกเอ้าเทียนขมขืนทางประตูหลัง
หงเวยเดินทางกลับถึงเมืองของตนด้วยจิตใจขุ่นมัว ทันทีที่ถึงบ้านเกิด เขารีบตรงเข้าไปหาหงฟู่ผู้เป็นบิดาทันที ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น สองมือกำหมัดแน่น ฟันขบกันดังกรอดๆ
“อ้าว เป็นยังไงบ้างลูกรัก? กลับมาแล้วรึ?” ชายอ้วนทักทายลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“ขะ..ข้าเกลียดๆๆๆๆ เกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับแคว้นต้าเหลียน” หงเวยปัดชุดถ้วยน้ำชาราคาแพงลนโต๊ะตกแตกกระจายเต็มพื้น
“ลูกรักของพ่อ ใครทำอันใดเจ้า บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้” หงฟู่ร้อนรนแทนลูกชาย
“ขะ...ข้าถูก....” หงเวยไม่กล้าเล่าให้ผู้เป็นพ่อฟัง
“เจ้าถูกอะไร บอกพ่อมา ใครทำอะไรเจ้า พ่อจะฆ่ามันเอง” หงฟู่ซัก
“เพราะไอ้แม่ทัพซู่คนเดียว มันทำให้ข้าเสื่อมเสียเกียรติของลูกผู้ชาย” หงเวยโยนความผิดให้ซู่เหวินคนเดียว เพราะแม่ทัพซู่ทำให้เขาต้องถูกชายแปลกหน้ารูปงามเปิดบริสุทธิ์บั้นท้าย
“ไอ้ซู่เหวินหรอ?? หึหึ มันทำให้ลูกของพ่อต้องเจ็บปวดใช่ไหม? ดี!! เจ้าตามพ่อมาทางนี้ พ่อมีอะไรให้เจ้าดู รับรองเจ้าต้องถูกใจแน่ๆ” หงฟู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ก่อนที่หงฟู่จะพาหงเวยที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นตรงไปยังห้องคุมขังซู่เรินสุดหล่อ ลูกชายคนเดียวของแม่ทัพซู่เหวิน ที่บัดนี้กลายเป็นนักแสดงทำให้เงินเฒ่าแก่เจ้าเล่ห์ได้มากมาย
ชายแก่พาลูกรักไปที่ห้องคุมขังซู่เริน ลูกชายสุดที่รักของแม่ทัพซู่เหวิน ที่บัดนี้นอนสลบอยู่ในสภาพที่แทบจำไม่ได้ หากไม่รู้จักกันมาก่อนคงยากที่จะเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเคยเป็นคนหล่อเหลาและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย
“นี่มัน…ซะ..ซะ...ซู่เริ่น! ใช่ไหมท่านพ่อ?” หงเวยถามอย่างไม่เชื่อสายตา
“ใช่แล้ว ซู่เริ่นคนเดียวกับที่เคยเป็นเพื่อนเจ้าตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ คนเดียวกับที่เป็นลูกชายของไอ้คนที่ทำให้ลูกโกรธแค้นอยู่ตอนนี้ไง” หงฟู่ยิ้มอย่างมีความสุข
“แล้วทำไม? ทำไมมันถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ล่ะท่านพ่อ?” หงเวยถามด้วยความอยากรู้
“เจ้าอย่าได้สนใจไปเลย รู้เพียงว่าตอนนี้มันเป็นทาสของเราแล้ว เราจะทำอะไรกับมันก็ได้ คืนนี้พ่อจะเปิดโชว์พิเศษของมัน ลูกไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ฮ่าๆๆๆ” สองพ่อลูกหัวเราะร่า
..........................................................................................................................................................
“ท่านๆ ไม่ต้องกลัวนะ เราช่วยท่านออกมาสำเร็จแล้ว” เอ้าเทียนพยายามป้อนน้ำจากกระบอกไม้ให้แม่ทัพซู่ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากสลบไปนาน
“พวกเราอยู่ที่ไหน?” แม่ทัพพยายามส่งเสียงถาม
“เราพาท่านมาซ่อนตัวอยู่ในป่านอกเมือง อยู่ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ไม่ต้องกังวล” จิ้งจอกหนุ่มตอบ
ซู่เหวินค่อยๆ ตั้งสติ เขาปวดระบมไปทั่วร่างกาย เหตุการณ์ที่ผ่านมาค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในสมอง เขารู้ดีว่าไม่ได้ฝันไป บัดนี้เขาแทบจะไร้สิ้นซึ่งเกียรติยศแห่งลูกผู้ชาย ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ไม่มีทหารรับใช้สักคน คิดได้ดังนี้ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของซู่เหวิน
“ท่านฟื้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวเราจะออกไปหาอะไรให้ท่านกิน แล้วจะรีบกลับมา ท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่สักครู๋เดียว” เอ้าเทียนพูดแทรกทำลายความเจ็บปวดของแม่ทัพ
หลังจากแม่ทัพรับคำ เอ้าเทียนก็วิ่งโฉบเฉี่ยวพุ่งจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งด้วยความว่องไว หายลับเข้าป่าไปในพริบตา
“ซู่เริ่น ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหนกัน?” แม่ทัพพึมพาขณะนั่งอิงหลังพิงต้นไม้ใหญ่
..........................................................................................................................................................
“เห้ยยย!! พวกเรา คืนนี้มีโชว์พิเศษที่เมืองจางโจว คนแสดงเป็นถึงลูกชายสุดหล่อของแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเหลียนเลยนะ” ชายคนหนึ่งพูดกับกลุ่มเพื่อนขณะกำลังล่าสัตว์ด้วยกันในป่าใหญ่
“ข้าก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เอ็งคิดดูสิเป็นถึงเจ้าคนนายคน จะมาเล่นบทเป็นทาสหาเงินทำไมว่ะ?” เพื่อนอีกคนตอบ
“ไม่รู้ว่ะ แต่อย่างไรเสีย พวกเราแวะไปดูด้วยกันสักหน่อยก็ดีนะ คิดซะว่าคลายเครียด ฮ่าๆๆๆ” อีกตอบแสดงความเห็น
ระหว่างที่กลุ่มชายทั้งหลายพูดคุยกันอยู่นั้น เอ้าเทียนที่หลบอยู่บนยอดไม้สูงก็ได้ยินทุกประโยคอย่างชัดเจน สีหน้าครุ่นคิดก่อนสบัดปลายเท้าหายวับไปจากตำแหน่งนั้นทันที
“พวกเรามีเรื่องต้องไปสะสางกันคืนนี้ที่เมืองจางโจว ไปช่วยซู่เริ่นกันเถอะ” เอ้าเทียนกลับไปหาแม่ทัพซู่เหวิน ก่อนจะหาเสื้อผ้าและชุดคลุมปิดใบหน้าให้แม่ทัพสวมใส่อำพรางตัว
“ปล่อยข้าไปๆๆ ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย” ซู่เริ่นร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าคงไม่มีใครมาช่วย ความรู้สึกเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่าง มันร้าวไปถึงขั้วกระดูก ไล่ตั้งแต่หัวที่ปวดแทบจะระเบิด กล้ามเนื้อที่อุตสาห์สร้างมาอย่างลำบาก ตอนนี้กลับมีแต่รอยขีดช่วนเปรอะเปื้อน
ซู่เริ่นใช้สองมือลูบเนื้อตัวหวังจะปัดทำความสะอาดสิ่งสกปรก แต่ปลายนิ้วก็ดันไปสัมผัสกับข้อความที่เกิดจากรอยแผลเป็นนูนที่หน้าท้อง เขารู้ดีว่ามันเขียนว่าอะไร
“ไอ้พวกเดรัจฉาน” เขาโกรธเกลียดทุกคนที่ทำร้ายเขา เกลียดคำว่าหลงฆวยบนหน้าท้องของเขา ต่อไปซู่เริ่นคงไม่กล้าถอดเสื้อให้ใครดูกล้ามท้องอีกแล้ว
“ตื่นแล้วหรอไอ้ซู่เริ่น” เสียงคุ้นหูดังขึ้น
“ปล่อยข้าไปนะ ข้าจะฆ่าแก ไอ้เฒ่าโรคจิต” ซู่เริ่นไม่อยากเชื่อเลยว่าหงฟู่ที่เขานับถือมานานจะเป็นคนแบบนี้
“เตรียมตัวมันให้พร้อม คืนนี้สนุกแน่ๆ” หงฟู่สั่งทหารรับใช้
ฝูงทหารเปิดกรงเหล็กเข้ามาจับตัวซู่เริ่น แม้จะดิ้นเอาตัวรอดอย่างไรก็ไม่หลุด ก่อนใช้ผ้าสกปรกยัดอุดปากซู่เริ่น และใช้เชือกหยาบมัดข้อมือ ก่อนจะจับหนุ่มหล่อไปสาดน้ำล้างตัว ความเย็นของน้ำกระเซ็นสาดลาดไปตัวผิวกาย หลังจากนั้นพวกทหารโฉดก็จับซู่เริ่นแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสง่างาม
..........................................................................................................................................................
“ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่สมรภูมิกามมม” พิธีกรประกาศลั่น
“ขอเสียงปรบมือทุกท่านให้นักแสดงสุดหล่อของเราในคืนนี้ด้วย” เสียงปรบมือดังสนั่น ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของผู้ชมที่ดูจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษในค่ำคืนนี้ รวมทั้งหงเวยเพื่อนสนิทของซู่เริ่นด้วย
ร่างของซู่เริ่นถูกนำออกมายังลานแสดง ปรากฏแก่สายตาหื่นกระหายของผู้ชม คืนนี้เขาช่างดูหล่อเหล่ามากเมื่ออยู่ในชุดนักรบอย่างสง่างาม จนคนดูแทบจะอดใจรอชมสิ่งที่อยู่ใต้ชุดสวยไม่ไหว ชายหนู่มถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ตัวใหญ่ลายมังกร พร้อมผ้าปิดปากแน่นสนิท
“ขอเข้าสู่การแสดงแรกกันเลย ข้าเปิดโอกาสให้ท่านผู้ชมท่านใดก็ตามที่ยอมจ่ายสามตำลึงได้รับสิทธิ์เข้าไปปลดเสื้อผ้าของหนุ่มหล่ออย่างซู่เริ่น” หงฟู่บอกอย่างสะใจ
คนดูหลายคนรีบยกไม้ยกมือ ยอมควักเงินจ่ายให้ผู้จัดแสดง ก่อนจะเดินไปเข้าแถวข้างลานแสดงตามลำดับการจ่ายเงิน คนแรกตรงเข้าไปถอดชุดเกราะนักรบออกจากตัวซู่เริ่นที่นั่งดิ้นรนอยู่อย่างกระวนกระวาย
“ชุดเกราะนี่สวยจริงๆ ข้าขอเอาไปใช้รองเยี่ยวหมาที่ตำนักหน่อยนะ ฮ่าๆๆ” หนุ่มคนแรกแย่งชุดเกราะไปจากซู่เริ่น พร้อมกับชายคนที่สองที่ตรงเข้าใช้มีดกระตุกปมเสื้อขาวจนขาด
“ขอดูกล้ามอกมึงหน่อยนะว่าจะสวยแค่ไหน?” ชายคนนั้นพูด ขณะกระชากเสื้อขาวขาดกระจุย เสียงคนดูร้องโห่ด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นท่อนบนของบุรุษหนุ่มรูปงามที่มีมัดกล้ามมันวาวพร้อมคำว่าหลงฆวย
“ไหนๆ ก็ถอดเสื้อแล้ว ข้าถอดกางเกงให้แล้วกัน” ชายคนที่สามคว้าขอบกางเกงดึงลงพื้น เผยให้เห็นผ้าเตียวขาวที่ปกปิดลำฆวยแทบไม่มิดของซู่เริ่น นักรบหนุ่มพยายามเอี่ยวตัวหลบสายตาคนดู แต่กลับยิ่งทำให้ผ้าฝืนเล็กร่นขึ้นจนหัวฆวยบางส่วนโผล่ออกมาดูโลกภายนอก
แม้จะโผล่ออกมาแค่หัวถอก แต่ก็สร้างความตะลึงให้คนดูได้ไม่น้อย นั่นก็เพราะฆวยที่ผ่านการทรมานมาอย่างหนัก ทั้งฉีด ทั้งฝัง ทั้งผ่า บัดนี้ดูใหญ่โตจนน่ากลัว แค่หัวฆวยครึ่งเดียวก็ใหญ่เกือบครึ่งหัวปลาช่อนแล้ว
“โอ้โห้ คุณชายสุดหล่อคงจะอายน่าดู บิดตัวหลบใหญ่เลย ฮ่าๆๆ” พิธีให้เสียง
“เอาละ ต่อไปข้าคิดห้าตำลึงสำหรับใครก็ตามที่อยากเข้าไปทรมานทาสตัวนี้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวมัน” หงฟู่ประกาศ
เหมือนเช่นเคย คนดูรีบแย่งกันจ่ายเงินเพื่อหวังได้มีโอกาสสักครั้งในชีวิตที่ได้ทรมานชายชาติทหารอย่างซู่เริ่น เริ่มจากคนแรกที่ตรงเข้าไปถุยน้ำลายใส่หัวคุณชาย
“เป็นไงบ้างว่ะ น้ำลายกูเต็มหัวมึงเลย สะใจจริงๆ” ชายคนแรกเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม
ผู้ชมคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเข้าไปบ้วนน้ำลายใส่หน้า ใส่ตัวของคุณหนูจนหยาดเยิ้มเต็มไปหมด ซู่เริ่นได้แต่ถูกพันธนาการนั่งนิ่งรับน้ำลายจากชายแปลกหน้าจำนวนมาก
“น้ำลายยืดเต็มตัวแบบนี้ เดี๋ยวข้าช่วยชำระล้างให้นะ” ชายคนหนึ่งตรงเข้าไปควักท่อนฆวยออกมา หลั่งน้ำเยี่ยวเหลืองสาดรดเข้าไปตรงหัวของคุณหนู
คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็เริ่มคึก ไม่รอช้า ตรงเข้ายืนล้อมคุณชาย แต่ละคนต่างดึงฆวยของตนออกมา และเบ่งปัสสาวะ จนสายเยี่ยวสีเหลืองจำนวนมากตรงเข้าใบหน้าของคุณชาย บางคนก็ตั้งใจเน้นให้ตรงกับปากของเป้าหมาย บางคนก็อัดเยี่ยวเหม็นใส่จมูกโด่งของคุณหนู
“ขอเยี่ยวใส่ฆวยมึงหน่อยนะไอ้หน้าหล่อ” ชายคนหนึ่งปล่อยน้ำเยี่ยวฉีดใส่ผ้าเตี่ยวของซู่เริ่นจนเริ่มมองเห็นฆวยน่าเกลียดของเขาแล้ว
“ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้เยี่ยวใส่หน้านักรบอนาคตไกล” ชายอีกคนสบัดฆวยไล่หยดเยี่ยวที่ค้างอยู่ในกระบอกฆวยของตนใส่หน้าซู่เริ่นที่นั่งหลับตาปี๋ เรียกได้ว่าตอนนี้ร่างหล่อมีแต่น้ำสกปรกทั้งเยี่ยวทั้งน้ำลายชะโลมไปทั่ว
ซู่เริ่นไม่กล้าเปิดปากออกด่าประนามพวกชั่วโฉดเพราะเกรงว่าน้ำเยี่ยวของพวกมันจะกระเด็นเข้าปากของตน จึงได้แต่นั่งทนรับน้ำฉี่เหม็นๆ จากแต่ละคนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อมาทรมานเขา
ตอนนี้ทหารรับใช้เข้ามาจับซู่เริ่นลุกออกจากเก้าอี้ แล้วนำตัวไปพาดติดกับไม้ที่มัดสูงและขนานกับพื้น ในลักษณะที่สองมือและสองเท้าถูกรวบติดกัน ทิ้งลำตัวให้ห้อยลงมา หน้ามองพื้น และผ้าเตี่ยว ผืนเล็กที่แม้จะยังผูกติดกับเอว แต่ก็ทิ้งน้ำหนักลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ฆวยใหญ่ยาวชี้ลงสู่ลาน
“ต่อไปจะเป็นการฉีดยาใส่ฆวยของคุณชายท่านนี้เพื่อทำให้หนอนน้อยผงาดขึ้นมังกรใหญ่” หงฟู่ประกาศ
ครั้งนี้หงเวยผู้เป็นลูกรับอาสาทำหน้าที่นี้ด้วยตนเอง เขาตรงไปกลางลานแสดงที่บัดนี้ได้เตรียมปลายเข็มแหลมผ่านการชุบว่านปลาไหลเผือกไว้พร้อม
“หงง..เวยยย หงเวย นี่ข้าเอง ช้าซู่เริ่นไง” ซู่เริ่นพยายามชอความช่วยเหลือผ่านผ้าอุดปากชุ่มเยี่ยว
“มึงมันเป็นไอ้ทาสนางโลม มึงรู้ไหมเพราะพ่อมึงคนเดียวที่ทำให้กูต้องเสียความเป็นชาย วันนี้มึงเตรียมรับความผิดแทนพ่อสุดที่รักของมึงได้เลย ไอ้สัตว์นรก” หงเวยหยิบเข็มแหลมขึ้นมา
ซู่เริ่นหน้าถอดสีทันที พยายามเบี่ยงตัวหลบไปมาอย่างน่าสมเพชบนคานไม้ใหญ่ แต่หงเวยไม่สนใจ เขาจ้องมองไปที่ฆวยอัปลักษณ์น่าเกลียดของซู่เริ่น เพื่อหาจุดที่จะปักเข็มลงไปได้ แต่มองไปทางไหนก็มีแต่รอยตะปุ่มตะป่ำของไขวาฬที่ฉีดเข้าฆวย ร่วมกับอัญมลีสีสวยที่ฝังลึกลงตรงหนังฆวย
แต่ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ จุดที่น่าปักเข็มลงไปมากที่สุด หงเวยจ้องสายตาไปตรงหัวฆวยขนาดครึ่งหัวปลาช่อนของซู่เริ่น และเสียบเข็มชุบยาที่มีสรรพคุณทำให้เงี่ยนเข้าไปตรงหัวบานโตของคุณชาย
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!” คุณชายร้องสุดเสียง ดื้นเหมือนปลาถูกทุบหัว
“ฮิ้ววววววววววววววววว” เสียงคนดูโห่ร้องอย่างชอบใจที่เห็นคุณชายทุรนทุราย
ไม่นานนักเมื่อหงเวยถอดเข็มออก ลำฆวยของซู่เริ่นก็คอยๆ พองขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แม้เจ้าตัวจะพยายามข่มใจไว้เท่าไรก็ไม่อาจหยุดยั้งการขยายขนาดของเจ้าโลกได้ ตอนนี้ซู่เริ่นน้อยแพร่ขยายออกไปทุกทิศทางทั้งความยาวและความกว้าง เส้นเลือดต่างๆ เริ่มปูดขึ้นเป็นเส้นชัด
ที่น่าตกใจที่สุดคือหัวฆวยที่ถูกเข็มปัก เพราะตอนนี้มันพองจนเนื้อแทบจะปริออกจากกัน เต็มไปด้วยเลือดแดงฉาด ทำให้หัวฆวยกลายเป็นสีแดงสด เงี่ยงใต้หัวฆวยก็บานใหญ่จนแทบจะใช้แทนตะขอเกี่ยวได้
ด้วยฤทธิ์ยารวมกับฆวยที่ผ่านการดัดแปลงมาอย่างหนักหน่วง ทำให้ตอนนี้ทุกสายตาจ้องมองไปที่ฆวยของซู่เริ่นด้วยความอิจฉา เพราะมันทั้งใหญ่ทั้งยาว คาดคะเนด้วยสายตาจากระยะใกล้แล้ว ความใหญ่น่าจะมากกว่าฆวยคนธรรมดาสองอันมัดรวมกัน ส่วนความยาวนั้นไม่ต้องพูดถึง สองมือกำแล้วยังมีส่วนหัวฆวยโผล่ออกมาแน่นอน
“เอาละๆ ข้ามีกิจกรรมดีๆ เพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้น ข้าจะคิดเพียงสองชั่งเท่านั้นสำหรับผู้ที่ต้องการน้ำหล่อลื่นขององค์ชายสุดหล่อคนนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” หงฟู่ชอบใจ
ครั้งนี้มีผู้ยอมจ่ายเช่นเดิม แม้จะมีราคาสูงลิบแต่ของดีมีค่าเช่นนี้ หากไม่รีบคว้าไว้คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยอมจ่ายได้รับถ้วยแก้วหยกอย่างดี ก่อนเดินลงไปที่ลานแสดง
“คุณชาย ข้าขอน้ำหล่อลื่นสดๆ จากฆวยของท่านไว้เป็นที่ระลึกหน่อยนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างสะใจ
ชายหนุ่มหยิบถ้วยหยกจ่อไว้ที่ปากฆวยบานของซู่เริ่นที่น่าสงสาร น้ำหล่อลื่นบางส่วนใหญ๋ย้อยลงมาตามความเงี่ยนที่เกิดขึ้น แม้ซู่เริ่นจะพยายามหักห้ามใจ แต่น้ำฆวยนั้นไม่สามารถสั่งการได้เลย มันหลั่งรินลงมายืดย้อยลงสู่ปากถ้วยแก้วที่รองอยู่ สร้างความพอใจให้ผู้เสียเงินเป็นอย่างมาก
“ข้ายอมจ่ายห้าชั่ง แต่ขอน้ำหล่อลื่นไอ้หนุ่มน้อยคนนี้เต็มถ้วยหยก” ชายมีอายุคนหนึ่งร้องขึ้น ผู้คนต่างหันไปมองเป็นทางเดียวกัน
“ห้าชั่งงง ห้าชั่งเชียวหรือ ได้ๆๆๆๆ ขอรับคุณชาย ได้ทุกอย่างเลยขอรับ” หงฟู่กระหายเงินยอมรับขอเสนอ รีบประเคนถ้วยหยกใบใหญ่ให้ลูกค้าด้วยความดีใจ
“ข้าว่าเราต้องกระตุนองค์ชายของเราเสียหน่อยเพื่อให้ได้น้ำหล่อลื่นเยอะๆ ทหารจัดการที” หงฟู่หันไปสั่งทหารรับใช้
ไม่ช้า เหล่าทหารบางส่วนนำน้ำบางอย่างทาบริเวณหัวนมของซู่เริ่น อีกส่วนรีบน้ำโต๊ะยาวมาวางไว้ใต้คานไม้ที่มัดตัวซู่เริ่นไว้ ก่อนปล่อยสุนัขหลายคนกระโดดขึ้นบนโต๊ะ ทันทีที่ฝูงหมาขึ้นโต๊ะเสร็จ พวกมันก็ดมหากลิ่นอาหาร จนพบว่าเป้าหมายคือหัวนมสีชมพูขององค์ชายเริ่นนั่นเอง
พวกหมายกหน้าแลบลิ้นขึ้นไปเลียหัวนมของซู่เริ่นอย่างกระหายหิว แต่ละตัวไม่ยอมกัน ต่างแย่งกันดมแย่งกันเลียยิ่งกว่าสตรีหน้าไหน ลิ้นสากๆ ลื่นๆ ของสัตว์เดรัขฉานสัมผัสผิวนมสร้างความเสียวจนแทบหยุดหายใจให้ซู่เริ่น
“ข้าแก่แล้ว แต่ความเงี่ยนยังมากเหลือเกิน เสียดายที่อายุมาก น้ำหล่อลื่นก็น้อยลงเป็นธรรมดา ข้าจึงตั้งใจจะเอาน้ำจากฆวยเด็กหนุ่มอย่างเจ้าไปใช้หล่อลื่นฆวยคนแก่อย่างข้า” เศรษฐีมีอายุกล่าว พร้อมวางถ้วยแก้วตรงปากฆวยซู่เริ่น
ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝูงหมาที่คอยกระตุ้นความเงี่ยนให้ซู่เริ่น เพื่อปลดปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาให้ชายชรานำไปใช้เย้ดคนอื่น
“ไอ้คุณชายยยยย มึงมันเกินไปแล้ว เงี่ยนแม้กระทั่งหมาหรอว่ะ?” คนดูเฮ
“*** ให้หมาเลียนม แล้วฆวยกระตุกๆ ปล่อยน้ำไม่หยุดเลยมึง” อีกคนพูด
“อิจฉาเศรษฐีคนนั้นจริงๆ ได้น้ำหล่อลื่นสดๆ ขององค์ชายไปใช้ คงจะเสียวน่าดู” อีกคนตอบ
“ถ้วยใหญ่ขนาดนั้นจะเต็มได้หรอ ไม่น่าเชื่อ” อีกคนตั้งข้อสังเกตุ
“เอ็งดูเสียก่อน น้ำแม่งยืดยาวเป็นสายใส เกือบเต็มถ้วยแล้ว” คนดูชี้
ชายชราพึงพอใจมาก เขาหยิบถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่นจากหนุ่มน่าหล่อระดับองค์ชายไปเต็มถ้วยก่อนปิดฝาอย่างดี และเดินกลับไปสู่ที่นั่งดูอย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตามฝูงหมายังไม่ยอมหยุดเลีย หน่ำซ้ำยังเดินไปดมๆ แถวๆ หัวฆวยของซู่เริ่น แล้วเลียกินน้ำหล่อลื่นเหมือนดื่มน้ำจากท่อ ยามปล่อยลิ้นหมาแตะเข้ากับหัวฆวย ซู่เริ่นถึงกับตัวสั่นเทาๆ
“มึงมันต่ำยิ่งกว่าสัตว์ ดูสิหมาเลียฆวยมึงไม่หยุดเลย สงสัยมันจะชอบน้ำมึงนะ” ซู่เวยเพื่อนสนิทพูด
“ทุกท่านโปรดฟัง ครั้งนี้ท่านมีโอกาสให้คุณหนูอมฆวยและกินน้ำเงี่ยนของพวกท่านได้ เพียงจ่ายข้ามาแค่ห้าชั่งเท่านั้น” หงฟู่เริ่มเกมต่อ
แน่นอนว่ามีผู้คนสนใจมากมาย นี่นับเป็นโอกาสทองที่จะได้สอดฆวยเข้าปากคุณชาย ได้ปล่อยให้ฆวยเบียดเข้าออกโพรงปากหนุ่มหล่อ ได้ครูดฆวยกับริมฝีปากงดงามของนักรบ ได้ปล่อยน้ำฆวยเข้าสู่ลำคอของชายผู้เป็นที่หมายปองของสาวทั่วแดน ใครก็ยอมจ่ายเพื่อโอกาสดีๆ แบบนี้
ผู้คนที่จ่ายเงินเดินเข้าไปหาซู่เริ่นที่ถูกมัดอยู่ ทหารคนหนึ่งจับหัวซู่เริ่นตั้งขึ้น่มองไปข้างหน้า เพื่อให้มองเห็นบุคคลที่จะเอาฆวยมาใส่ปากของตนชัดๆ ผ้าปิดปากถูกนำออก พร้อมกับที่ทหารคนหนึ่งนำกรรไกรมาจ่อไว้ที่พวงไข่ของคุณหนู
“หากร้องโวยวายหรือกัดฆวยลูกค้า ข้าจะตัดไข่ท่านทิ้งทันที” ทหารกล่าว
ซู่เริ่นน้ำตาไหลออกมาไม่ต่างจากน้ำหล่อลื่นที่หลั่งออกมาจากการถูกฝูงหมากระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ปากสวยๆ ของคุณชายค่อยๆ อ้าเปิดออกอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าถูกบังคับให้มองฆวยลูกค้าคนแรกที่เข้ามา มันทั้งดำทั้งสกปรก มีคราบขาวติดตรงหัวฆวย แต่เจ้าของฆวยกลับไม่สนใจ
“อมเข้าไปลึกๆ ดูดทำความสะอาดให้ข้าด้วยนะคุณชาย” ลูกค้าคนแรกสอดฆวยทิ่มเข้าปาก บังคับให้คุณชายที่ทำหน้าพะอืดพะอมดูดฆวยของตนให้สะอาด
“ดูดแรงๆ เน้นตรงหัวให้ข้าด้วย ข้าเสียเงินไปแล้ว ทำให้คุ้มค่าหน่อย” ชายแปลกหน้ากล่าว
ซู่เริ่นรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นแต่ต้องฝืนใจกลืนเข้าไปอย่างลำบาก ทหารจับหัวของเขาก้มเข้าไป จนฆวยลูกค้าทิ่มลิ้นไก่ลึกเข้าไปในคอ ทำเอาคุณชายหายใจไม่ทัน
“ดีๆ แบบนั้นแหละ ดีมาก ใช้ลิ้นวนๆ ตรงหัวฆวยให้ด้วย” ลูกค้าสั่ง
“โอ๊ยย เสียวจริงๆ เสียวมาก ซิ๊ดดดดด ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะอมฆวยเก่งแบบนี้”
“อ่าสสสสส์ ข้าจะแตกแล้ว อ้าปากๆ อ้าปากกว้างๆ ข้าจะฉีดน้ำฆวยเข้าไป อ่าส์” ชายแปลกหน้าเกร็งตัวจิกเท้า พ่นน้ำคาวฉีดใส่โพรงปากของคุณชายเริ่นไม่ยั้ง ความเหนี่ยวข้นและกลิ่นคาวทำให้คุณชายทำท่าจะอ้วก แต่กรรไกรที่จ่อรอไว้ที่ไข่ยานเตรียมงับตัดลงมา เขาจึงต้องฝืนใจทนกลืนน้ำเงี่ยนทั้งหมดเข้าไป
ลูกค้าคนที่สองมาพร้อมฆวยยาว คนนี้สั่งให้ซู่เริ่นแลบลิ้นออกมายาวๆ แล้วใช้ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในรูฆวยของตน ตวัดไปมาเพื่อให้ลิ้มรสน้ำหล่อลื่น ก่อนจะประคองหัวคุณหนูไว้นิ่งๆ แล้วกระเด้าปากหนุ่มหล่อเข้าออกโดยไม่แยแสความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำ จนในที่สุดก็ปล่อยน้ำเสียวรินลงลิ้นและฟันของคุณชายเต็มไปหมด
“เอาลิ้นปาดทำความสะอาดปากตัวเองซะ ไอ้หล่อตกอับ” ลูกค้าสั่ง
ซู่เริ่นต้องยอมเอาลิ้นกวาดคราบน้ำเงี่ยนที่ติดอยู่ตามกระพุ้งแก้มและฟันออก ขณะที่ตุ่มรับรสบนลิ้นก็ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน คุณชายรับรสเค็มอ่อนๆ ของน้ำเงี่ยนได้ทั้งหมด ก่อนจะปิดปากกลืนเศษน้ำรักเหล่านี้ลงไปในคอ
คนที่สามมาถึงตรงหน้าซู่เริ่น คราวนี้ควักพวงไข่ที่เต็มไปด้วยหมอยดำยื่นให้ซู่เริ่นเลีย องค์ชายต้องอมไข่ลูกใหญ่ที่มีแต่ขนดำไว้ในปาก ขณะที่ฝูงหมาก็เลียฆวยและหัวนมของเขาเช่นกัน ระหว่างที่เลียและอมไข่ให้ลูกค้าอยู่นั้น น้ำฆวยลูกค้าก็ทะลักออกมาเต็มหน้าของซู่เริ่นที่ไม่ทันระวังตัว
คนที่สี่จับฆวยของตนเองปาดเอาน้ำเงี่ยนของคนก่อนหน้ามา แล้วฟาดใส่ปากของซู่เริ่นดังป๊าบๆ ก่อนจะยัดท่อนฆวยที่ชะโลมน้ำเงี่ยนของลูกค้าคนก่อนไว้เข้าปากเด็กหนุ่ม แล้วซอยเย้ดปากโดยอาศัยน้ำเงี่ยนและน้ำลายเป็นตัวหล่อลื่น จนในที่สุดก็หลั่งน้ำกามออกมา พร้อมกดฆวยให้ลึกที่สุดเพื่อฉีดเข้า
ลูกค้าคนอื่นๆ ก็ทะยอยเข้ามาเรื่อยๆ ใช้ปากองค์ชายเป็นที่ระบายความเสียวไม่หยุด จนปากและท้ององค์ชายมีแต่น้ำเงี่ยนของคนแปลกหน้าเต็มไปหมด บางคนก็บังคับให้เขาห่อปากแล้วยัดฆวยเข้ามา บางคนก็จับฆวยฟาดหน้าเขาอย่างไม่ให้เกียรติ บางคนพอน้ำแตกแล้วก็ฉี่ใส่ปากซ้ำอีกรอบ
“ดีมากครับทุกท่าน ต่อไปจะเป็นช่วงสำคัญ ใครที่มีความฝันว่าอยากจะเย้ดองค์ชายสักครั้งในชีวิต วันนี้เป็นโอกาสของท่านแล้ว เพียงแลกความฝันของท่านกับทองคำหนึ่งชั่งเท่านั้น ที่สำคัญองค์ชายของเรายังบริสุทธิ์อยู่ด้วย รับรองว่าก้นองค์ชายต้องรัดตอดแน่นอย่างแน่นอน” หงฟู่หน้าเงินกล่าว
มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมากมาย ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนเป็นพวกมีเงินทั้งนั้น เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อย ทุกคนก็เตรียมเรียงลำดับตามคิว ต่อแถวยืนเรียงราย รอเย้ดองค์ชายสุดหล่อ
“ข้าขอเปิดบริสุทธิ์มันด้วยตัวเองก่อน” หงเวยพูดขึ้น
สิ้นลาย...ยอดขุนพล 12
หลังจากส่งอู๋ทงงูพิษข้ามมิติไปแล้ว บัดนี้เอ้าเทียนในร่างแปลงกายเป็นอู๋ทงก็ยึดถ่ำที่อยู่แห่งนี้เป็นของตน เพื่อรอเวลาให้นายใหญ่ผู้บงการอยู่เบื้องหลังปรากฏตัว
ไม่นานนัก ก็เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายพร้อมกับการปรากฏตัวของชายคนหนึ่ง ที่เอ้าเทียนรู้สึกคุ้นหน้ามากเหมือนเคยพบเจอมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยพบเจอที่ไหนหรือเมื่อไร
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?” ชายปริศนาถามเสียงทุ้มต่ำ
“เรียบร้อยดี ท่านไม่ต้องกังวล” อู๋ทงตัวปลอมตอบ
“ตอนนี้ข้าต้องการตัวแม่ทัพซู่เหวิน เจ้าจงไปเอาตัวแม่ทัพมาให้ข้าโดยเร็ว” ชายปริศนากล่าวต่อ
“ไม่มีปัญหา ว่าแต่จะให้ข้านำตัวแม่ทัพไปให้ท่านที่ไหน?” เอ้าเทียนหลอกถาม
“ถึงตอนนั้นข้าจะบอกอีกที รีบไปจัดการซะ” ชายปริศนาสั่ง
เมื่อออกคำสั่งเสร็จ ชายปริศนาก็ปาระเบิดควันจำนวนหนึ่งลงที่พื้นจนเกิดกลุ่มควันโขม่งแทบมองอะไรไม่เห็น กินเวลาอยู่ช่วงหนึ่งกว่ากลุ่มควันจะสลายหายไป ถึงตอนนี้ชายปริศนาก็หายไปพร้อมกับกลุ่มควันเสียแล้ว
“ชายคนนี้เป็นใครกันนะ? ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ได้เบาะแสเพิ่มเติม ตอนนี้ไปช่วยแม่ทัพซู่
เหวินก่อนดีกว่า” เอ้าเทียนพูดพร้อมกับหมุนตัวสลายร่างหายไปในอากาศ
..........................................................................................................................................................
ยามค่ำคืน ณ คุกใต้ดินที่ซู่เหวินถูกคุมขังอยู่หลังจากโดนรุมลงแขกจากบรรดาราชบุตรแคว้นต่างๆ บัดนี้แม่ทัพนอนขดตัวเปลือยเปล่า ร่างกายบอบช้ำพอๆ กับจิตใจที่หดหู่อย่างที่ถึงที่สุด
กลุ่มควันสีเงินปรากฏขึ้นภายในคุกที่เงียบสงบ เพราะมีผ้ายันต์วิเศษที่เคยให้แม่ทัพซู่ไว้ทำให้เอ้าเทียนสามารถหายตัวเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เสมือนว่าผ้ายันต์เป็นประตูมิติที่เปิดให้เอ้าเทียนเข้าออกได้ตามใจชอบ
“เรามาช่วยท่านแล้วแม่ทัพซู่ ทำใจดีๆ ไว้นะ” เอ้าเทียนนั่งข้างกายแม่ทัพ เขย่าร่างซู่เหวินให้ตื่น
“จะ..เจ้ากลับมาแล้ว ช่วยข้าด้วย พาข้าออกไปจากชุมนรกนี้เสียที” แม่ทัพค่อยๆ ลืมตาขึ้น พูดเสียงแหบ ก่อนจะสลบไปด้วยความอ่อนเพลีย
เอ้าเทียนใช้พลังปราณแสงสีเงิน ตัดโซ่ตรวนที่มัดแม่ทัพเอาไว้ทั้งแขนและขาออกจนหมด ทำให้แม่ทัพเป็นอิสระอีกครั้ง เอ้าเทียนประคองร่างแม่ทัพที่ไม่ได้สติให้ค่อยๆ ลุกขึ้น
“ไปจากที่นี่กันเถอะ” เอ้าเทียนพูดคนเดียว
ก่อนจะสลายร่างหายไป เขาก็พลันเหลือบไปเห็นแสงจันทร์เต็มดวงผ่านช่องลมสี่เหลี่ยมของกำแพงคุก คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ส่องแสงเหลืองทอง สว่างสดใส กระทบเข้าดวงตาดำสวยของเอ้าเทียน
“โธ่เอ๊ย มาเต็มดวงเอาอะไรตอนนี้!!!” เอ้าเทียนสบง
ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าในวัยเด็กของเอ้าเทียนนั้น เขายอมสละร่างเทพจิ้งจอกเงินของตัวเองเพื่อใช้ที่เป็นปิดผนึกพลังเทวาด้านมืดเอาไว้ ร่างของเขาจึงเป็นเสมือนที่อยู่ของพลังร้าย หนทางเดียวที่จะปลดปล่อยพลังมืดนี้ออกไปคือต้องหาร่างใหม่ที่ใกล้เคียงกับเอ้าเทียนมากที่สุด เพื่อถ่ายทอดพลังเทวาออกจากตัวเอ้าเทียน ซึ่งในปฐพีนี้คงหาคนที่เหมือนเอ้าเทียนไม่ได้อีกแล้ว
พลังเทพจิ้งจอกเงินรวมกับพลังเทวาที่ถูกกดไว้ทำให้เอ้าเทียนกลายเป็นบุรุษที่ทรงเสน่ห์ที่สุดในใต้หล้า เอ้าเทียนสามารถใช้ชีวิตที่มีสองพลังในร่างเดียวได้อย่างสมดุล แต่กระนั้นพลังเทวามืดนี้ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง
หากพลังเทวาถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว เอ้าเทียนจะจำเหตุการณ์ในช่วงนั้นไม่ได้เลย เขาจะกลายเป็นอีกคนที่แตกต่างจากปกติ ทั้งการพูด การคิด และการกระทำ
เมื่อแสงจันทร์วันเพ็ญในคืนนี้ตกกระทบเข้ากับร่างของเอ้าเทียน กายเทพสีเงินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามกลืนไปกับแสงจันทรา เส้นผมสีเงินค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำขลับไล่ตั้งแต่โคนผมไปจนถึงปลายผม ชุดไหมสีเงินก็พลันเปลี่ยนเป็นสีทอง ขลิบขอบดำสนิท ทำให้ดูสง่าองค์อาจแฝงความลึกลับ ราวกับราชสีห์หนุ่ม
“เฮ้ออ คราวนี้จะเกิดเรื่องวุ่นๆ อะไรอีกนะ” เอ้าเทียนที่ยังพอเหลือสติอยู่ รีบใช้โซ่ตรวนในคุกจองจำตัวเองไว้อย่างแน่นหนา หวังเพียงว่าร่างมืดจะไม่ออกไปสร้างความวุ่นวายใดๆ อีก
เมื่อจัดการขังตัวเองเสร็จ เขานั่งนิ่งไม่ไหวติง ได้แต่หลับตาหวังว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ ทันใดนั้นสติของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มชวนหลงไหล ร่างใหม่แสยงยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว
“ได้ออกมาสูดอากาศสักที ฮ่าๆๆๆ” เอ้าเทียนร่างมืดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
รุ่งเช้า ทหารจำนวนหนึ่งรับคำสั่งให้มาพาตัวแม่ทัพและราชบุตรหมายเลขหนึ่งซึ่งก็คือเอ้าเทียนที่ถูกจับมาเพราะปากพล่อยไปกล่าวหาพระมเหสีว่าไม่ใช่ผู้หญิงแท้
ไม่มีใครรู้เลยว่าองค์ชายหนึ่งตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ภายใต้ร่างมนุษย์ที่หล่อเหลานี้คือร่างเทวาที่ออกมาเล่นสนุก
ทหารเข้าไขกุญแจคุกใต้ดินออก และตรงเข้าจับร่างแม่ทัพที่สลบไสลไม่ได้สติ พร้อมกับตรงเข้าไปปลดโซ่ตรวนที่มัดองค์ชายหมายเลขหนึ่งที่นั่งยิ้มอย่างสบายใจออก ทั้งสองถูกกุมตัวในลานกว้างกลางเมือง
ผู้คนนับร้อยมารอชมการประกาศผลการคัดเลือกราชบุตร ราชบุตรทั้งแปดคนยืนเรียงกันในสภาพผ้าเตี่ยวรัดเป้าผืนเดียว ทำให้เห็นหุ่นกล้ามของราชบุตรทั้งเก้าชัดเจน ฆวยของเหล่าราชบุตรยังอยู่ในสภาพอ่อนตัว
ขณะที่หลี่เฉินกำลังจะประกาศ เอ้าเทียนก็ถูกนำตัวมาหน้าเวทีพอดี เสียงฮือฮาจากประชาชนดังขึ้นทันทีที่เอ้าเทียนปรากฏ เล่นเอาคนทั้งงานรวมถึงราชบุตรทั้งแปดเองก็อึ้งไปตามๆ กัน
“เจ้าดูไอ้รูปหล่อเนี่นสิ ทำไมมันถึงได้หล่อ มีออร่าอย่างนั้นวะ” ชาวเมืองตะลึงงัน
“เธอๆ คนที่เราเห็นตอนเข้าเมืองไง ผู้ชายคนนี้ หล่อจริงๆ กรี๊ดดด” สาวกลุ่มใหญ่ส่งเสียงกริ๊ด
“ได้ยินว่าวันนี้จะประกาศผล แต่เจ้าลืมใครไปหรือเปล่า?” เอ้าเทียนร่างมืดพูดขึ้น
“ไม่ลืม แต่เจ้ามันปากสามหาว ข้าต้องคัดเจ้าออกจากผู้ประกวด” มเหสีชิงตอบ
“อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ ข้าเข้ารอบมาคนแรกด้วยซ้ำ ยังไม่ทันได้ร่วมประกวดกับเหล่าราชบุตรพวกนี้เลย” เอ้าเทียนร่างมืดแย้ง
“ปากดีนัก! รู้หรือไม่ว่าหลังจากที่ข้าจับเจ้าออกไป เหล่าราชบุตรนี้ประกวดแข่งขันอะไรกัน” มเหสีตอบ
“ข้าไม่รู้เรื่องการประกวดงี่เง่าอะไรของเจ้าหรอก” เอ้าเทียนร่างมืดพูดไปเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าราชบุตรพวกนี้ผ่านการประกวดอะไรมา
“ได้สิ! ถ้าเจ้าชนะละก็นะ ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ชนะ แต่คงจะยากหน่อยละ เพราะราชบุตรพวกนี้มีแต่เด็ดๆ ทั้งนั้น” พระมเหสีตอบพร้อมกับหัวใจพองโต
จริงๆ หล่อนได้เล็งเอ้าเทียนไว้ตั้งแต่รอบแรกๆ แล้วด้วยซ้ำ เพราะความหล่อที่โดดเด่น และหุ่นที่ล้ำหน้าราชบุตรคนอื่น จึงไม่แปลกที่กระเทยสาวจะออกหน้าออกตา ยอมให้เอ้าเทียนกลับมาเล่นเกมกามอีกรอบ หัวใจก็สั่นระรัว ยามที่จะได้เห็นของดีที่เฝ้ารอ
“ไง ไอ้หน้าหล่อ เมื่อคืนที่ผ่านมาพวกข้า ทั้งมันส์ ทั้งสนุกกันมาก ข้าบอกเลยว่าของลับและลีลาแต่ละคน เจ้าเห็นแล้วจะหนาว หน้าอย่างเจ้าเนี่ยจะได้สักครึ่งนึงของพวกข้าไหมวะ ฮ่าๆ” ราชบุตรคนหนึ่งข่มทับ
เอ้าเทียนร่างมืดได้ยินดังนั้นก็พอจะเดาออกว่าคงเป็นทดสอบสมรรคภาพของเครื่องเพศแน่ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เทพอย่างเขาวิตกกังวลแม้แต่น้อย แม้ว่าจะอยู่ในร่างที่เป็นเพียงหนึ่งในสี่ของเทพก็ตาม แถมตอนนี้เขาซึ่งอยู่ในร่างมืดกลับรู้สึกตื่นเต้นด้วยซ้ำ ที่จะได้โชว์ของดีของตัวเองต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้
“เอาละครับท่านผู้ชม ตอนนี้มีองค์ชายหมายเลขหนึ่งกลับมาท้าดวล แต่ถ้าหากเขาแพ้......... เขาจะยอมเป็นทาสของมเหสีไปตลอดกาล” เอ้าเทียน ตกใจที่หลี่เฉินพูดแบบนั้นออกไป
“ข้าไปพูดแบบนั้นตอนไหน เจ้านี้มันช่างเล่นสกปรกซะจริง” เอ้าเทียนพึมพำ
“เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราทดสอบต่อหน้าประชาชนที่นี้เลยแล้วกัน ...การทดสอบแรก เนื่องจากตระกูลซู่มีขนาดของฆวยที่ใหญ่มากมาทุกรุ่น การจะคัดราชบุตรเขยจึงต้องวัดขนาดฆวยเพื่อคงพันธุ์กรรมเด่นนี้ไว้” หลี่เฉินเอย
“ก่อนอื่นข้าจะอ่านข้อมูลของแต่ละคนที่ประกวดไปแล้วให้เจ้าฟังก่อนแล้วก่อน องค์ชายหมายเลขสองมีฆวยยาวหกนิ้วครึ่ง รอบวงหกนิ้ว องค์ชายหมายเลขสามมี....” หลี่เฉินประกาศข้อมูลขององค์ชายแต่ละคนจนครบ
“เจ้าจะยอมถอนตัวซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้นะ พวกข้าจะได้ไม่เสียเวลา ฮ่าๆ” ราชบุตรเยาะเย้ย
“เป็นไงเจอขนาดฆวยแปดนิ้วข้าเข้าไป ตะลึงเลยสิเจ้า” องค์ชายแปดโอ้อวด
อันที่จริงเอ้าเทียนก็ไม่เคยวัดขนาดของตัวเองมาก่อน ไม่รู้ว่าที่มีอยู่มันใหญ่ยาวกว่ามาตรฐานทั่วไปหรือไม่ เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเป็นพิเศษ เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าขนาดของตนจะด้อยกว่าพวกมนุษย์ที่ได้ชื่อว่ามีฆวยยาวที่สุดหรือไม่
“เอาละมาวัดกันเลยดีกว่า” เอ้าเทียนร่างมืดบอก
เอ้าเทียนก้าวมายืนกลางเวทีพร้อมปลดเสื้อผ้าออกจนหมด เหลือเพียงผ้าเตี่ยวตัวเดียว บัดนี้แววตาของบรรดาผู้ชมเป็นประกายกว่าเดิม ที่ได้เห็นท่อนบนอันเปลือยเปล่าของเอ้าเทียน ทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าอกที่นูนเด่น ต่ำลงไปเป็นกล้ามหน้าท้องแปดลูกเรียงตัวอย่างสวยงาม
จุดรวมสายตาที่ทำให้คนทั้งงานทึ่งก็คือผ้าเตี่ยว ที่ห่อหุ้ม***ของเอ้าเทียนเอาไว้ มันนูนเต่งจนเหมือนเอาอะไรไปยัดไว้
“แหม! ฆวยโด่รอเชียวนะไอ้เงี่ยน” องค์ชายสี่แซวเอ้าเทียน
“ใครบอกเจ้าว่าของข้าแข็งตัวแล้ว?” เอ้าเทียนตอบหน้าเฉย
“หยุดโม้สะทีไอ้หน้าหล่อ” ราชบุตรได้ยินถึงกับอึ้ง เป้าตุงแทบปริ้นแบบนั้น ฆวยจะยังหดอยู่ได้อย่างไร
“ข้าไม่ได้โม้ ถ้าพวกเจ้าอยากเห็นมันแข็งตัว ก็มาทำให้ข้ามีอารมณ์สิ ฮ่าๆๆๆ” ราชสีห์ร่างมืดตอบ
พวกราชบุตรแม้ว่าใจจะหมั่นไส้เอ้าเทียนมาก แต่พอเห็นเอ้าเทียนในสภาพแบบนี้ก็เล่นเอาราชบุตรทั้งหลายเงี่ยนได้เหมือนกัน หลังจากที่ได้เย้ดแม่ทัพใหญ่ เหล่าราชบุตรก็เริ่มติดใจในการสมสู่กับเพศเดียวกัน จนลืมไปเสียสนิทว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อสมัครเป็นสวามีของบุตรสาวแม่ทัพ ตอนนี้องค์ชายบางคนเริ่มเข้าไปสำรวจกล้ามแขนกล้ามท้องของเอ้าเทียน
บรรดาชาวเมืองเองก็เหมือนปรับตัวกับเรื่องแบบนี้ได้แล้ว หลังจากที่ได้เห็นแม่ทัพใหญ่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองด้วยวิธีพิศดารต่างๆ นานา เหล่าประชาชนไม่ได้แสดงความไม่พอใจใดๆ ออกมา ตรงกันข้ามกลับแสดงความสนอกสนใจอย่างออกนอกหน้าด้วยซ้ำ ที่โชคดีได้เห็นของลับจากบรรดาเชื้อสายกษัตริย์
“หุ่นแม่งดีจริงๆ ข้ายอมรับ” องค์ชายคนนึงเดินเข้ามาเขี่ยหัวนมเอ้าเทียน ทำให้เอ้าเทียนเริ่มเงี่ยนขึ้นมาแล้ว พลังงานในตัวเทพเริ่มไหลจากร่างกายเข้าสู่ท่อนฆวยที่ยังสงบ จนค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น ผ้าเตี่ยวตอนนี้เริ่มดูบวมขึ้น เต่งขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆ จนแทบระเบิดออกมา
“ไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เป้าองค์ชายหนึ่งในผ้าเตี่ยวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตุงขึ้น เต่งขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ท่าทางขนาดของเขาจะไม่ธรรมดาจริงๆ ซะแล้ว” โฆษกประกาศ
องค์ชายอีกคนเห็นเอ้าเทียนแล้วเงี่ยนจนทนไม่ไหวอ้อมไปอีกข้างเพื่อดูดนมเอ้าเทียน ทำให้ตอนนี้เอ้าเทียนนั้นโดนรุมจากบรรดาราชบุตรอย่างเมามัน ทันทีที่ปากขององค์ชายอีกคนสัมผัสกับหัวนมเอ้าเทียน ความเงี่ยนก็พุ่งทะยาน พลังงานแห่งเทพไหลเข้าไปในท่อน***เอ้าเทียนอย่างรวดเร็ว
เอ้าเทียนเสียวจนหลับตาครางซิ๊ด ฆวยเทพที่ใหญ่ขึ้นไม่หยุดทำให้ผ้าเตี่ยวรัดตึงแน่นเปรี้ยะ จนในที่สุด! เมื่อเอ้าเทียนเกิดความเงี่ยนขึ้นแล้ว อะไรก็มาฉุดไม่อยู่ เอ้าเทียนรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงลืมตามองไปข้างหน้าผู้ชม และบรรดาราชบุตรที่กำลังจ้องตาเป็นมัน
และแล้วเอ้าเทียนก็กระดกฆวย พรืดดดดดดดดด!! ปมของผ้าเตี่ยวไม่อาจทนกับขนาดความใหญ่ของลำฆวยเอ้าเทียนได้อีกต่อไป มันแน่นจนร่นลงมาแล้วคลายออกจากกัน เนื่องจากเอ้าเทียนเก็บฆวยโดยพาดไว้ข้างบน พอผ้าเตี่ยวหลุด ***ขนาดมหึมาก็เด้งออกมาทันที
และทั้งสนามประลองก็แทนที่ด้วยความเงียบสนิทเหมือนเวลาหยุดเดิน เอ้าเทียนยิ้มมุมปาก รอฟังสิ่งที่จะเกิดขึ้น ลานประลองฮือฮายิ่งกว่าเสียงนกกระจิบนกกระจอกอีกครั้งเมื่อทุกคนคืนสติ หลังจากเห็นขนาดฆวยของเอ้าเทียน
“เกินไปแล้วววว? นั่นฆวยจริงๆ หรือ? ช่างใหญ่ยาวอะไรได้ถึงเพียงนี้ ข้าว่าราชบุตรที่ทดสอบไปก่อนหน้านี้ก็ใหญ่แล้วนะ ราชบุตรคนนี้ใหญ่กว่าอีก” ทหารกลุ่มหนึ่งพูดขึ้น
ทั้งชายทั้งหญิงวิจารณ์กันขรม พอ***เป็นอิสระมันก็พองเต็มเหยียด และสิ่งที่ตามมาก็คือน้ำเงี่ยน แน่นอนน้ำเงี่ยนระดับเทพมีปริมาณไม่ธรรมดา มันไหลเป็นสาย จากปลายหัว***ใหญ่ของเอ้าเทียนลงสู้พื้นลานประลองอย่างมากมาย
“โหหหห ดูน้ำเงี่ยนของมันสิ ช่างมากมายอะไรอย่างนี้” บรรดาราชบุตรเห็นแล้วก็อึ้งไปตามๆ กัน
“เอาละ ข้าพร้อมแล้ว มาวัดกันเลยไหม?” เอ้าเทียนพูดพรางยืนแอ่นเอวให้เหล่าราชบุตร
หลี่เฉินสั่งให้ทหารเอาสายวัดมาวัด นายทหารนั่งลงข้างๆ ฆวยเอ้าเทียน ตาก็มองดูฆวยที่สำรอกน้ำเงี่ยนไหลออกมาไม่หยุดเป็นทางยาวอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เอาละเริ่มวัดได้ เริ่มจากเส้นรอบวง สถิติความอวบตอนนี้เป็นขององค์ชายเจ็ดซึ่งมีความอวบคือเจ็ดนิ้วครึ่ง” หลี่เฉินเร่งทหารที่นั่งอึ้งตรงหน้าเอ้าเทียน
ขณะนี้ทหารกำลังนำสายวัดทาบจากด้านข้างลำฆวยเวียนมาจนครบรอบ ทหารอ่านเลขบนสายวัดเสียงสั่น
“เจ็ดนิ้วกับอีกแปดหุนขอรับ”
“อะไรนะ ข้าไม่ได้ยิน” หลี่เฉินตวาด จริงๆ แล้วเขาได้ยินชัด เพียงแต่ไม่เชื่อหูตนเอง
“เจ็ดนิ้วกับอีกเจ็ดหุนครับ” ทหารตอบเสียงดังก้องทั่วลาน
ผู้ที่ได้ยินแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ความอวบขนาดนี้มันเทียบเท่าบ้องไม้ไผ่ลำโตๆ เลยด้วยซ้ำ ก่อนจะวัดความยาวในขั้นถัดมา เอ้าเทียนหันไปถามบรรดาราชบุตรว่าใครคือคนที่มีฆวยยาวที่สุดในตอนนี้
“ขะ...ข้าเอง ขะ..ข้ามีฆวยยาวแปดนั้ว”องค์ชายแปดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนมาวัดความยาวฆวยข้า พวกเจ้าหลบไปก่อน” เอ้าเทียนพูดพร้อมยื่นสายวัดจากทหารให้กับองค์ชายแปด
ฆวยเอ้าเทียนแข็งไม่ยอมหด องค์ชายแปดทาบสายวัดตั้งแต่โคนฆวยของเอ้าเทียน เลขหนึ่งเลขสองผ่านไป จนถึงเลขเจ็ดองค์ชายที่แปดถึงกับตาโต เพราะสายวัดยังทาบอยู่บน “ลำ”ฆวยของเอ้าเทียนเท่านั้น ผ่านไปถึงเจ็ดนิ้วแล้วยังไม่ถึงหัวฆวยเอ้าเทียนเลย
พอถึงเลขแปดก็มาถึงตรงคอหยัก ราชบุตรคนที่แปดทาบสายวัดยาวไปสุดหัวฆวยที่เลขเก้าครึ่งพอดี หมายความว่าหัวฆวยของเอ้าเทียนนั้นใหญ่จริงๆ ตอนนี้องค์ชายแปดหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนบอกซิว่าฆวยข้ายาวกี่นิ้ว” เอ้าเทียนพูดกับองค์ชายแปดผู้เคยหยิ่งทะนงในความยาวของฆวย
“กะ... เก้านิ้วครึ่ง” องค์ชายแปดระล่ำระลัก
“ดังๆ สิวะะะะะะ แล้วบอกด้วยบนเวทีนี้ใครที่ฆวยใหญ่ยาวที่สุด” เอ้าเทียนร่างมืดตวาด
“ราชบุตรที่***ใหญ่และยาวที่สุดก็คือราชบุตรหมายเลขหนึ่ง ด้วยความยาวเก้านิ้วครึ่ง รอบวงเจ็ดจุดแปดนิ้ว!!!” ราชบุตรคนที่แปดพูดเสียงดังอย่างอับอาย
ประชาชนหันไปซุบซิบกัน เสียงฮือฮาดังลั่นลานประกวด บัดนี้ราชบุตรทุกคนเจอเสน่ห์ของเอ้าเทียนก็กลับมาตกอยู่ในพะวังอีกครั้ง ยืนฆวยแข็งไปตามๆ กัน
“เอาหล่ะสำหรับการประกวดที่สองคือลีลาร่วมรัก ทำให้คู่นอนได้เสียวจนถึงใจ ก่อนหน้านี้ราชบุตรที่สี่ได้ทำลีลาไว้ได้เด็ดที่สุด เจ้าจะสู้ได้หรือไม่?” หลี่เฉินออกปาก
“ข้าไม่รู้นะว่าลีลาของเจ้านั้นเด็ดแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าเป็นเมียข้า เจ้าจะโดนแบบนี้” ว่าแล้วเอ้าเทียนก็กระชากราชบุตรที่สี่มาดูดปากอย่างเมามันและหนักหน่วง
ราชบุตรสี่ถึงกับเคลิ้ม เสียงเอ้าเทียนบดปากกับองค์ชายสี่นั้นดังจ๊วบจ๊าบไม่หยุด จนองค์ชายสี่ต้องขอหยุดพัก หอบหน้าแดง เมื่อปากแยกออกจากกัน เอ้าเทียนก็โชว์ลีลาเล้าโลมต่อทันที ตอนนี้เอ้าเทียนหันหน้าสู่ประชาชนเบื้องล่าง ราชบุตรหมายเลขสี่ประกบอยู่ด้านหน้า
เอ้าเทียนสอดมือสองข้างเข้าไปที่หลังราชบุตรสี่ แล้วใช้ปากและลิ้นไซร้ต้นคออย่างหื่นกระหาย ตั้งแต่ใบหู จนมาถึงลำคอ ราชบุตรร้องคราง แล้วเอ้าเทียนก็งับที่หัวนม แล้วใช้พลังชิวหาที่กระหายของเทพ รัวลิ้นอย่างไม่ยั้ง
ราชบุตรเสียวจนต้องจิกเท้า เอ้าเทียนจับราชบุตรหันไปด้านหน้าเวทีทางเดียวกัน โดยเอ้าเทียนประกบด้านหลัง แล้วเอ้าเทียนก็จับขาหนุ่มตี๋หล่อแยกออกจากกัน สองมือแหวกแก้มก้นออก ทำให้เอ้าเทียนเห็นภาพรูทวารของราชบุตรอย่างชัดเจน ก่อนจะยิ้มมุมปาก แล้วเอ้าหน้าซุก พร้อมใช้ลิ้นมหากาฬเลียรัวอย่างไม่ยั้ง
“โอ้ยยยยย เสียวโว้ยยยยยยยย” ราชบุตรสี่ครางไม่เปนศัพท์ต่อหน้าประชาชน ชายหญิงเบื้องล่างแห่กันเข้ามาติดขอบเวทีเพื่อดูลีลาของเอ้าเทียนซึ่งทั้งเลีย ดูด ตวัดลิ้น ใช้ลิ้นดันเข้าไป ทั้งประชาชนและราชบุตรคนอื่นๆ เองก็ซูฮกในลีลาของเอ้าเทียนจนเริ่มใช้มือจับฆวยตัวเองเบาๆ
บัดนี้เอ้าเทียนคิดว่าถึงเวลาสมควรที่จะโชว์ของจริงแล้ว ปล่อยลิ้นจากทวารของราชบุตร แล้วยืนเอาน้ำเงี่ยนที่ไหลยืด มาลูบฆวยยาวๆ ตัวเอง และเอาไปทาตรงตูดของราชบุตรหมายเลขสี่
“นี่... เจ้าจะทำอะไร!?!?!?!” ราชบุตรหมายเลขสี่ถาม ตัวสั่นดิกๆ
ยังไม่ทันที่จะหนี เอ้าเทียนก็จับแขนสองข้างของราชบุตรไว้ทางด้านหลัง แล้วค่อยๆ แอ่นฆวยเข้าไปจ่อที่รูทวารขององค์ชายสี่ องค์ชายสี่เอี้ยวคอมาดูเห็นฆวยขนาดใหญ่กำลังจ่อรูตัวเองอยู่ก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ดิ้นไม่หยุด แต่ด้วยกำลังแขนของเอ้าเทียนไม่มีทางปล่อยให้องค์ชายสี่หลุดไปได้
“ตอนนี้องค์ชายหมายเลขหนึ่งกำลังจะแสดงลีลาการ***ให้ทุกท่านได้ดูแล้ว โปรดจับตามองให้ดี” โฆษกของงานประกาศ
เอ้าเทียนยิ้มอย่างสะใจก่อนจะค่อยๆ กดหัวฆวยขนาดใหญ่เข้าไปที่รูทวารของราชบุตร แต่มันทำได้ยากเหลือเกิน เนื่องจากหัวฆวยนั้นมีขนาดใหญ่กว่ามาก เอ้าเทียนจึงแอบเกร็งฆวยกระดกให้น้ำหล่อลื่นตัวเองออกมาเพิ่มขึ้น มันได้ผลเพราะหัวฆวยเริ่มยัดเข้าไปได้ทีละน้อย
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก.....!!!! อ้ากกกกกกกกก” องค์ชายสี่ตะโกนลั่นอย่างคนบ้า
เสียงร้องของราชบุตรไม่ได้ทำให้เอ้าเทียนสงสารแต่อย่างใด กับสะใจยิ้มมุมปากและแทงหัวฆวยสวนเข้าไปเรื่อยๆ เสียงร้องขององค์ชายสี่ดังลั่นลานประกวด จนซักพักหัวฆวยก็เข้าไปได้หมด ประชาชนยังอึ้งเพราะที่ยังเหลือคือความยาวของลำฆวยอีกกว่าเจ็ดนิ้ว
“พร้อมจะโดน***หรือยัง? เจ้าไก่อ่อน...” เอ้าเทียนกระซิบข้างหูราชบุตร
องค์ชายสี่น้ำตาไหลอาบแก้ม กำลังจะอ้าปากด่า เอ้าเทียนมองตาองค์ชายแล้วก็แทงลำฆวยเข้าไป พรวดดดดดด องค์ชายสี่กรีดร้องจนไม่มีเสียง หลับตาปี๋ เปนภาพที่เอ้าเทียนสะใจมาก แล้วก็ค่อยๆ ถอนฆวยออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ช้าๆ
ประชาชนมองที่***เอ้าเทียนก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างระหว่างที่เอ้าเทียนกำลังแทงฆวยเข้าตูด นั่นก็คือฆวยของเอ้าเทียนไม่สามารถแทงเข้าไปได้หมด แม้ว่าเอ้าเทียนจะดันฆวยจนสุดก็ยังเหลืออยู่อีกราวๆ สองนิ้ว
ตอนนี้ภาพบนเวทีเปรียบเหมือนหนังสดโรงใหญ่ ทุกคนที่มาชมตอนนี้มีอารมณ์ร่วมจนเริ่มช่วยตัวเองตามไปด้วย ราชบุตรอีกเจ็ดคนก็เช่นกัน จากจังหวะช้าๆ เอ้าเทียนเริ่มซอยเร็วขึ้นจนราชบุตรที่สี่ต้องครางด้วยความเสียว เอ้าเทียนซอยท่าหมาไปเกือบยี่สิบนาที
“อยากตื่นเต้นกว่านี้ไหม?...” เอ้าเทียนหยุดกระเด้าแล้วกระซิบข้างหูเมียใหม่
<ราชบุตรอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร จากท่ายืนซ้อนกันหันหน้าออกสู่เวที เอ้าเทียนใช้แขนกำยำของตัวเองสอดไปด้านหน้าและโอบต้นขาสองข้างของราชบุตรไว้ ด้วยไหวพริบในหัวราชบุตรก็นึกออกทันทีว่าตนเองกำลังโดนสิ่งเดียวกับที่เคยทำไว้กับซู่เหวิน
สายตาประชาชนจ้องมาที่เอ้าเทียนว่าจะทำอะไรกันแน่ และแล้วเอ้าเทียนก็ใช้แขนอันแข็งแกร่งประสานกันรวบต้นขาราชบุตร ยกราชบุตรขึ้นมาเป็นท่าลิงอุ้มแตง เล่นเอาราชบุตรที่เหลืออ้าปากค้าง ประชาชนทนกับภาพตรงหน้าไม่ไหวช่วยตัวเองกันอย่างไม่อายใคร
มันไม่ใช่ท่าลิงอุ้มแตงธรรมดา แต่เอ้าเทียนจงใจให้ราชบุตรสี่หันหน้าไปด้านเดียวกับตน เพื่อให้เกิดความอับอาย เอ้าเทียนเริ่มกระเด้าอีกครั้ง ภาพจากมุมด้านล่างเวทีนั้นดีที่สุด เพราะเห็นฆวยใหญ่ๆ ของเอ้าเทียนจมมิดเข้าไปในรูตูดของราชบุตรชัดเจน
“แม่งสุดยอดเลยว่ะ ท่านี้ถ้าไม่แข็งแรงจริงทำไม่ได้นะเนี่ย” คนดูฮือฮา
แล้วเอ้าเทียนก็ เอาฆวยเทพซอยตูดราชบุตรอย่างไม่ยั้ง เสียงแก้มก้นกระแทกกับโคน***เอ้าเทียนดัง ป๊าบ ป๊าบ ลั่นไปทั่วบริเวณ ราชบุตรที่น่าสงสารทำหน้าเหยเก ปากก็โดนดูดอย่างหนัก ร่างก็ขยับหนีไม่ได้ บั้นท้ายก็โดนรัวกระเด้า นี้คือสิ่งที่เขาเคยทำไว้กับแม่ทัพซู่ทั้งนั้น
“โอ้ววว...เมียของข้า..โอ้ว.. ***มันส์อะไรอย่างนี้ โอว..” เทพคราง
พร้อมกับเปลี่ยนท่าใหม่ เอ้าเทียนนอนลงกับเวที ขณะฆวยยาวยังคาอยู่ในตูดของราชบุตรขาวตี๋ ทำให้บัดนี้ ภาพที่ทุกคนเห็นตอนนี้คือราชบุตรนั่งหันหน้าไปทางเอ้าเทียน หันก้นออกไปทางประชาชน
เอ้าเทียนใช้สองมือแหกแก้มกันของราชบุตรสุดหล่อออก ทำให้ตอนนี้ทุกคนยืนนิ่งไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่ชายหญิงเห็นคือฆวยยาวจมเข้าไปในรูตูดสวยสีชมพูไร้เส้นขน ถึงตอนนี้เอ้าเทียนเริ่มซอยฆวยมุดเข้ามุดออกจากรูบาน เป็นภาพที่ชวนให้เงี่ยนได้ไม่น้อย
ราชบุตรดวงซวยได้แต่นั่งให้เอ้าเทียนยกสะโพกขึ้นมาอัดตูดตนเอง เดชะบุญที่รูตูดเริ่มปรับสภาพได้บ้างแล้ว จึงคลายความเจ็บปวดลงไปมาก และเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่าน
“อ่าส์...ซิ๊ดดดด.....” ราชบุตรกัดฟันหน้าร้องครางออกมาตามไรฟัน หลังจากโดนเย้ดท่านี้เกือบสิบกว่านาที
สองร่างบุรุษโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อเคลือบผิวกาย แต่กระนั้นเอ้าเทียนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดยั้ง กลับผลักร่างตี๋ลงนอนหงายลงบนพื้น ขณะที่เขาลุกขึ้นนั่งคุกเข่าหันหน้าออกไปทางประชาชน ดันตัวราชบุตรจนศีรษะเลยออกไปจากขอบเวที ทำให้ราชบุตรต้องปล่อยหัวลงไปมองประชาชน
และแล้วเอ้าเทียนก็เย้ดเมียใหม่อีกครั้ง ท่านี้แม้ประชาชนจะมองไม่เห็นตูดของราชบุตร แต่ก็เห็นหน้าราชบุตรเต็มๆ แม้จะหลับตาอยู่แต่ก็ดูออกว่าผู้ทุกกระทำนั้นเสียวมากแค่ไหน
ช่วงล่างของเอ้าเทียนโยกไม่ยั้ง เข้าออกตูดราชบุตรอย่างช่ำชอง อีกฝ่ายได้แต่นอนฆวยแข็ง ใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวระดับทะลุฟ้า ส่งเสียงร้องระงม
“ข้าขอหลั่งในกายเจ้านะ” เอ้าเทียนก้มไปกระซิบข้างหูหนุ่มตี๋
“ยะ...อย่าๆๆๆๆ อย่าทำเช่นนั้นนะ ข้าขอร้องละ ...อ่าส์” ราชบุตรในสภาพกึ่งมีสติ ร้องอ้อนวอน
ไม่ทันเสียแล้ว ในที่สุดเอ้าเทียนร่างมืดก็ถึงคราวยุติบทสามีใหม่ของราชบุตร เอ้าเทียนซอยฆวยอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นฟ้า กระแทกอัดฆวยใส่ตูดดังป๊าบๆๆ
และทะลักน้ำรักพ่นเข้าใส่ร่างราชบุตรชุดใหญ่ จนราชบุตรเองยังรู้สึกได้ถึงความร้อนของน้ำเอ้าเทียนที่พุ่งอัดใส่กระเพาะของเขา เอ้าเทียนกระดกพวยพ่นปริมาณน้ำคาวออกมาไม่หยุด จนท้องราชบุตรมีเต็มน้ำกามของเอ้าเทียน
เมื่อฆวยเทพยังคงหลั่งไหลน้ำออกมาเรื่อยๆ แต่ช่องที่รองรับมีพื้นที่จำกัด จึงไม่อาจทนรับน้ำเงี่ยนได้อีกต่อไป สุดท้ายจึงเกิดแรงดันจากน้ำเงี่ยนที่เอ่อล้น ผลักให้ฆวยเอ้าเทียนต้องหลุดออกมาจากตูดของราชบุตร พร้อมกับน้ำเงี่ยนที่ไหลทะลักย้อนกลับออกมาเจิ่งนอง
ที่น่าตกใจกว่านั้น แม้ฆวยเอ้าเทียนจะหลั่งน้ำใส่ก้นเมียหนุ่มไปมากแล้ว แต่เมื่อฆวยเอ้าเทียนหลุดออกมาจากร่างหนุ่มตี๋ น้ำชายกลับยังคงกระฉูดออกมาไม่หยุด พุ่งแรงเลยไปถึงหัวและหน้าของราชบุตร ชะโลมทั้งตาจมูกปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ราชบุตรหลั่งน้ำเงี่ยนออกมาเองโดยไม่ต้องชัก
น้ำเงี่ยนของราชบุครพุ่งขึ้นฟ้าราวกับน้ำพุและตกลงมาเป็นเม็ดเหมือนห่าฝน กระทบร่างหนุ่มของเขาเสียงดังแปะๆๆๆ อยู่นานจนเริ่มแผ่วลง ใกล้เคียงกับของเอ้าเทียนที่แม้จะแตกไปก่อนแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งปริมาณและความแรงเทียบเท่ากับมนุษย์ที่พึ่งแตกได้ไม่นาน บัดนี้น้ำฆวยทั้งสองหยุดหลั่งแล้ว มีเพียงหยาดน้ำชายที่ไหลยืดย้อยเป็นสายออกจากปากฆวย
หยาดน้ำแห่งความสุขหลั่งชะโลมร่างที่น่าสงสารของราชบุตรหมายเลขสี่จนชุ่มฉ่ำ เนื้อตัวมันวาว นอนแช่น้ำเงี่ยนกองโต หน้าแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างเพราะเต็มไปด้วยของเหลวสีขาว ก้นก็ปล่อยน้ำกามไหลออกมาเต็มพื้นเวที
เอ้าเทียนแสดงสีหน้ามีความสุขอย่างที่สุด เมื่อได้ปลดปล่อยความกำหนัดที่สะสมไว้ สติของเอ้าเทียนเริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับพลังมืดที่เริ่มสลายหายไป เอ้าเทียนเริ่มคว้าเสื้อผ้ามาปกปิดร่างของตนอย่างรวดเร็ว
“โธ่เอ๊ยยยยย! นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ยยยย” จิ้งจอกเงินหัวเสีย
ไม่นานนัก ก็เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายพร้อมกับการปรากฏตัวของชายคนหนึ่ง ที่เอ้าเทียนรู้สึกคุ้นหน้ามากเหมือนเคยพบเจอมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยพบเจอที่ไหนหรือเมื่อไร
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?” ชายปริศนาถามเสียงทุ้มต่ำ
“เรียบร้อยดี ท่านไม่ต้องกังวล” อู๋ทงตัวปลอมตอบ
“ตอนนี้ข้าต้องการตัวแม่ทัพซู่เหวิน เจ้าจงไปเอาตัวแม่ทัพมาให้ข้าโดยเร็ว” ชายปริศนากล่าวต่อ
“ไม่มีปัญหา ว่าแต่จะให้ข้านำตัวแม่ทัพไปให้ท่านที่ไหน?” เอ้าเทียนหลอกถาม
“ถึงตอนนั้นข้าจะบอกอีกที รีบไปจัดการซะ” ชายปริศนาสั่ง
เมื่อออกคำสั่งเสร็จ ชายปริศนาก็ปาระเบิดควันจำนวนหนึ่งลงที่พื้นจนเกิดกลุ่มควันโขม่งแทบมองอะไรไม่เห็น กินเวลาอยู่ช่วงหนึ่งกว่ากลุ่มควันจะสลายหายไป ถึงตอนนี้ชายปริศนาก็หายไปพร้อมกับกลุ่มควันเสียแล้ว
“ชายคนนี้เป็นใครกันนะ? ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ได้เบาะแสเพิ่มเติม ตอนนี้ไปช่วยแม่ทัพซู่
เหวินก่อนดีกว่า” เอ้าเทียนพูดพร้อมกับหมุนตัวสลายร่างหายไปในอากาศ
..........................................................................................................................................................
ยามค่ำคืน ณ คุกใต้ดินที่ซู่เหวินถูกคุมขังอยู่หลังจากโดนรุมลงแขกจากบรรดาราชบุตรแคว้นต่างๆ บัดนี้แม่ทัพนอนขดตัวเปลือยเปล่า ร่างกายบอบช้ำพอๆ กับจิตใจที่หดหู่อย่างที่ถึงที่สุด
กลุ่มควันสีเงินปรากฏขึ้นภายในคุกที่เงียบสงบ เพราะมีผ้ายันต์วิเศษที่เคยให้แม่ทัพซู่ไว้ทำให้เอ้าเทียนสามารถหายตัวเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เสมือนว่าผ้ายันต์เป็นประตูมิติที่เปิดให้เอ้าเทียนเข้าออกได้ตามใจชอบ
“เรามาช่วยท่านแล้วแม่ทัพซู่ ทำใจดีๆ ไว้นะ” เอ้าเทียนนั่งข้างกายแม่ทัพ เขย่าร่างซู่เหวินให้ตื่น
“จะ..เจ้ากลับมาแล้ว ช่วยข้าด้วย พาข้าออกไปจากชุมนรกนี้เสียที” แม่ทัพค่อยๆ ลืมตาขึ้น พูดเสียงแหบ ก่อนจะสลบไปด้วยความอ่อนเพลีย
เอ้าเทียนใช้พลังปราณแสงสีเงิน ตัดโซ่ตรวนที่มัดแม่ทัพเอาไว้ทั้งแขนและขาออกจนหมด ทำให้แม่ทัพเป็นอิสระอีกครั้ง เอ้าเทียนประคองร่างแม่ทัพที่ไม่ได้สติให้ค่อยๆ ลุกขึ้น
“ไปจากที่นี่กันเถอะ” เอ้าเทียนพูดคนเดียว
ก่อนจะสลายร่างหายไป เขาก็พลันเหลือบไปเห็นแสงจันทร์เต็มดวงผ่านช่องลมสี่เหลี่ยมของกำแพงคุก คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ส่องแสงเหลืองทอง สว่างสดใส กระทบเข้าดวงตาดำสวยของเอ้าเทียน
“โธ่เอ๊ย มาเต็มดวงเอาอะไรตอนนี้!!!” เอ้าเทียนสบง
ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าในวัยเด็กของเอ้าเทียนนั้น เขายอมสละร่างเทพจิ้งจอกเงินของตัวเองเพื่อใช้ที่เป็นปิดผนึกพลังเทวาด้านมืดเอาไว้ ร่างของเขาจึงเป็นเสมือนที่อยู่ของพลังร้าย หนทางเดียวที่จะปลดปล่อยพลังมืดนี้ออกไปคือต้องหาร่างใหม่ที่ใกล้เคียงกับเอ้าเทียนมากที่สุด เพื่อถ่ายทอดพลังเทวาออกจากตัวเอ้าเทียน ซึ่งในปฐพีนี้คงหาคนที่เหมือนเอ้าเทียนไม่ได้อีกแล้ว
พลังเทพจิ้งจอกเงินรวมกับพลังเทวาที่ถูกกดไว้ทำให้เอ้าเทียนกลายเป็นบุรุษที่ทรงเสน่ห์ที่สุดในใต้หล้า เอ้าเทียนสามารถใช้ชีวิตที่มีสองพลังในร่างเดียวได้อย่างสมดุล แต่กระนั้นพลังเทวามืดนี้ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง
หากพลังเทวาถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว เอ้าเทียนจะจำเหตุการณ์ในช่วงนั้นไม่ได้เลย เขาจะกลายเป็นอีกคนที่แตกต่างจากปกติ ทั้งการพูด การคิด และการกระทำ
เมื่อแสงจันทร์วันเพ็ญในคืนนี้ตกกระทบเข้ากับร่างของเอ้าเทียน กายเทพสีเงินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามกลืนไปกับแสงจันทรา เส้นผมสีเงินค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำขลับไล่ตั้งแต่โคนผมไปจนถึงปลายผม ชุดไหมสีเงินก็พลันเปลี่ยนเป็นสีทอง ขลิบขอบดำสนิท ทำให้ดูสง่าองค์อาจแฝงความลึกลับ ราวกับราชสีห์หนุ่ม
“เฮ้ออ คราวนี้จะเกิดเรื่องวุ่นๆ อะไรอีกนะ” เอ้าเทียนที่ยังพอเหลือสติอยู่ รีบใช้โซ่ตรวนในคุกจองจำตัวเองไว้อย่างแน่นหนา หวังเพียงว่าร่างมืดจะไม่ออกไปสร้างความวุ่นวายใดๆ อีก
เมื่อจัดการขังตัวเองเสร็จ เขานั่งนิ่งไม่ไหวติง ได้แต่หลับตาหวังว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ ทันใดนั้นสติของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มชวนหลงไหล ร่างใหม่แสยงยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว
“ได้ออกมาสูดอากาศสักที ฮ่าๆๆๆ” เอ้าเทียนร่างมืดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
รุ่งเช้า ทหารจำนวนหนึ่งรับคำสั่งให้มาพาตัวแม่ทัพและราชบุตรหมายเลขหนึ่งซึ่งก็คือเอ้าเทียนที่ถูกจับมาเพราะปากพล่อยไปกล่าวหาพระมเหสีว่าไม่ใช่ผู้หญิงแท้
ไม่มีใครรู้เลยว่าองค์ชายหนึ่งตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ภายใต้ร่างมนุษย์ที่หล่อเหลานี้คือร่างเทวาที่ออกมาเล่นสนุก
ทหารเข้าไขกุญแจคุกใต้ดินออก และตรงเข้าจับร่างแม่ทัพที่สลบไสลไม่ได้สติ พร้อมกับตรงเข้าไปปลดโซ่ตรวนที่มัดองค์ชายหมายเลขหนึ่งที่นั่งยิ้มอย่างสบายใจออก ทั้งสองถูกกุมตัวในลานกว้างกลางเมือง
ผู้คนนับร้อยมารอชมการประกาศผลการคัดเลือกราชบุตร ราชบุตรทั้งแปดคนยืนเรียงกันในสภาพผ้าเตี่ยวรัดเป้าผืนเดียว ทำให้เห็นหุ่นกล้ามของราชบุตรทั้งเก้าชัดเจน ฆวยของเหล่าราชบุตรยังอยู่ในสภาพอ่อนตัว
ขณะที่หลี่เฉินกำลังจะประกาศ เอ้าเทียนก็ถูกนำตัวมาหน้าเวทีพอดี เสียงฮือฮาจากประชาชนดังขึ้นทันทีที่เอ้าเทียนปรากฏ เล่นเอาคนทั้งงานรวมถึงราชบุตรทั้งแปดเองก็อึ้งไปตามๆ กัน
“เจ้าดูไอ้รูปหล่อเนี่นสิ ทำไมมันถึงได้หล่อ มีออร่าอย่างนั้นวะ” ชาวเมืองตะลึงงัน
“เธอๆ คนที่เราเห็นตอนเข้าเมืองไง ผู้ชายคนนี้ หล่อจริงๆ กรี๊ดดด” สาวกลุ่มใหญ่ส่งเสียงกริ๊ด
“ได้ยินว่าวันนี้จะประกาศผล แต่เจ้าลืมใครไปหรือเปล่า?” เอ้าเทียนร่างมืดพูดขึ้น
“ไม่ลืม แต่เจ้ามันปากสามหาว ข้าต้องคัดเจ้าออกจากผู้ประกวด” มเหสีชิงตอบ
“อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ ข้าเข้ารอบมาคนแรกด้วยซ้ำ ยังไม่ทันได้ร่วมประกวดกับเหล่าราชบุตรพวกนี้เลย” เอ้าเทียนร่างมืดแย้ง
“ปากดีนัก! รู้หรือไม่ว่าหลังจากที่ข้าจับเจ้าออกไป เหล่าราชบุตรนี้ประกวดแข่งขันอะไรกัน” มเหสีตอบ
“ข้าไม่รู้เรื่องการประกวดงี่เง่าอะไรของเจ้าหรอก” เอ้าเทียนร่างมืดพูดไปเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าราชบุตรพวกนี้ผ่านการประกวดอะไรมา
“ได้สิ! ถ้าเจ้าชนะละก็นะ ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ชนะ แต่คงจะยากหน่อยละ เพราะราชบุตรพวกนี้มีแต่เด็ดๆ ทั้งนั้น” พระมเหสีตอบพร้อมกับหัวใจพองโต
จริงๆ หล่อนได้เล็งเอ้าเทียนไว้ตั้งแต่รอบแรกๆ แล้วด้วยซ้ำ เพราะความหล่อที่โดดเด่น และหุ่นที่ล้ำหน้าราชบุตรคนอื่น จึงไม่แปลกที่กระเทยสาวจะออกหน้าออกตา ยอมให้เอ้าเทียนกลับมาเล่นเกมกามอีกรอบ หัวใจก็สั่นระรัว ยามที่จะได้เห็นของดีที่เฝ้ารอ
“ไง ไอ้หน้าหล่อ เมื่อคืนที่ผ่านมาพวกข้า ทั้งมันส์ ทั้งสนุกกันมาก ข้าบอกเลยว่าของลับและลีลาแต่ละคน เจ้าเห็นแล้วจะหนาว หน้าอย่างเจ้าเนี่ยจะได้สักครึ่งนึงของพวกข้าไหมวะ ฮ่าๆ” ราชบุตรคนหนึ่งข่มทับ
เอ้าเทียนร่างมืดได้ยินดังนั้นก็พอจะเดาออกว่าคงเป็นทดสอบสมรรคภาพของเครื่องเพศแน่ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เทพอย่างเขาวิตกกังวลแม้แต่น้อย แม้ว่าจะอยู่ในร่างที่เป็นเพียงหนึ่งในสี่ของเทพก็ตาม แถมตอนนี้เขาซึ่งอยู่ในร่างมืดกลับรู้สึกตื่นเต้นด้วยซ้ำ ที่จะได้โชว์ของดีของตัวเองต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้
“เอาละครับท่านผู้ชม ตอนนี้มีองค์ชายหมายเลขหนึ่งกลับมาท้าดวล แต่ถ้าหากเขาแพ้......... เขาจะยอมเป็นทาสของมเหสีไปตลอดกาล” เอ้าเทียน ตกใจที่หลี่เฉินพูดแบบนั้นออกไป
“ข้าไปพูดแบบนั้นตอนไหน เจ้านี้มันช่างเล่นสกปรกซะจริง” เอ้าเทียนพึมพำ
“เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราทดสอบต่อหน้าประชาชนที่นี้เลยแล้วกัน ...การทดสอบแรก เนื่องจากตระกูลซู่มีขนาดของฆวยที่ใหญ่มากมาทุกรุ่น การจะคัดราชบุตรเขยจึงต้องวัดขนาดฆวยเพื่อคงพันธุ์กรรมเด่นนี้ไว้” หลี่เฉินเอย
“ก่อนอื่นข้าจะอ่านข้อมูลของแต่ละคนที่ประกวดไปแล้วให้เจ้าฟังก่อนแล้วก่อน องค์ชายหมายเลขสองมีฆวยยาวหกนิ้วครึ่ง รอบวงหกนิ้ว องค์ชายหมายเลขสามมี....” หลี่เฉินประกาศข้อมูลขององค์ชายแต่ละคนจนครบ
“เจ้าจะยอมถอนตัวซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้นะ พวกข้าจะได้ไม่เสียเวลา ฮ่าๆ” ราชบุตรเยาะเย้ย
“เป็นไงเจอขนาดฆวยแปดนิ้วข้าเข้าไป ตะลึงเลยสิเจ้า” องค์ชายแปดโอ้อวด
อันที่จริงเอ้าเทียนก็ไม่เคยวัดขนาดของตัวเองมาก่อน ไม่รู้ว่าที่มีอยู่มันใหญ่ยาวกว่ามาตรฐานทั่วไปหรือไม่ เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเป็นพิเศษ เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าขนาดของตนจะด้อยกว่าพวกมนุษย์ที่ได้ชื่อว่ามีฆวยยาวที่สุดหรือไม่
“เอาละมาวัดกันเลยดีกว่า” เอ้าเทียนร่างมืดบอก
เอ้าเทียนก้าวมายืนกลางเวทีพร้อมปลดเสื้อผ้าออกจนหมด เหลือเพียงผ้าเตี่ยวตัวเดียว บัดนี้แววตาของบรรดาผู้ชมเป็นประกายกว่าเดิม ที่ได้เห็นท่อนบนอันเปลือยเปล่าของเอ้าเทียน ทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าอกที่นูนเด่น ต่ำลงไปเป็นกล้ามหน้าท้องแปดลูกเรียงตัวอย่างสวยงาม
จุดรวมสายตาที่ทำให้คนทั้งงานทึ่งก็คือผ้าเตี่ยว ที่ห่อหุ้ม***ของเอ้าเทียนเอาไว้ มันนูนเต่งจนเหมือนเอาอะไรไปยัดไว้
“แหม! ฆวยโด่รอเชียวนะไอ้เงี่ยน” องค์ชายสี่แซวเอ้าเทียน
“ใครบอกเจ้าว่าของข้าแข็งตัวแล้ว?” เอ้าเทียนตอบหน้าเฉย
“หยุดโม้สะทีไอ้หน้าหล่อ” ราชบุตรได้ยินถึงกับอึ้ง เป้าตุงแทบปริ้นแบบนั้น ฆวยจะยังหดอยู่ได้อย่างไร
“ข้าไม่ได้โม้ ถ้าพวกเจ้าอยากเห็นมันแข็งตัว ก็มาทำให้ข้ามีอารมณ์สิ ฮ่าๆๆๆ” ราชสีห์ร่างมืดตอบ
พวกราชบุตรแม้ว่าใจจะหมั่นไส้เอ้าเทียนมาก แต่พอเห็นเอ้าเทียนในสภาพแบบนี้ก็เล่นเอาราชบุตรทั้งหลายเงี่ยนได้เหมือนกัน หลังจากที่ได้เย้ดแม่ทัพใหญ่ เหล่าราชบุตรก็เริ่มติดใจในการสมสู่กับเพศเดียวกัน จนลืมไปเสียสนิทว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อสมัครเป็นสวามีของบุตรสาวแม่ทัพ ตอนนี้องค์ชายบางคนเริ่มเข้าไปสำรวจกล้ามแขนกล้ามท้องของเอ้าเทียน
บรรดาชาวเมืองเองก็เหมือนปรับตัวกับเรื่องแบบนี้ได้แล้ว หลังจากที่ได้เห็นแม่ทัพใหญ่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองด้วยวิธีพิศดารต่างๆ นานา เหล่าประชาชนไม่ได้แสดงความไม่พอใจใดๆ ออกมา ตรงกันข้ามกลับแสดงความสนอกสนใจอย่างออกนอกหน้าด้วยซ้ำ ที่โชคดีได้เห็นของลับจากบรรดาเชื้อสายกษัตริย์
“หุ่นแม่งดีจริงๆ ข้ายอมรับ” องค์ชายคนนึงเดินเข้ามาเขี่ยหัวนมเอ้าเทียน ทำให้เอ้าเทียนเริ่มเงี่ยนขึ้นมาแล้ว พลังงานในตัวเทพเริ่มไหลจากร่างกายเข้าสู่ท่อนฆวยที่ยังสงบ จนค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น ผ้าเตี่ยวตอนนี้เริ่มดูบวมขึ้น เต่งขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆ จนแทบระเบิดออกมา
“ไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เป้าองค์ชายหนึ่งในผ้าเตี่ยวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตุงขึ้น เต่งขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ท่าทางขนาดของเขาจะไม่ธรรมดาจริงๆ ซะแล้ว” โฆษกประกาศ
องค์ชายอีกคนเห็นเอ้าเทียนแล้วเงี่ยนจนทนไม่ไหวอ้อมไปอีกข้างเพื่อดูดนมเอ้าเทียน ทำให้ตอนนี้เอ้าเทียนนั้นโดนรุมจากบรรดาราชบุตรอย่างเมามัน ทันทีที่ปากขององค์ชายอีกคนสัมผัสกับหัวนมเอ้าเทียน ความเงี่ยนก็พุ่งทะยาน พลังงานแห่งเทพไหลเข้าไปในท่อน***เอ้าเทียนอย่างรวดเร็ว
เอ้าเทียนเสียวจนหลับตาครางซิ๊ด ฆวยเทพที่ใหญ่ขึ้นไม่หยุดทำให้ผ้าเตี่ยวรัดตึงแน่นเปรี้ยะ จนในที่สุด! เมื่อเอ้าเทียนเกิดความเงี่ยนขึ้นแล้ว อะไรก็มาฉุดไม่อยู่ เอ้าเทียนรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงลืมตามองไปข้างหน้าผู้ชม และบรรดาราชบุตรที่กำลังจ้องตาเป็นมัน
และแล้วเอ้าเทียนก็กระดกฆวย พรืดดดดดดดดด!! ปมของผ้าเตี่ยวไม่อาจทนกับขนาดความใหญ่ของลำฆวยเอ้าเทียนได้อีกต่อไป มันแน่นจนร่นลงมาแล้วคลายออกจากกัน เนื่องจากเอ้าเทียนเก็บฆวยโดยพาดไว้ข้างบน พอผ้าเตี่ยวหลุด ***ขนาดมหึมาก็เด้งออกมาทันที
และทั้งสนามประลองก็แทนที่ด้วยความเงียบสนิทเหมือนเวลาหยุดเดิน เอ้าเทียนยิ้มมุมปาก รอฟังสิ่งที่จะเกิดขึ้น ลานประลองฮือฮายิ่งกว่าเสียงนกกระจิบนกกระจอกอีกครั้งเมื่อทุกคนคืนสติ หลังจากเห็นขนาดฆวยของเอ้าเทียน
“เกินไปแล้วววว? นั่นฆวยจริงๆ หรือ? ช่างใหญ่ยาวอะไรได้ถึงเพียงนี้ ข้าว่าราชบุตรที่ทดสอบไปก่อนหน้านี้ก็ใหญ่แล้วนะ ราชบุตรคนนี้ใหญ่กว่าอีก” ทหารกลุ่มหนึ่งพูดขึ้น
ทั้งชายทั้งหญิงวิจารณ์กันขรม พอ***เป็นอิสระมันก็พองเต็มเหยียด และสิ่งที่ตามมาก็คือน้ำเงี่ยน แน่นอนน้ำเงี่ยนระดับเทพมีปริมาณไม่ธรรมดา มันไหลเป็นสาย จากปลายหัว***ใหญ่ของเอ้าเทียนลงสู้พื้นลานประลองอย่างมากมาย
“โหหหห ดูน้ำเงี่ยนของมันสิ ช่างมากมายอะไรอย่างนี้” บรรดาราชบุตรเห็นแล้วก็อึ้งไปตามๆ กัน
“เอาละ ข้าพร้อมแล้ว มาวัดกันเลยไหม?” เอ้าเทียนพูดพรางยืนแอ่นเอวให้เหล่าราชบุตร
หลี่เฉินสั่งให้ทหารเอาสายวัดมาวัด นายทหารนั่งลงข้างๆ ฆวยเอ้าเทียน ตาก็มองดูฆวยที่สำรอกน้ำเงี่ยนไหลออกมาไม่หยุดเป็นทางยาวอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เอาละเริ่มวัดได้ เริ่มจากเส้นรอบวง สถิติความอวบตอนนี้เป็นขององค์ชายเจ็ดซึ่งมีความอวบคือเจ็ดนิ้วครึ่ง” หลี่เฉินเร่งทหารที่นั่งอึ้งตรงหน้าเอ้าเทียน
ขณะนี้ทหารกำลังนำสายวัดทาบจากด้านข้างลำฆวยเวียนมาจนครบรอบ ทหารอ่านเลขบนสายวัดเสียงสั่น
“เจ็ดนิ้วกับอีกแปดหุนขอรับ”
“อะไรนะ ข้าไม่ได้ยิน” หลี่เฉินตวาด จริงๆ แล้วเขาได้ยินชัด เพียงแต่ไม่เชื่อหูตนเอง
“เจ็ดนิ้วกับอีกเจ็ดหุนครับ” ทหารตอบเสียงดังก้องทั่วลาน
ผู้ที่ได้ยินแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ความอวบขนาดนี้มันเทียบเท่าบ้องไม้ไผ่ลำโตๆ เลยด้วยซ้ำ ก่อนจะวัดความยาวในขั้นถัดมา เอ้าเทียนหันไปถามบรรดาราชบุตรว่าใครคือคนที่มีฆวยยาวที่สุดในตอนนี้
“ขะ...ข้าเอง ขะ..ข้ามีฆวยยาวแปดนั้ว”องค์ชายแปดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนมาวัดความยาวฆวยข้า พวกเจ้าหลบไปก่อน” เอ้าเทียนพูดพร้อมยื่นสายวัดจากทหารให้กับองค์ชายแปด
ฆวยเอ้าเทียนแข็งไม่ยอมหด องค์ชายแปดทาบสายวัดตั้งแต่โคนฆวยของเอ้าเทียน เลขหนึ่งเลขสองผ่านไป จนถึงเลขเจ็ดองค์ชายที่แปดถึงกับตาโต เพราะสายวัดยังทาบอยู่บน “ลำ”ฆวยของเอ้าเทียนเท่านั้น ผ่านไปถึงเจ็ดนิ้วแล้วยังไม่ถึงหัวฆวยเอ้าเทียนเลย
พอถึงเลขแปดก็มาถึงตรงคอหยัก ราชบุตรคนที่แปดทาบสายวัดยาวไปสุดหัวฆวยที่เลขเก้าครึ่งพอดี หมายความว่าหัวฆวยของเอ้าเทียนนั้นใหญ่จริงๆ ตอนนี้องค์ชายแปดหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนบอกซิว่าฆวยข้ายาวกี่นิ้ว” เอ้าเทียนพูดกับองค์ชายแปดผู้เคยหยิ่งทะนงในความยาวของฆวย
“กะ... เก้านิ้วครึ่ง” องค์ชายแปดระล่ำระลัก
“ดังๆ สิวะะะะะะ แล้วบอกด้วยบนเวทีนี้ใครที่ฆวยใหญ่ยาวที่สุด” เอ้าเทียนร่างมืดตวาด
“ราชบุตรที่***ใหญ่และยาวที่สุดก็คือราชบุตรหมายเลขหนึ่ง ด้วยความยาวเก้านิ้วครึ่ง รอบวงเจ็ดจุดแปดนิ้ว!!!” ราชบุตรคนที่แปดพูดเสียงดังอย่างอับอาย
ประชาชนหันไปซุบซิบกัน เสียงฮือฮาดังลั่นลานประกวด บัดนี้ราชบุตรทุกคนเจอเสน่ห์ของเอ้าเทียนก็กลับมาตกอยู่ในพะวังอีกครั้ง ยืนฆวยแข็งไปตามๆ กัน
“เอาหล่ะสำหรับการประกวดที่สองคือลีลาร่วมรัก ทำให้คู่นอนได้เสียวจนถึงใจ ก่อนหน้านี้ราชบุตรที่สี่ได้ทำลีลาไว้ได้เด็ดที่สุด เจ้าจะสู้ได้หรือไม่?” หลี่เฉินออกปาก
“ข้าไม่รู้นะว่าลีลาของเจ้านั้นเด็ดแค่ไหน แต่ถ้าเจ้าเป็นเมียข้า เจ้าจะโดนแบบนี้” ว่าแล้วเอ้าเทียนก็กระชากราชบุตรที่สี่มาดูดปากอย่างเมามันและหนักหน่วง
ราชบุตรสี่ถึงกับเคลิ้ม เสียงเอ้าเทียนบดปากกับองค์ชายสี่นั้นดังจ๊วบจ๊าบไม่หยุด จนองค์ชายสี่ต้องขอหยุดพัก หอบหน้าแดง เมื่อปากแยกออกจากกัน เอ้าเทียนก็โชว์ลีลาเล้าโลมต่อทันที ตอนนี้เอ้าเทียนหันหน้าสู่ประชาชนเบื้องล่าง ราชบุตรหมายเลขสี่ประกบอยู่ด้านหน้า
เอ้าเทียนสอดมือสองข้างเข้าไปที่หลังราชบุตรสี่ แล้วใช้ปากและลิ้นไซร้ต้นคออย่างหื่นกระหาย ตั้งแต่ใบหู จนมาถึงลำคอ ราชบุตรร้องคราง แล้วเอ้าเทียนก็งับที่หัวนม แล้วใช้พลังชิวหาที่กระหายของเทพ รัวลิ้นอย่างไม่ยั้ง
ราชบุตรเสียวจนต้องจิกเท้า เอ้าเทียนจับราชบุตรหันไปด้านหน้าเวทีทางเดียวกัน โดยเอ้าเทียนประกบด้านหลัง แล้วเอ้าเทียนก็จับขาหนุ่มตี๋หล่อแยกออกจากกัน สองมือแหวกแก้มก้นออก ทำให้เอ้าเทียนเห็นภาพรูทวารของราชบุตรอย่างชัดเจน ก่อนจะยิ้มมุมปาก แล้วเอ้าหน้าซุก พร้อมใช้ลิ้นมหากาฬเลียรัวอย่างไม่ยั้ง
“โอ้ยยยยย เสียวโว้ยยยยยยยย” ราชบุตรสี่ครางไม่เปนศัพท์ต่อหน้าประชาชน ชายหญิงเบื้องล่างแห่กันเข้ามาติดขอบเวทีเพื่อดูลีลาของเอ้าเทียนซึ่งทั้งเลีย ดูด ตวัดลิ้น ใช้ลิ้นดันเข้าไป ทั้งประชาชนและราชบุตรคนอื่นๆ เองก็ซูฮกในลีลาของเอ้าเทียนจนเริ่มใช้มือจับฆวยตัวเองเบาๆ
บัดนี้เอ้าเทียนคิดว่าถึงเวลาสมควรที่จะโชว์ของจริงแล้ว ปล่อยลิ้นจากทวารของราชบุตร แล้วยืนเอาน้ำเงี่ยนที่ไหลยืด มาลูบฆวยยาวๆ ตัวเอง และเอาไปทาตรงตูดของราชบุตรหมายเลขสี่
“นี่... เจ้าจะทำอะไร!?!?!?!” ราชบุตรหมายเลขสี่ถาม ตัวสั่นดิกๆ
ยังไม่ทันที่จะหนี เอ้าเทียนก็จับแขนสองข้างของราชบุตรไว้ทางด้านหลัง แล้วค่อยๆ แอ่นฆวยเข้าไปจ่อที่รูทวารขององค์ชายสี่ องค์ชายสี่เอี้ยวคอมาดูเห็นฆวยขนาดใหญ่กำลังจ่อรูตัวเองอยู่ก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ดิ้นไม่หยุด แต่ด้วยกำลังแขนของเอ้าเทียนไม่มีทางปล่อยให้องค์ชายสี่หลุดไปได้
“ตอนนี้องค์ชายหมายเลขหนึ่งกำลังจะแสดงลีลาการ***ให้ทุกท่านได้ดูแล้ว โปรดจับตามองให้ดี” โฆษกของงานประกาศ
เอ้าเทียนยิ้มอย่างสะใจก่อนจะค่อยๆ กดหัวฆวยขนาดใหญ่เข้าไปที่รูทวารของราชบุตร แต่มันทำได้ยากเหลือเกิน เนื่องจากหัวฆวยนั้นมีขนาดใหญ่กว่ามาก เอ้าเทียนจึงแอบเกร็งฆวยกระดกให้น้ำหล่อลื่นตัวเองออกมาเพิ่มขึ้น มันได้ผลเพราะหัวฆวยเริ่มยัดเข้าไปได้ทีละน้อย
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก.....!!!! อ้ากกกกกกกกก” องค์ชายสี่ตะโกนลั่นอย่างคนบ้า
เสียงร้องของราชบุตรไม่ได้ทำให้เอ้าเทียนสงสารแต่อย่างใด กับสะใจยิ้มมุมปากและแทงหัวฆวยสวนเข้าไปเรื่อยๆ เสียงร้องขององค์ชายสี่ดังลั่นลานประกวด จนซักพักหัวฆวยก็เข้าไปได้หมด ประชาชนยังอึ้งเพราะที่ยังเหลือคือความยาวของลำฆวยอีกกว่าเจ็ดนิ้ว
“พร้อมจะโดน***หรือยัง? เจ้าไก่อ่อน...” เอ้าเทียนกระซิบข้างหูราชบุตร
องค์ชายสี่น้ำตาไหลอาบแก้ม กำลังจะอ้าปากด่า เอ้าเทียนมองตาองค์ชายแล้วก็แทงลำฆวยเข้าไป พรวดดดดดด องค์ชายสี่กรีดร้องจนไม่มีเสียง หลับตาปี๋ เปนภาพที่เอ้าเทียนสะใจมาก แล้วก็ค่อยๆ ถอนฆวยออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ช้าๆ
ประชาชนมองที่***เอ้าเทียนก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างระหว่างที่เอ้าเทียนกำลังแทงฆวยเข้าตูด นั่นก็คือฆวยของเอ้าเทียนไม่สามารถแทงเข้าไปได้หมด แม้ว่าเอ้าเทียนจะดันฆวยจนสุดก็ยังเหลืออยู่อีกราวๆ สองนิ้ว
ตอนนี้ภาพบนเวทีเปรียบเหมือนหนังสดโรงใหญ่ ทุกคนที่มาชมตอนนี้มีอารมณ์ร่วมจนเริ่มช่วยตัวเองตามไปด้วย ราชบุตรอีกเจ็ดคนก็เช่นกัน จากจังหวะช้าๆ เอ้าเทียนเริ่มซอยเร็วขึ้นจนราชบุตรที่สี่ต้องครางด้วยความเสียว เอ้าเทียนซอยท่าหมาไปเกือบยี่สิบนาที
“อยากตื่นเต้นกว่านี้ไหม?...” เอ้าเทียนหยุดกระเด้าแล้วกระซิบข้างหูเมียใหม่
<ราชบุตรอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร จากท่ายืนซ้อนกันหันหน้าออกสู่เวที เอ้าเทียนใช้แขนกำยำของตัวเองสอดไปด้านหน้าและโอบต้นขาสองข้างของราชบุตรไว้ ด้วยไหวพริบในหัวราชบุตรก็นึกออกทันทีว่าตนเองกำลังโดนสิ่งเดียวกับที่เคยทำไว้กับซู่เหวิน
สายตาประชาชนจ้องมาที่เอ้าเทียนว่าจะทำอะไรกันแน่ และแล้วเอ้าเทียนก็ใช้แขนอันแข็งแกร่งประสานกันรวบต้นขาราชบุตร ยกราชบุตรขึ้นมาเป็นท่าลิงอุ้มแตง เล่นเอาราชบุตรที่เหลืออ้าปากค้าง ประชาชนทนกับภาพตรงหน้าไม่ไหวช่วยตัวเองกันอย่างไม่อายใคร
มันไม่ใช่ท่าลิงอุ้มแตงธรรมดา แต่เอ้าเทียนจงใจให้ราชบุตรสี่หันหน้าไปด้านเดียวกับตน เพื่อให้เกิดความอับอาย เอ้าเทียนเริ่มกระเด้าอีกครั้ง ภาพจากมุมด้านล่างเวทีนั้นดีที่สุด เพราะเห็นฆวยใหญ่ๆ ของเอ้าเทียนจมมิดเข้าไปในรูตูดของราชบุตรชัดเจน
“แม่งสุดยอดเลยว่ะ ท่านี้ถ้าไม่แข็งแรงจริงทำไม่ได้นะเนี่ย” คนดูฮือฮา
แล้วเอ้าเทียนก็ เอาฆวยเทพซอยตูดราชบุตรอย่างไม่ยั้ง เสียงแก้มก้นกระแทกกับโคน***เอ้าเทียนดัง ป๊าบ ป๊าบ ลั่นไปทั่วบริเวณ ราชบุตรที่น่าสงสารทำหน้าเหยเก ปากก็โดนดูดอย่างหนัก ร่างก็ขยับหนีไม่ได้ บั้นท้ายก็โดนรัวกระเด้า นี้คือสิ่งที่เขาเคยทำไว้กับแม่ทัพซู่ทั้งนั้น
“โอ้ววว...เมียของข้า..โอ้ว.. ***มันส์อะไรอย่างนี้ โอว..” เทพคราง
พร้อมกับเปลี่ยนท่าใหม่ เอ้าเทียนนอนลงกับเวที ขณะฆวยยาวยังคาอยู่ในตูดของราชบุตรขาวตี๋ ทำให้บัดนี้ ภาพที่ทุกคนเห็นตอนนี้คือราชบุตรนั่งหันหน้าไปทางเอ้าเทียน หันก้นออกไปทางประชาชน
เอ้าเทียนใช้สองมือแหกแก้มกันของราชบุตรสุดหล่อออก ทำให้ตอนนี้ทุกคนยืนนิ่งไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่ชายหญิงเห็นคือฆวยยาวจมเข้าไปในรูตูดสวยสีชมพูไร้เส้นขน ถึงตอนนี้เอ้าเทียนเริ่มซอยฆวยมุดเข้ามุดออกจากรูบาน เป็นภาพที่ชวนให้เงี่ยนได้ไม่น้อย
ราชบุตรดวงซวยได้แต่นั่งให้เอ้าเทียนยกสะโพกขึ้นมาอัดตูดตนเอง เดชะบุญที่รูตูดเริ่มปรับสภาพได้บ้างแล้ว จึงคลายความเจ็บปวดลงไปมาก และเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่าน
“อ่าส์...ซิ๊ดดดด.....” ราชบุตรกัดฟันหน้าร้องครางออกมาตามไรฟัน หลังจากโดนเย้ดท่านี้เกือบสิบกว่านาที
สองร่างบุรุษโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อเคลือบผิวกาย แต่กระนั้นเอ้าเทียนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดยั้ง กลับผลักร่างตี๋ลงนอนหงายลงบนพื้น ขณะที่เขาลุกขึ้นนั่งคุกเข่าหันหน้าออกไปทางประชาชน ดันตัวราชบุตรจนศีรษะเลยออกไปจากขอบเวที ทำให้ราชบุตรต้องปล่อยหัวลงไปมองประชาชน
และแล้วเอ้าเทียนก็เย้ดเมียใหม่อีกครั้ง ท่านี้แม้ประชาชนจะมองไม่เห็นตูดของราชบุตร แต่ก็เห็นหน้าราชบุตรเต็มๆ แม้จะหลับตาอยู่แต่ก็ดูออกว่าผู้ทุกกระทำนั้นเสียวมากแค่ไหน
ช่วงล่างของเอ้าเทียนโยกไม่ยั้ง เข้าออกตูดราชบุตรอย่างช่ำชอง อีกฝ่ายได้แต่นอนฆวยแข็ง ใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวระดับทะลุฟ้า ส่งเสียงร้องระงม
“ข้าขอหลั่งในกายเจ้านะ” เอ้าเทียนก้มไปกระซิบข้างหูหนุ่มตี๋
“ยะ...อย่าๆๆๆๆ อย่าทำเช่นนั้นนะ ข้าขอร้องละ ...อ่าส์” ราชบุตรในสภาพกึ่งมีสติ ร้องอ้อนวอน
ไม่ทันเสียแล้ว ในที่สุดเอ้าเทียนร่างมืดก็ถึงคราวยุติบทสามีใหม่ของราชบุตร เอ้าเทียนซอยฆวยอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นฟ้า กระแทกอัดฆวยใส่ตูดดังป๊าบๆๆ
และทะลักน้ำรักพ่นเข้าใส่ร่างราชบุตรชุดใหญ่ จนราชบุตรเองยังรู้สึกได้ถึงความร้อนของน้ำเอ้าเทียนที่พุ่งอัดใส่กระเพาะของเขา เอ้าเทียนกระดกพวยพ่นปริมาณน้ำคาวออกมาไม่หยุด จนท้องราชบุตรมีเต็มน้ำกามของเอ้าเทียน
เมื่อฆวยเทพยังคงหลั่งไหลน้ำออกมาเรื่อยๆ แต่ช่องที่รองรับมีพื้นที่จำกัด จึงไม่อาจทนรับน้ำเงี่ยนได้อีกต่อไป สุดท้ายจึงเกิดแรงดันจากน้ำเงี่ยนที่เอ่อล้น ผลักให้ฆวยเอ้าเทียนต้องหลุดออกมาจากตูดของราชบุตร พร้อมกับน้ำเงี่ยนที่ไหลทะลักย้อนกลับออกมาเจิ่งนอง
ที่น่าตกใจกว่านั้น แม้ฆวยเอ้าเทียนจะหลั่งน้ำใส่ก้นเมียหนุ่มไปมากแล้ว แต่เมื่อฆวยเอ้าเทียนหลุดออกมาจากร่างหนุ่มตี๋ น้ำชายกลับยังคงกระฉูดออกมาไม่หยุด พุ่งแรงเลยไปถึงหัวและหน้าของราชบุตร ชะโลมทั้งตาจมูกปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ราชบุตรหลั่งน้ำเงี่ยนออกมาเองโดยไม่ต้องชัก
น้ำเงี่ยนของราชบุครพุ่งขึ้นฟ้าราวกับน้ำพุและตกลงมาเป็นเม็ดเหมือนห่าฝน กระทบร่างหนุ่มของเขาเสียงดังแปะๆๆๆ อยู่นานจนเริ่มแผ่วลง ใกล้เคียงกับของเอ้าเทียนที่แม้จะแตกไปก่อนแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งปริมาณและความแรงเทียบเท่ากับมนุษย์ที่พึ่งแตกได้ไม่นาน บัดนี้น้ำฆวยทั้งสองหยุดหลั่งแล้ว มีเพียงหยาดน้ำชายที่ไหลยืดย้อยเป็นสายออกจากปากฆวย
หยาดน้ำแห่งความสุขหลั่งชะโลมร่างที่น่าสงสารของราชบุตรหมายเลขสี่จนชุ่มฉ่ำ เนื้อตัวมันวาว นอนแช่น้ำเงี่ยนกองโต หน้าแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างเพราะเต็มไปด้วยของเหลวสีขาว ก้นก็ปล่อยน้ำกามไหลออกมาเต็มพื้นเวที
เอ้าเทียนแสดงสีหน้ามีความสุขอย่างที่สุด เมื่อได้ปลดปล่อยความกำหนัดที่สะสมไว้ สติของเอ้าเทียนเริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับพลังมืดที่เริ่มสลายหายไป เอ้าเทียนเริ่มคว้าเสื้อผ้ามาปกปิดร่างของตนอย่างรวดเร็ว
“โธ่เอ๊ยยยยย! นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ยยยย” จิ้งจอกเงินหัวเสีย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
เด็กหอ 8 CP
มื่อกานต์เก็บของจากห้องตัวเองเสร็จ จึงมาหาอาจารย์ภัทรที่ห้อง ส่วนภัทรอาบน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวเรียบร้อย ควยของภัทรแข็งรอกานต์อยู่นานแล้ว ...
-
ขอเกริ่นก่อนว่าเรื่องนี้เป็นจินตนาการที่เกิดจากความต้องการของทาสเอง ทาสหรือนายคนไหนมีความเห็นหรือมีคำแนะนำว่าอยากให้ทาสทำอะไรขอเชิญร่วมกันแช...
-
หลังเสียงเพลงชาติจบลง ร่างสูงขาวของหนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 ในฐานะประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้เดินขึ้นกล่าวกับนักเรียนทุกระดับ ชั้นถึงเรื่...
-
มาถึงตอนนี้ ไอ้หมาเสือ รู้สึกตัวเองแล้วว่า มันกำลังหลงใหลดำดิ่งลงใน “โลกของทาสหมา” อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับมันในช...